การเมืองล้วงลูก ฉุดท่องเที่ยวติดหล่ม เพื่อนบ้านแซงตีฆ้องจุดขายใหม่

การเมืองล้วงลูก ฉุดท่องเที่ยวติดหล่ม เพื่อนบ้านแซงตีฆ้องจุดขายใหม่

ท่ามกลางการชะลอตัวของการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นในปีนี้ ถือเป็นปัญหาที่ทุกประเทศต่างต้องเผชิญ อันเป็นผลจากวิกฤติเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหลัก แต่สำหรับประเทศไทยแล้วดูเหมือนจะเหนื่อยหนักกว่าประเทศอื่น เพราะเจอผลกระทบพร้อมกันทีเดียว 3 เด้ง ทั้งเศรษฐกิจโลกซบ การเมืองวุ่นวาย ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ และกำลังจะมีเด้งที่ 4 จากปัญหาการถูกการเมืองเข้ามาล้วงลูกการทำงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท.

หากจะว่ากันจริงๆ ปัญหาการเมืองเข้ามาล้วงลูกในททท.ก็มีกันเกือบทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะรัฐบาลไหน ก็เห็นททท.เป็นผลประโยชน์ที่เข้ามาเกาะ ผันงบเพื่อหาเสียงให้กับตัวเองกันทั้งนั้น หรือแม้กระทั่งการผุดไอเดียสารพัดโครงการที่ไม่ได้สะท้อนการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง จนทุกวันนี้ยังสร้างปัญหาให้ไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็นอีลิทการ์ด หรือไทยจัดการลองสเตย์

++เปิดปมการเมืองแทรก

แต่ก็คงไม่มียุคไหนที่สร้างความอึดอัดใจในการปฏิบัติหน้าที่ของคนในททท.มากเท่ายุคชุมพล ศิลปอาชา ซึ่งสะท้อนได้ชัดเจนผ่านการรวมกลุ่มของพนักงานในทุกระดับของททท.ที่ออกชุมนุมต่อต้านการเข้ามาล้วงลูกของกลุ่มการเมือง ที่มีพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นผู้กุมบังเหียนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของประเทศ

รากเหง้าของปัญหาที่เพิ่มดีกรีความอึดอัดใจ จนเหตุการณ์ปะทุคุกรุ่นอยู่ในปัจจุบัน เริ่มมาจากการแสดงความรู้สึกอัดอั้นใจของคนในททท.ที่บ่นกันเป็นการภายในมาอย่างต่อเนื่อง ถึงการถูกการเมืองเข้ามาล้วงลูก โดยเฉพาะการถูกโยกงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ให้ไปจัดสรรลงในกิจกรรมต่างๆในจังหวัดที่ฝ่ายการเมืองต้องการ โดยเฉพาะจังหวัดสุพรรณบุรี

ไม่เพียงแต่เรื่องการจัดสรรงบประมาณเท่านั้น การทำงานของฝ่ายบริหารททท.ก็ยังถูกล้วงลูกการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยที่มักจะเรียกผู้บริหารททท.เข้าไปพบที่บ้านเพื่อสอบถามการทำงานและสั่งงานอยู่เป็นประจำ รวมถึงการติดตามผลงานต่างๆ โดยให้ททท.รายงานการทำงานทั้งหมด

หรือแม้กระทั่งการที่ฝ่ายการเมืองเข้ามามีส่วนในการสั่งให้พิจารณาคัดเลือกบริษัทที่วิ่งเต้นเข้ามาจากฝ่ายการเมืองเพื่อให้ได้รับงานในททท. แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น แม้จะถูกใบสั่งจากการเมือง แต่คนต้องปฏิบัติตามก็ต้องเป็นผู้บริหารททท. ทำให้รายการนี้ก็ได้แค่บ่นกันภายในซะมากกว่า

++หวั่นส่งคนตัวเองนั่งผู้ว่าการ

มาคุกรุ่นจนปรอทแตก และเป็นโอกาสที่สหภาพฯททท.รอคอยอยู่แล้ว คงเป็นมติบอร์ดททท.วาระจร เรื่องการโยกย้ายตำแหน่งรองผู้ว่าการททท. ในจังหวะที่กำลังเปิดสรรหาผู้ว่าการททท.คนใหม่พอดี ด้วยการโยก

อักกพล พฤกษะวัน รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ไปนั่งเป็นที่ปรึกษา11 ในทางปฏิบัติก็ถือว่าเป็นการนำไปแขวน

ทั้งมีมติให้รองผู้ว่าการททท.ต้องรับผิดชอบงานพร้อมกับ 2-3 ตำแหน่ง เช่น การโยกย้ายให้นางสาวเพ็ญสุดา ไพรอร่าม มาเป็นรองผู้ว่าการด้านสินค้า แทนนายอักกพล และให้รักษาการในตำแหน่งรองผู้ว่าการด้านบริหาร รวมถึงรักษาการรองผู้ว่าการททท. ส่วนรองผู้ว่าการททท.ท่านอื่นๆก็รับผิดชอบกันคนละ2 ตำแหน่ง

อย่างโยกย้ายให้นายสุรพล เศวตเศรนี เข้ามาทำหน้าที่รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด พร้อมดำรงตำแหน่งรักษาการรองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ซึ่งการต้องรับผิดชอบกันมากมายขนาดนี้จะทำงานไหวและมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ทั้งๆนาทีนี้ทุกคนต่างทำงานกันอย่างหนัก เพราะนายสันติชัย เอื้อจงประสิทธิ์ รองผู้ว่าการททท.ตลาดต่างประเทศได้เกษียณอายุไป ยังไม่รวมการเพิ่มตำแหน่งรองผู้ว่าการตลาดต่างประเทศเพิ่มอีก 1 ตำแหน่งจากเดิมที่มีเพียง 1 คนรับผิดชอบตลาดต่างประเทศ

งานนี้จึงเกิดคำถามว่าทำไมแทนที่พรรคชาติไทยพัฒนาในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล จะไปทำหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศ กลับเข้ามาล้วงลูกการบริหารในททท.จนวุ่นวายไปหมด ทั้งเมื่อมีการเปิดรายชื่อผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าการททท.ทั้ง 12 คน ก็ยังปรากฏรายการชื่อดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท บุตรชายของพล.อ.วิโรจน์ แสงสนิท อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด และพล.อ.วิโรจน์ ยังเคยเป็นถึงกรรมการบริหารพรรคชาติไทย (พรรคชาติไทยพัฒนาปัจจุบัน)ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดนายบรรหาร ศิลปอาชา ร่วมลงสมัครแข่งเก้าอี้ด้วยยิ่งดูเหมือนตอกย้ำการเดินเกมนำคนนอกมานั่งกุมททท.เบ็ดเสร็จเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

จึงไม่แปลกที่ในขณะนี้ทางสหภาพแรงงานททท.จึงออกมากดดันอย่างหนัก เพื่อให้บอร์ดททท.นัดประชุมวาระพิเศษ เพื่อขอให้บอร์ดททท.ทบ

ทวนมติโยกย้ายดังกล่าว ด้วยการเดิมพันการออกโรงเปิดเวทีให้พนักงานททท.ร่วมลงชื่อคัดค้านในเรื่องที่เกิดขึ้น และนัดหยุดงานเป็นมาตรการขั้นรุนแรงสุด ทั้งยังจะทำหนังสือส่งตรงถึงอดีตนายกฯบรรหาร ศิลปอาชา ให้มาแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ด้วย

++ ชงแต่แผนใช้งบที่ไม่สัมฤทธิผล

ไม่เพียงแต่ปมการล้วงลูกในททท.เท่านั้น สิ่งที่ในขณะนี้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวต่างก็จับตามองกันอยู่ คงหนีไม่พ้นงบสำหรับกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่บางโครงการก็มีรายการดึงงบไทยเข้มแข็ง เช่น การสร้างห้องน้ำสาธารณะหลายแห่ง ไปลงในโครงการที่จังหวัดสุพรรณบุรี หรือบางโครงการก็ดูยังไงก็เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ สำหรับแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศในช่วงกันยายน-ธันวาคมนี้

ที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯเตรียมจะของบประมาณใหม่อีก 245 ล้านบาท สำหรับกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 7.1 แสนคนในช่วง 4 เดือนหลังของปี เพื่อให้ได้เป้าหมาย 14.1 ล้านคน มีรายได้จากการท่องเที่ยว 5.5 แสนล้านบาท ซึ่งแค่ 4 เดือนจะทำตัวเลขขนาดนี้ได้อย่างไร ในเมื่อตลอดช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้า 8.6 ล้านคน ก็ต้องใช้เวลากว่า 8 เดือน ซึ่งหากทำได้ดีสุดๆนักท่องเที่ยวในช่วงเดือนกันยายนถึงธันวาคมเข้ามาปกติเฉลี่ยที่ 4.7 ล้านคน เมื่อรวมแล้วก็ได้แค่ 13.3 ล้านคนเท่านั้น

งานนี้สารพัดปัญหาที่รุมเร้าจากการเมืองล้วงลูก ทำให้ปัจจัยลบนี้การเป็นเด้งที่ 4 ที่ฉุดการฟื้นฟูการท่องเที่ยวไทยให้อ่วมลงไป ทั้งๆในขณะนี้ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่เริ่มจะฟื้นตัวบ้างในช่วงไฮซีซันนี้ แทนที่ททท.จะมีเวลาโหมทำงานเต็มที่ กลับต้องมารวมตัวกันแอนตี้การเมืองแทรกแซงเป็นภารกิจหลักไปเสียแล้ว

++คู่แข่งโหมจุดขายใหม่

ขณะที่ประเทศอื่นส่วนใหญ่ผลกระทบด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับจะเกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจซะมากกว่า ตอนนี้เขาก็มีเวลาเต็มที่ สำหรับการแก้เกม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศต่างๆที่เป็นคู่แข่งของไทยในขณะนี้ จะเห็นว่าตลอดทั้งปีนี้มีการโหมการจัดอีเวนต์ต่างๆมากมาย เพื่อหวังชิงทัวริสต์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานสิงคโปร์ ซัน เฟสติวัล 2009 ในช่วงเดือนนี้ ที่จะมีกิจกรรมจากฝีมือของศิลปินจาก 190 ประเทศทั่วโลก การแสดงระดับชั้นนำของโลก หรือเนชั่นแนล อาร์ แกลเลอรี ของมาเลเซีย

รวมไปถึงการเปิดตัวจุดขายใหม่ด้านการท่องเที่ยว เพื่อรอการฟื้นตัวจากสภาพเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้น ทั้งการเปิดตัวจุดขายใหม่ ของรีสอร์ต เวิลด์ เซ็นโตซา , การเปิดโครงการมารีน่า เบย์ มูลค่าแสนล้านบาท ของสิงคโปร์ การขายพื้นที่สวนสนุกวอลท์ ดิสนีย์ ฮ่องกง มูลค่าการลงทุน 795 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเพิ่มจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวอีก 30 จุดภายใน 5 ปี การจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โปในจีน หรือความพยายามในการโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลของกัมพูชาและเวียดนาม เพื่อมาชิงส่วนแบ่งตลาดการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย (ตารางประกอบ)

ส่วนการท่องเที่ยวไทย ก็คงไม่พ้นกับการหากินของเก่า ที่นับวันมีแต่ทรุดโทรม เพราะไร้การบำรุงรักษา แถมยังถูกการเมืองล้วงงบไปซะพรุนอีกต่างหาก นี่นะหรือคือผลงานท่องเที่ยววาระแห่งชาติของรัฐบาล

''ผมไม่ได้แทรกแซง''

นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดอกถึงกรณีการลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือททท.ของ นายวีระศักดิ์

โควสุรัตน์ ว่า เป็นการลาออกโดยสมัครใจ ปราศจากแรงกดดันจาสหภาพททท.หรือฝ่ายการเมือง เนื่องจากที่ผ่านมา นายวีระศักดิ์ได้เคยปรารภกับผมว่าการดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดททท.มีรายได้จากเบี้ยประชุมครั้งละไม่เกินหมื่นบาท

ขณะที่รายจ่ายส่วนตัวและครอบครัวมีมากกว่า จึงอยากหางานใหม่ แต่ด้วยติดว่าต้องการช่วยททท.สะสางปัญหาที่ค้างจากการปิดสนามบิน รวมถึงเหตุความวุ่นวายทางการเมืองหลายๆ ครั้งในช่วงต้นปี จนกระทั่งได้มีโอกาสไปสอบคัดเลือกและได้รับเลือกให้เป็นผู้อำนวยการไอทีดี ซึ่งมีรายได้ต่อเดือน 1.6 แสนบาท และต้องเข้ารับตำแหน่งในทันทีจึงต้องยื่นลาออก

สำหรับการแต่งตั้งประธานบอร์ดททท.คนใหม่ ซึ่งตามพ.ร.บ.การท่องเที่ยวมาตรา 18 ที่ให้สิทธิ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯเป็นผู้แต่งตั้ง ขณะนี้ผมได้ทาบทามผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้แล้ว 2-3 คน ซึ่งบุคคลดังกล่าวล้วนแต่เป็นบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ว่าไม่ได้อยู่ในกลุ่ม

ส่วนการแต่งตั้งที่ปรึกษา11 โดยให้นายอักกพล พฤกษะวัน รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. เป็นผู้ดำรงตำแหน่งนั้น สืบเนื่องมาจากการได้หารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จัดทำแผนโครงการดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาประเทศไทยในช่วงปลายปีให้มากขึ้น โดยได้ทำแผนงานและตั้งเป้านักท่องเที่ยวเสนอกับนายกรัฐมนตรี 14 ล้านคน สร้างรายได้ 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่นายกรัฐมนตรีพอใจ

เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงจะต้องมีบุคลากรที่จะต้องดูแลในส่วนของแผนงานนี้ เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามา โดยใช้ทั้งแผนฮาร์ดเซลล์และซอฟต์เซลล์ ดังนั้นจึงได้นำแผนกระตุ้นตลาดดังกล่าวมอบเป็นนโยบายให้กับบอร์ดททท.ได้รับทราบ และเน้นให้ททท.ต่างประเทศกระตุ้นตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น

เหตุดังกล่าวจึงต้องมีบุคลากรที่มีความสามารถประสานงานให้ตรงตามเป้า ซึ่งเดิมมีแนวคิดที่จะตั้งคณะทำงานชุดพิเศษ แต่ด้วยมีตำแหน่งที่ปรึกษา 11 ซึ่งเดิมมีนายภราเดช พยัคฆวิเชียร ดำรงตำแหน่งและหมดวาระลงด้วยการเกษียณและจะต้องออกไป จึงได้เสนอกับกระทรวงการคลังว่าควรคงตำแหน่งนี้ไว้โดยให้ผู้บริหารระดับสูงของททท.ที่มีความรู้ความสามารถด้านวางแผนและนโยบายการพัฒนาได้ทำงานเพื่อช่วยเหลือการท่องเที่ยว เป็นการกู้ภารกิจฟื้นฟูในการยกการท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติ

พร้อมทำหน้าที่เชื่อมโยงเสรีการท่องเที่ยวอาเซียน ด้วยการทำโปรแกรมการท่องเที่ยวร่วมระหว่างประเทศอาเซียน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศในตลาดภูมิภาคด้วยกัน และจะต้องมีบทบาทวางแผนในการประสานงานการท่องเที่ยวในระดับท้องถิ่นและส่วนกลางเพื่อให้เกิดมาตรฐานและเกิดประโยชน์กับการท่องเที่ยวโดยภาพรวม และจะต้องกำกับการทำงานทางด้านส่งเสริมภาคเอกชนทางการท่องเที่ยวมากกว่าการแข่งขันกับภาคเอกชน ซึ่งวางนโยบายกำกับดูแลทั้งหมดนี้

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในองค์รวมแล้ว จะมีผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับตำแหน่งนี้ 7 คน ซึ่งเป็นระดับรองผู้ว่าการททท. แต่ด้วยมีบุคคลที่ดูแลในสายงานการวางแผน นโยบายและการพัฒนา 2 คน คือ นายอักกพล พฤกษะวัน รองผู้ว่าการด้านสินค้าการท่องเที่ยวททท. และนายสุรพล เศวตเศรนี รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. ซึ่งทางบอร์ดททท.ได้พิจารณาแล้วเห็นสมควรแต่งตั้งนายอักกพล พฤกษะวัน เป็นผู้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาระดับ 11 ของททท. เนื่องจากเป็นผู้มีความสามารถ และมีประสบการณ์ในการทำงานด้านนโยบายและแผน ททท. มายาวนานกว่า 30 ปี ก่อนจะถูกย้ายมาดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการด้านสินค้าการท่องเที่ยว เมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา

ส่วนนายสุรพล เพิ่งรับตำแหน่งด้านการวางแผนและนโยบายเพียง 1 ปี 4 เดือนเท่านั้น อีกทั้งเมื่อคำนึงถึงความอาวุโส นายอักกพลก็มีความอาวุโสกว่า รับเงินเดือนสูงกว่า โดยนายอักกพลรับเงินเดือน 93,810 บาท ส่วนนายสุรพล รับเงินเดือน 89,890 บาท เมื่อพิจารณาแล้วจึงมีความเหมาะสมที่จะเข้ามารับตำแหน่งดังกล่าว

ผมยืนยันว่าการแต่งตั้งโยกย้ายรองผู้บริหารภายในองค์กรและการแต่งตั้งที่ปรึกษาระดับ 11 ดังกล่าว ไม่ได้มีการแทรกแซงทางการเมือง ส่วนการที่ตัวเองเข้าร่วมประชุมกับบอร์ดททท. ซึ่งเป็นการประชุมวาระลับ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2552 จนถูกครหาว่าเข้าไปสั่งการโยกย้ายผู้บริหาร จนเป็นที่ไม่พอใจของพนักงานททท. ขอชี้แจงว่าการเข้าไปประชุมบอร์ดในวันนั้นก็เพื่อต้องการชี้แจงแผนการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศในไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 และต้นปี 2553 เพื่อให้ได้จำนวนนักท่องเที่ยวตามที่ตั้งไว้ 14 ล้านคน ซึ่งรับนโยบายมาจากนายกรัฐมนตรี

ทั้งการโยกย้ายฝ่ายบริหารของททท.เป็นมติของบอร์ดที่ต้องการใช้คนให้ถูกกับงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งเดิมที่เคยทำมา ทั้งนี้ ก็เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ส่วนตำแหน่งที่ยังเหลือ เช่น ตำแหน่งรองผู้ว่าการฝ่ายแผนและนโยบายพัฒนา แทนนายอักกพล และฝ่ายรองผู้ว่าการด้านตลาดต่างประเทศที่ตั้งขึ้นใหม่ 2 ตำแหน่ง จะรอให้มีการสรรหาผู้ว่าการททท.คนใหม่เรียบร้อยก่อน เพื่อจะให้ผู้ว่าการเป็นคนแต่งตั้งเนื่องจากเป็นตำแหน่งที่อยู่ภายใต้การกำกับของผู้ว่าการถึง 4 ปี

ส่วนการเพิ่มตำแหน่งรองผู้ว่าการด้านตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 2 ตำแหน่ง ก็เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้เดิมจะมีฝ่ายบริหารระดับภูมิภาคซึ่งดูแลโดยผู้อำนวยการททท.ประจำสำนักงาน 22 แห่งในต่างประเทศ และจะมีเพิ่มใหม่ในจาการ์ตา คุนหมิง และมุมไบ ซึ่งมีความแตกต่างของพื้นที่ และมีผู้บริหารจากส่วนกลางเพียงคนเดียวกำกับดูแลอาจจะดีไม่พอ การเพิ่มผู้กำกับดูแลอีกคนเพื่อมาดูแลโดยแบ่งส่วนภูมิภาคจะทำให้การทำงานแคบลงมีความใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สายการบริหารและบังคับบัญชาดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การส่งเสริมและกระตุ้นท่องเที่ยวในต่างประเทศดีขึ้น

Advertisement Replay Ad
เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์