สแตนชาร์ด มองศก.โลก-ไทย จีดีพีปีนี้1.3% เสี่ยงเข้าสู่''เงินฝืด''

สแตนชาร์ด มองศก.โลก-ไทย จีดีพีปีนี้1.3% เสี่ยงเข้าสู่''เงินฝืด''

ขึ้นปี 2552 เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ มุมมองต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ผ่านความเห็นของนักวิจัยและนักเศรษฐศาสตร์ต่างประเทศ ที่ออกมารายงานตัวเลขอย่างเป็นทางการและอ้างถึงได้มีอย่างน้อย 3 ค่ายแล้ว เช่น ธนาคารโลก (World Bank) ประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี)ไทยปีนี้ไว้ที่ 2.00% ดอยช์แบงก์ประมาณการไว้ที่ 1.5% และล่าสุดธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) ประมาณการไว้ที่ 1.3%

โดยเมื่อ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) จำกัด (มหาชน) ยกทีมนักวิจัยและนักเศรษฐศาสตร์ ประกอบด้วย ''อุสรา วิไลพิชญ์'' นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ''จอห์น คาลเวอร์ลีย์'' หัวหน้าสำนักวิจัย ประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด โตรอนโต และ ''คัลลัม เฮนเดอร์สัน'' ผู้อำนวยการและหัวหน้ากลยุทธ์เงินตราต่างประเทศ สำนักวิจัย กลุ่มธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ร่วมสะท้อนมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจเอเชียและไทย รวมไปถึงทิศทางค่าเงินปี 2552

****จีดีพีไทยปีนี้1.3%

สรุปภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่จะได้เห็นในปีนี้ ซึ่ง ''อุสรา วิไลพิชญ์'' มองไว้ ก็คือ เศรษฐกิจชะลอตัว เงินเฟ้อผันผวน และปรากฏการณ์เงินฝืดชั่วคราวที่อาจเกิดขึ้น โดยที่สแตนชาร์ดประมาณการจีดีพีไทยปีนี้ไว้ที่ 1.3% ภาคส่งออกโตติดลบอย่างน้อย 5 % และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 1.8%ของจีดีพี ส่วนอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 0.9% ขณะที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวได้จริงในปี 2553 บนประมาณการที่สแตนชาร์ดคาดการณ์จีดีพีไว้ที่ 2.5% จากปี 2551 ที่สรุปตัวเลขจีดีพีของไทยอยู่ที่ 3.8%

มีความเสี่ยงที่อาจเห็นเศรษฐกิจครึ่งแรกปีนี้บางไตรมาสโตติดลบ และอัตราเงินเฟ้อติดลบติดต่อกัน 4 เดือน (ตั้งแต่เดือนก.พ.ไปจนถึงไตรมาสที่ 2) จากราคาน้ำมันที่ลดลงและฐานเงินเฟ้อของปีก่อนที่สูง แต่ในครึ่งหลังของปีมีโอกาสเห็นเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวค่อยๆเป็นบวกอย่างช้าๆ จากผลของนโยบายการเงิน ส่วนผลของนโยบายการคลังจะเริ่มเห็นในไตรมาสที่ 2 อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อของไทยและประเทศในเอเชีย มีโอกาสวกกลับขึ้นไปเร็วได้อีก นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสกล่าว

นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงข้อกังวลจากภาวะการว่างงานที่อาจเพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤติครั้งนี้ซึ่งมีความแตกต่างจากวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 ตรงที่ครั้งนี้ผลกระทบในเชิงลบต่อภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงรุนแรง โดยเฉพาะภาคส่งออก ท่องเที่ยว และภาคเกษตร

ดังนั้นจึงมีโอกาสเป็นไปได้มากที่จะเห็นการใช้นโยบายการเงินและการคลังแบบ Aggressive ซึ่งสแตนชาร์ดประมาณการแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายเข้าสู่จุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ภายในกลางปี 2552 อยู่ที่ 1.00% หรือต่ำกว่า 1.00% จากปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.00%

3 ประเด็นหลักที่ ''อุสรา'' ให้จับตาทิศทางที่จะเกิดขึ้นกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย คือ 1. เศรษฐกิจโตต่ำมากโดยเฉพาะในบางประเทศซึ่งต้องพึ่งการเติบโตจากภาคส่งออกอาจเห็นเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย เช่น ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ และ สถานการณ์ที่จะเปลี่ยนจากภาวะเงินเฟ้อ ( Inflation) ไปสู่ภาวะเงินเฟ้อลดลง หรือภาวะเงินฝืด (Deflation) นำมาสู่ประเด็นที่ 2 คือ จีดีพีลดและเงินเฟ้อลด และ 3. เห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศในภูมิภาคเอเชียที่ปรับลดลงในวงกว้าง

****จีดีพีสหรัฐฯติดลบถึงกลางปี52

แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯและตลาดเกิดใหม่ภายใต้วิกฤติการเงินโลก ซึ่งสะท้อนผ่านความเห็นของ จอห์น คาลเวอร์ลีย์'' หัวหน้าสำนักวิจัย ประจำภูมิภาคอเมริกาเหนือ บอกว่า

ครึ่งแรกของปีนี้เศรษฐกิจสหรัฐฯยังถดถอย โดยโตติดลบต่อเนื่องในไตรมาสที่ 1 และ 2 หรือโตติดลบมากกว่า 3% จากไตรมาส 4 ของปีก่อนที่โตติดลบ 7% และจะค่อยๆดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปในครึ่งหลัง จากผลของดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ปรับลดลงใกล้ 0 % แต่ยังไม่ใช่การฟื้นตัวที่ยั่งยืน โดยเฉพาะปัญหาหลักของสหรัฐฯจากภาวะการเงินที่ตึงตัวจะฉุดรั้งไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวได้ง่าย

นอกจากนี้ ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศอุตสาหกรรมที่เข้าสู่ภาวะถดถอยเหมือนกัน ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งมีการเติบโตติดลบ หรือถดถอยต่อเนื่องในครึ่งแรกของปีนี้ ผลกระทบต่อประเทศในภูมิภาคเอเชียก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงผลต่อภาคส่งออก แม้ว่าในรอบนี้ประเทศในภูมิภาคเอเชียจะไม่ได้มีปัญหาด้านพื้นฐานก็ตาม แต่อย่างไรก็ตาม จากการที่เอเชียไม่ได้มีปัญหาพื้นฐาน ดังนั้นหากปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯถึงจุดต่ำสุด ก็จะทำให้เอเชียกลับมาฟื้นตัวได้ในอนาคต

****ทิศทางค่าบาทปี2552

คัลลัม เฮนเดอร์สัน'' ผู้อำนวยการและหัวหน้ากลยุทธ์เงินตราต่างประเทศ สำนักวิจัย กลุ่มธนาคารสแตนชาร์ด คาดการณ์ถึงทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนสกุลหลักและสกุลเงินภูมิภาคเอเชีย โดยชี้ว่าดอลลาร์สหรัฐฯจะแข็งค่าในครึ่งแรกของปี 2552 จาก 2 ปัจจัย คือ ผลของเม็ดเงินลงทุนที่ถูกดึงกลับสหรัฐฯและนักลงทุนลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง แต่ในครึ่งหลังของปีทิศทางดอลลาร์สหรัฐฯจะอ่อนค่าลง จากผลของอัตราดอกเบี้ยเฟดที่เข้าใกล้ระดับ 0% (อัตราดอกเบี้ยเฟดอยู่ที่

0-0.25%)

ในทางตรงกันข้ามผลต่อแนวโน้มสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียครึ่งแรกปีนี้จะอ่อนค่ารวมทั้งกรณีของประเทศไทย ซึ่งการอ่อนค่าดังกล่าวนอกจากปัจจัยดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่า มาจากปัจจัยภายในประเทศ คือ จีดีพีโตต่ำและดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล ขณะที่ในบางประเทศที่พึ่งพาการส่งออกมากอาจเห็นทั้งการขาดดุลการค้าและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งจะมีผลให้สกุลเงินของบางประเทศอ่อนค่ามากกว่าสกุลเงินอื่น เช่น ค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ ริงกิตมาเลเซีย ดอลลาร์ไต้หวันเงินดองของเวียดนาม รวมทั้งสกุลเงินบาทของไทย

ซึ่งสแตนชาร์ดคาดการณ์ระดับค่าเงินบาทครึ่งปีแรกไว้ที่ 37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และครึ่งปีหลังอยู่ที่ 35.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยจากมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มสแตนชาร์ดข้างต้น เป็นอีกหนึ่งเสียงที่สะท้อนผลกระทบวิกฤติที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ดังนั้นโอกาสฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย คงรอลุ้นกันอีกทีปี 2553 ไปแล้ว

Advertisement Replay Ad
ไขปัญหาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2560

ไขปัญหาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2560

'ไทยพาณิชย์' คาดหุ่นยนต์จะทำแรงงานไทยตกงาน 650,000 คน

'ไทยพาณิชย์' คาดหุ่นยนต์จะทำแรงงานไทยตกงาน 650,000 คน

'UBER' เตรียมขายกิจการในอาเซียนให้ 'Grab'

'UBER' เตรียมขายกิจการในอาเซียนให้ 'Grab'

'สตาร์บัคส์' จับมือ 'วีซ่า' เปิดตัวบัตรเครดิตของตัวเอง

'สตาร์บัคส์' จับมือ 'วีซ่า' เปิดตัวบัตรเครดิตของตัวเอง

'นครปฐมโมเดล' ปักธงจังหวัดไร้เงินสด นำร่องแห่งแรกของประเทศ

'นครปฐมโมเดล' ปักธงจังหวัดไร้เงินสด นำร่องแห่งแรกของประเทศ

[TME 2018] รวมโปรโมชันบัตรเครดิตในงาน Thailand Mobile Expo 2018

[TME 2018] รวมโปรโมชันบัตรเครดิตในงาน Thailand Mobile Expo 2018

'หอการค้าไทย' เผยผลสำรวจคอร์รัปชันยังรุนแรง จ่ายใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ 3 ปี

'หอการค้าไทย' เผยผลสำรวจคอร์รัปชันยังรุนแรง จ่ายใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ 3 ปี

ไทยครองแชมป์ประเทศที่มีความทุกข์ด้านเศรษฐกิจน้อยที่สุดในโลก

ไทยครองแชมป์ประเทศที่มีความทุกข์ด้านเศรษฐกิจน้อยที่สุดในโลก

'ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต' ร้านสะดวกซื้อของคนไทยก้าวไกลระดับหมื่นล้าน

'ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต' ร้านสะดวกซื้อของคนไทยก้าวไกลระดับหมื่นล้าน

เปิดสมรภูมิ ศึกชิงบัลลังก์เจ้าแม่เครื่องสำอางไทย

เปิดสมรภูมิ ศึกชิงบัลลังก์เจ้าแม่เครื่องสำอางไทย

แห่จอง “เจฟินคอยน์” เงินดิจิทัลไทยตัวแรก สวนทางคำเตือนแบงก์ชาติ

แห่จอง “เจฟินคอยน์” เงินดิจิทัลไทยตัวแรก สวนทางคำเตือนแบงก์ชาติ

เช็คด่วน! โรงพยาบาลเอกชนรับประกันสังคม 2561 ที่ไหนว่าง–ที่ไหนเต็ม

เช็คด่วน! โรงพยาบาลเอกชนรับประกันสังคม 2561 ที่ไหนว่าง–ที่ไหนเต็ม

'กยศ.' ลงดาบพวกเบี้ยวหนี้ ให้นายจ้างหักเงินเดือน เริ่ม มิ.ย.นี้

'กยศ.' ลงดาบพวกเบี้ยวหนี้ ให้นายจ้างหักเงินเดือน เริ่ม มิ.ย.นี้

บิ๊กตู่เฮอีก! อันดับงบประมาณไทยโปร่งใสมากขึ้น

บิ๊กตู่เฮอีก! อันดับงบประมาณไทยโปร่งใสมากขึ้น

'ฮาร์ทบีท' ลูกอมวาเลนไทน์พันล้าน

'ฮาร์ทบีท' ลูกอมวาเลนไทน์พันล้าน

แบงก์ชาติเตรียมอนุญาตร้านสะดวกซื้อให้บริการด้านการเงิน

แบงก์ชาติเตรียมอนุญาตร้านสะดวกซื้อให้บริการด้านการเงิน

‘กุหลาบ’ แพง สงขลาขายดอกไม้ช่อละ 500-3,000 บาท

‘กุหลาบ’ แพง สงขลาขายดอกไม้ช่อละ 500-3,000 บาท

ประกันสังคมเด้งรับนโยบายมีลูกช่วยชาติ เพิ่มสิทธิค่าคลอด-ค่าสงเคราะห์รายเดือน

ประกันสังคมเด้งรับนโยบายมีลูกช่วยชาติ เพิ่มสิทธิค่าคลอด-ค่าสงเคราะห์รายเดือน

'เยาวราช 4.0' เผยภาพสถานีรถไฟฟ้าวัดมังกร ตกแต่งสไตล์จีน-ยุโรป

'เยาวราช 4.0' เผยภาพสถานีรถไฟฟ้าวัดมังกร ตกแต่งสไตล์จีน-ยุโรป

'ราคาทองคำ' ช่วงตรุษจีนปรับลดลง

'ราคาทองคำ' ช่วงตรุษจีนปรับลดลง

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์