เงินคงคลังติดลบ 4 หมื่นล้าน

เงินคงคลังติดลบ 4 หมื่นล้าน

เงินคงคลังติดลบ 4 หมื่นล้าน

เปิดฐานะการคลังพบ สมัคร-สมชาย-อภิสิทธิ์ โหมนโยบายประชานิยม สำนักงบฯ หวั่นเงินคงคลังไตรมาสแรกปีงบฯ 2552 ติดลบครั้งแรกรอบ 10 ปี

พิษเศรษฐกิจส่งผลการจัดเก็บรายได้ทุกรายการไม่เข้าเป้า เผย 3 เดือนแรกของปี 2552 ต่ำกว่าเป้า 2 หมื่นล้าน ขณะที่รัฐบาลมีภาระขาดดุลงบประมาณถึง 4 แสนล้าน งัดมาตรา 22 พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ กู้เงินนอกหลังกรอบเพดานงบประมาณเต็ม

แหล่งข่าวจากสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ว่า ฐานะเงินคงคลังของประเทศ อาจจะติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่วิกฤติ

ต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 คาดว่าช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2552 เงินคงคลังจะติดลบประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งตัวเลขเงินคงคลัง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2551 (ก.ย. 2551) อยู่ที่ 2.29 แสนล้านบาท และเดือน ต.ค. 2551 ฐานะเงินคงคลังอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท ล่าสุดเดือนม.ค. 2552 เงินคงคลังลดเหลือประมาณ 5.17 หมื่นล้านบาท เท่านั้น

ขณะที่รัฐบาลมีภาระต้องใช้งบประมาณในการกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก ทำให้อาจนำเงินคงคลังออกมาใช้ก่อนในกรณีเร่งด่วน เหมือนที่ทำไปแล้ววงเงิน 1.9 หมื่นล้านบาท และหารายได้มาตั้งงบประมาณชดเชยภายหลัง

ที่สำคัญตามหลักการบริหารเงินคงคลัง กรมบัญชีกลางจะต้องสำรองเงินคงคลังไว้หมุนเวียน (ไม่สามารถนำมาใช้ทั้งหมดได้) ช่วงต้นปีงบประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาท และสิ้นปีงบประมาณอีก 2.8 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญต้องมีเงินคงคลังไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ของรายจ่ายประจำ คาดว่าครึ่งแรกของปีงบประมาณ 2552 ฐานะเงินคงคลังอาจจะติดลบเป็นครั้งแรก หากรัฐบาลไม่สามารถหารายได้มาชดเชยได้ทัน

เก็บรายได้ภาษีส่งสัญญาณทรุดหนัก

ทั้งนี้เนื่องจากการจัดเก็บรายได้มีแนวโน้ม จะต่ำกว่าเป้าหมาย กระทรวงการคลังประมาณการรายรายได้จัดเก็บภาษีปีงบประมาณ 2552 ไว้ที่ 1.5 ล้านล้านบาท แต่จากภาวะเศรษฐกิจประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลให้ธุรกิจของภาคเอกชนประสบปัญหาขาดทุน ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมจัดเก็บทั้ง 3 กรม รวมถึงรายได้จากรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นๆ ทั้งปีกระทรวงการคลัง คาดว่าจะจัดเก็บรายได้ภาษีปีนี้ได้ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 1.75 แสนล้านบาท สัญญาณที่ว่าเห็นได้จากรายได้จัดเก็บเดือน ธ.ค. 2551 ทุกรายการต่ำกว่าเป้าถึง 2.2 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าเป้าหมาย 5 พันล้านบาท

ส่วนการกู้เงินมาชดเชยเงินคงคลังก็ไม่สามารถทำได้ เพราะตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 169 วรรคหนึ่ง กำหนดว่าการตั้งงบประมาณเพื่อชดเชยหรือชดใช้เงินคงคลังจะต้องกำหนดแหล่งที่มาของรายได้เท่านั้น หากเป็นเงินกู้มาชดเชยจึงไม่ถือว่าเป็นรายได้

ชี้งบประมาณขาดดุลจริงกว่า 4 แสนล้าน

แหล่งข่าว กล่าวว่าตามกฎหมาย พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 มาตรา 9 ทวิ คือ 20% ของงบประมาณรายจ่าย 1.95 ล้านล้านบาท (รวมงบกลางปี 1.16 แสนล้านบาท) หรือประมาณ 3.9 แสนล้านบาท และมาตรา 9 ทวิ คือ 80% ของยอดชำระคืนต้นเงินกู้ 6.36 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 5.09 หมื่นล้านบาท รวมเพดานที่รัฐบาลสามารถขาดดุลได้ประมาณ 4.4 แสนล้านบาท ขณะนี้วงเงินขาดดุลมาจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาล

ตั้งแต่สมัยนายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงตั้งงบประมาณรายจ่ายปี 2552 ขาดดุล 2.49 แสนล้านบาท บวกงบขาดดุลกลางปีเพิ่มเติมอีก 9.75 แสนล้านบาท เท่ากับขาดดุลไปแล้ว 3.4 แสนล้านบาทแล้ว รวมรายได้สูญเสียจากต่อมาตรการ 6 เดือน 6 มาตรการสมัยรัฐบาลนายสมัคร และนายสมชาย ประมาณ 6 หมื่นล้านบาท จะทำให้ขาดดุลเพิ่มกว่า 4 แสนล้านบาท

ขณะที่รัฐบาลชุดนี้ ได้ต่ออายุมาตรการ 5 มาตรการ 6 เดือนออกไปอีก เท่ากับต้องสูญเสียรายได้เพิ่มอีก รวมถึงมาตรการภาษีด้านอสังหาริมทรัพย์เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2552 อีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ตลอดจนรายได้สูญเสียการจัดเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมาย เพราะภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอีก ทำให้คาดว่า การขาดดุลงบประมาณ 4.06 แสนล้านบาท

คาดรัฐฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจอีก

" แม้รายได้สูญเสียจากมาตรการภาษีเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2552 ประมาณ 4 หมื่นล้านบาทจะไปเป็นภาระในปีงบประมาณ 2553 แต่เมื่อรวมขาดดุลเฉพาะในปีงบประมาณ 2552 จำนวน 4.06 แสนล้านบาท ก็เท่ากับวงเงินขาดดุลเกือบจะเต็มเพดานที่กฎหมายกำหนดไว้ที่ 4.4 แสนล้านบาท จะเหลือวงเงินเพียง 3.4 หมื่นล้านบาท แม้จะมีรายได้จากภาษีสรรพสามิตน้ำมันอีก2 หมื่นล้านบาท

ที่ผ่านมามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมา ยังไม่ครอบคลุมถึงภาคการผลิตอื่นๆ รวมถึงการส่งออก ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการใช้เงินเข้ามาสนับสนุนมาตรการเหล่านี้อีก"

แหล่งข่าว ชี้ว่า ในการจัดทำงบประมาณขาดดุลนั้น ตามกฎหมายรัฐบาลสามารถกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ได้ 2.49 แสนล้านบาท และกู้เพิ่มตอนทำงบขาดดุลจากงบกลางปีอีก 9.7 หมื่นล้านบาท (จากวงเงินรวม 1.16 แสนล้านบาทหักที่ชดเชยไปแล้ว 1.9 หมื่นล้านบาท) เท่ากับรัฐบาลกู้เงินเพื่อชดเชยได้เพียง 3.46 แสนล้านบาท จากที่ขาดดุลจริงประมาณ 4.06 แสนล้านบาท ทำให้เหลือวงเงินขาดดุลอีกประมาณ 1.6 แสนล้านบาทที่รัฐบาลต้องหาเงินมาใช้ คงต้องพึ่งเงินคงคลังไปก่อนแล้วตั้งชดเชยภายหลัง

ฐานะการเงินประเทศมีความเสี่ยง

แหล่งข่าว กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม.กู้เงินต่างประเทศเพิ่มอีก 7 หมื่นล้านบาท ตาม พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะพ.ศ. 2548 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 แสดงให้เห็นว่า ฐานะทางการเงินของประเทศอยู่ในภาวะไม่มั่นคง เพราะ พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะมาตรา 22 นี้ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินได้เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินในกรณีฉุกเฉินนอกเหนือจากงบประมาณรายจ่ายประจำและต้องใช้เป็นเงินตราต่างประเทศ ได้ไม่เกิน 10% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี เงื่อนไขดังกล่าวสามารถกู้ได้ไม่เกิน 1.83 แสนล้านบาท แต่มีโครงการที่จะขอใช้เงินกู้ต่างประเทศ 3.80. หมื่นล้านบาท

" ตอนนี้ฐานะการเงินของประเทศอยู่ในภาวะเสี่ยงมาก ไม่มีความมั่นคง กระทรวงการคลังจึงต้องหาทางออก และเลี่ยงไปใช้พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะ มาตรา 22 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม โดยจะใช้ในกรณีฉุกเฉินประเทศมีปัญหาทางการเงิน และกรอบกู้เงินตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 เกินเพดานไปแล้ว เท่ากับทำให้เครดิตประเทศอาจจะมีปัญหาและมีต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้สูงกว่าปกติ" แหล่งข่าว กล่าว

อ่วมดุลเงินสดธ.ค.51ติดลบ4.3หมื่นล้าน

การดึงเงินคงคลังมาใช้ไปก่อนไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ว่ารัฐบาลจะหาเงินสดจากไหนมาชดเชยเงินคงคลัง ขณะนี้ฐานะการคลังเกือบจะไม่พอต่อการบริหารเงินสด เห็นได้จากปัญหาขาดดุลเงินสดมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน ต.ค. ต่อเนื่องถึงเดือนธ.ค. 2551 อยู่ที่ติดลบ 4.3 หมื่นล้านบาท

ขณะที่รายได้ที่ต้องนำมาชดเชยเงินคงคลังตามกฎหมายคือ ภาษี ก็มีสัญญาณว่าจะจัดเก็บต่ำกว่าเป้าหมายในเกือบทุกรายการ ส่วนการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ก็มีปัญหา ส่งผลให้รัฐวิสาหกิจบางแห่งไม่สามารถนำส่งรายได้เข้ารัฐได้

 

Advertisement Replay Ad
กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์