ทอท.-นกแอร์ บทเรียนแรกคดีผู้บริโภค

ทอท.-นกแอร์ บทเรียนแรกคดีผู้บริโภค

ทอท.-นกแอร์ บทเรียนแรกคดีผู้บริโภค

ศาสตราภิชาน ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา กลายเป็นตัวอย่างผู้บริโภคที่มีประสบการณ์ฟ้องร้องคดี พ.ร.บ.วิธีพิจารณาผู้บริโภค

และสามารถฟ้องร้องชนะคดีเรียกร้องค่าชดใช้เป็น "รายแรก" ของเมืองไทย

ภายหลังกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้เมื่อ 23 ส.ค.2551 ในกรณีร้องสิทธิ์ผู้บริโภคกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ (ทอท.)และสายการบิน "นกแอร์" บกพร่องในหน้าที่การให้บริการ "ไม่ใช้" เครื่องตรวจสแกนระเบิดวัตถุโลหะแก่ผู้โดยสาร

เรื่องเกิดขึ้นเมื่อดร.เจิมศักดิ์ เดินทางไปทำงานในหน้าที่ยังจังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 15 -16 สิงหาคม 2551 โดยได้ใช้บริการของสายการบิน "นกแอร์" และขึ้นเครื่องที่สนามบินจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ในวันที่ 16 สิงหาคม 2551

ปรากฎว่า ก่อนเข้าประตูเพื่อจะขึ้นเครื่องไม่มีการตรวจตัวผู้โดยสาร ด้วยเครื่องสแกนตัวผ่านประตู ซึ่งปกติก่อนขึ้นเครื่อง ผู้โดยสารทุกคนจะต้องเดินผ่านประตูที่มีเครื่องสแกนตัว เพื่อตรวจหาวัตถุระเบิดหรือ วัตถุโลหะต่างๆ หากพบเครื่องจะมีเสียง "ติ๊ด" เตือนให้เจ้าหน้าทีได้ยิน จากนั้นผู้โดยสารคนนั้นจะต้องถูกค้นตัวด้วยเครื่องสแกนมือจากเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง

ดร.เจิมศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ในวันที่เดินทางกลับเพื่อไปขึ้นสายการบินนกแอร์ ไม่ได้มีการตรวจสแกนหาวัตถุโลหะ จึงรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากโดยได้เดินไปสอบถามเจ้าหน้าที่การท่าฯ

ได้รับคำตอบกลับมาว่า "ทางมหาวิทยาลัยวิลัยลักษณ์ ได้ยืมเครื่องสแกนผ่านประตูไป และยังไม่ได้นำกลับมาคืน"

"ผมเคยเป็นบอร์ดการท่าอากาศยานมาก่อน จึงถามเจ้าหน้าที่ว่า ทำไมไม่ตรวจตัวผม เขาบอกว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ขอยืมเครื่องตรวจตัวผ่านประตูไป ผมตกใจว่า ถ้าหากมีใครเอาระเบิดขึ้นมา หรือจี้กัปตันบนเครื่อง ผมจะต้องถูกเป็นตัวประกันไปด้วย จึงถามถึงเครื่องสแกนตัวด้วยมือ ก็ถูกขอยืมไปด้วยเหมือนกัน"

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของสายการบินนกแอร์ ก็ไม่ได้คิดที่จะดูแล หรือ แก้ไขเหตุการณ์แต่อย่างใด จนกระทั่งเมื่อดร.เจิมศักดิ์ เดินทางกลับไปถึงสนามบินดอนเมือง ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บังเอิญได้พบกับ คุณสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค จึงนำเรื่องปรึกษา และได้รับรู้รายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายวิธีพิจารณาคดีเพื่อผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคมีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องด้วยตัวเองได้

เขาเล่าต่อไปว่า วันนั้นเป็นวันที่ 17 ส.ค.2551 และรู้ว่ากฏหมายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 ส.ค.2551 ซึ่งเป็นวันเสาร์ ก็กลับบ้านมานอนคิด จึงรู้ว่าเรื่องของผมเข้าเกณฑ์กฎหมายคดีเพื่อผู้บริโภคทุกอย่าง หลังจากที่ได้พูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายชัดเจนดีแล้ว จึงนำเรื่องฟ้องร้องศาลในวันจันทร์ 25 ส.ค.ทันที

"ผมรู้ว่า ไม่ต้องใช้ทนาย ก็สามารถฟ้องร้องด้วยตัวเองได้ พร้อมกับนำหลักฐานที่มีไป เช่น ตั๋วเครื่องบิน ซึ่งในวันนั้นเป็นคดีผู้บริโภครายแรก ยังไม่เคยมีคดีแบบนี้มาก่อน ศาลจึงให้นิติกรมาช่วย คุณสารีก็ไปด้วย ผมก็เล่าให้เจ้าหน้าที่ และมีนิติกรทำคดีชั่วคราวคอยจดบันทึก จากนั้นเขาก็ไปแต่งเรื่องให้เรียบร้อยเหมือนกับทนาย แล้วจึงเซ็นลายมือ"

จากนั้น ดร.เจิมศักดิ์ จึงคำนวณค่าเสียหายเอง เพราะเป็นนักเศรษฐศาสตร์อยู่แล้ว โดยใช้สมมติฐานว่า การที่ไม่ตรวจตัวผู้โดยสารทำให้ตัวเขามีความเสี่ยงที่จะตาย หรือ พิการ โดยถ้าไม่มีการตรวจตัวผู้โดยสาร 10 เที่ยวบิน ก็จะมีโอกาสที่จะเกิดการตายได้ 1 ใน 10 เที่ยว จากนั้นมานั่งถามตัวเองว่า ยังต้องทำงานอีก 15 ปี มีรายได้ปีละ 3 ล้าน รวม 15ปี เท่ากับ 45 ล้าน

ถ้าตายไปเงินก้อนนี้ก็สูญไป เทียบกับโอกาสตาย 1 ใน 10 ก็จะได้ตัวเงินชดใช้เรียกไป 4.5 ล้านบาท

ประกอบกับ การเกิดความหวาดกลัว ทำให้เกิดความว้าวุ่นระหว่างเดินทาง จึงเรียกค่าเสียไปอีก 5 แสนบาท รวมกับถ้าหากตัวเองต้องตายแล้ว ภรรยาจะขาดไร้ผู้อุปการะอีก 1 ล้าน รวมเป็น ทั้งหมด 6 ล้านบาท

เสร็จแล้วเกิดฉุกคิดขึ้นมาว่า กฎหมายฉบับนี้มีเรื่องขอ "คุ้มครองฉุกเฉิน" ให้แก่คนอื่นได้อีกด้วย เพราะถ้ายังไม่มีการติดตั้งเครื่องตรวจ อาจจะเกิดการตายได้ จึงขอร้องเพื่อคุ้มครองฉุกเฉินให้แก่คนอื่นด้วย

โดยเขาขอความคุ้มครองจากศาลว่า หากสนามบินยังไม่มีเครื่องตรวจวัตถุดิบระเบิดและโลหะ ก็ห้ามไม่ให้ครื่องบินขึ้นทำการเด็ดขาด

จากนั้นอีกราว 2 สัปดาห์ ผู้พิพากษาได้นัดไตร่สวนและไกล่เกลี่ยทั้งฝ่ายโจทย์และจำเลยสองฝ่าย ตามหลักการของกฏหมาย ซึ่งจำเลยยอมรับว่า ไม่มีเครื่องตรวจจริงในวันดังกล่าว ขณะที่ศาลมองว่า ดร.เจิมศักดิ์ มีเจตนาที่ดีที่จะคุ้มครองสิทธิ์ของผู้บริโภค

ดร.เจิมศักดิ์ บอกว่า เขาขอให้ศาลขอวิดีโอวงจรปิดมาดูอีกครั้งว่า สนามบินได้มีการตรวจตัวผู้โดยสารหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่า มีการตรวจเฉพาะประตูทางเข้าอาคารสนามบินเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และเป็นการตรวจเพื่อความปลอดภัยของอาคาร แต่ภายในสนามบินมีทั้งร้านค้า ร้านอาหารมากมาย ย่อมจะไม่ปลอดภัยแก่ผู้โดยสารอย่างแน่นอน หากไม่มีการตรวจผู้โดยสารประตูขึ้นเครื่องอีกครั้ง

รวมถึงขอให้ศาลเรียกเอกสารจากท่าอากาศยานฯ เพื่อดูว่า ทางมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้นำเครื่องสแกนมาคืนเมื่อวันที่เท่าไหร่

"ทางทอท.บอกไม่ทราบ ศาลจึงเรียกพยานหลักฐาน พบว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้นำเครื่องตรวจมาคืนในวันที่ 15 ส.ค.2551 แต่ผมเดินทางกลับในวันที่ 16 ส.ค. แต่นำมาติดตั้งใหม่ในวันที่ 17 ส.ค. ห่างไปอีก 2 วัน ได้รับฟังเหตุผลว่า เจ้าหน้าที่ขี้เกียจเสียบปลั๊ก "

ศาลแพ่งจึงตัดสินให้ชนะคดีในวันที่ 14 ธ.ค.2551 รวมเวลาฟ้องร้อง 3 เดือนเศษ

"ผมชนะคดี และท่าอากาศยานฯ ต้องชดใช้ค่าความกลัวตลอดการเดินทาง ซึ่งแต่ละคนมีความกลัวไม่เท่ากัน ผมได้เดินไปสอบถามเจ้าหน้าหลายครั้ง และเคยเป็นบอร์ดของทอท.ด้วย จึงย่อมรู้ว่าจะเกิดภัยได้ จึงเกิดความหวาดกลัวจริง แต่วัดค่ายาก จึงชดใช้ให้ 5 หมื่นบาท"

ดร.เจิมศักดิ์ บอกว่า ตัวเงินที่ได้รับไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่มองว่า กรณีนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้แก่ผู้บริโภคโดยรวมในอนาคตมากกว่า

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังเปิดทางให้สามารถอุทธรณ์ได้อีก ผมจึงอุทธรณ์ขอให้สายการบินนกแอร์ ต้องมีส่วนร่วมชดใช้ค่าเสียหายด้วย เพราะ 1. ผมจ่ายเงินค่าตั๋วเดินให้กับนกแอร์ ไม่ได้เคยจ่ายกับทอท. ตรงนั้นเขาแบ่งรายได้กันเองอยู่แล้ว และ 2. สายการบินนกแอร์ ต้องดูแลความปลอดภัยด้วยไม่ใช่สักแต่บินอย่างเดียว ซึ่งเจ้าหน้าที่สายการบินไม่ได้คิดแก้ไขปัญหาอะไรช่วงนั้นเลย ผมคิดว่า สายการบินต้องร่วมชดใช้ในความเสี่ยงภัยที่ผมได้รับด้วย

ขณะเดียวกัน ในสายการบินต่างประเทศ เช่น สายการบิน ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ได้จ้างรปภ.มาตรวจความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่งเองด้วย รวมถึงสายการบินอีกหลายแห่งทั่วโลก จะค้นตัวผู้โดยสารอีกครั้ง ก่อนจะเข้าประตูขึ้นเครื่อง

"แต่นี่เขาบอกไม่ใช่หน้าที่ ผมจึงอุทธรณ์ต่อไปอีก คงต้องรอฟังคำพิพากษาจากศาลต่อไป แต่จะแพ้หรือชนะไม่เป็นไร ตอนนี้ผมชนะแล้ว อย่างน้อยได้ทำให้ผู้ประกอบการต้องระมัดระวังมากขึ้น และดูแลเครื่องตรวจวัตถุระเบิดอย่างดี

เชื่อว่า ประชนชนได้บทเรียนจากกรณีนี้ เพื่อเป็นบรรทัดให้แก่สังคมต่อไป" ดร.เจิมศักดิ์ กล่าว

 

Advertisement Replay Ad
กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์