พท.เปิดฉากซัดรบ.แจกเงินแสนล้านเกาไม่ถูกที่คัน กรณ์โต้เพิ่งบริหารปท.เจอน้ำลดตอผุดเพียบ

พท.เปิดฉากซัดรบ.แจกเงินแสนล้านเกาไม่ถูกที่คัน กรณ์โต้เพิ่งบริหารปท.เจอน้ำลดตอผุดเพียบ

สภาประชุมงบแสนล้านป่วน พท.โวยไม่ได้เอกสาร แขวะลอกรบ.แม้วแถมเกาไม่ถูกที่คัน เสี้ยมพรรคร่วมแข็งข้อทวงเงินเพิ่ม กรณ์โบ้ยตัวเลขเศรษฐกิจตกต่ำผลงานรบ.เก่า บ่นเข้ามาบริหารประเทศเดือนครึ่งเจอแต่น้ำลดตอผุด พท.จี้หั่นทิ้งงบฯแสนล.เกาไม่ถูกที่คัน

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552 วงเงิน 1.167 แสนล้านบาท ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯพิจารณาเสร็จแล้ว โดยก่อนเข้าสู่การพิจารณารายมาตรา มีการปะทะคารมกันขึ้นระหว่าง ส.ส.พรรคเพื่อไทย (พท.) และ กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจาก ส.ส.พท.เรียกร้องให้ถ่ายเอกสารละเอียดโครงการที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแจกสมาชิก ขณะที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองประธาน กมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงว่า รายละเอียดแจกไปแล้วในการพิจารณาวาระ 1 ซึ่งในชั้น กมธ.ไม่ได้มีการแก้ไขซึ่งเป็นที่ทราบกัน อย่างไรก็ตาม การตอบโต้กันไปมาทำให้เสียเวลากว่า 30 นาที ในที่สุดนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมได้พูดตัดบทว่า ถ้าจะให้ถ่ายเอกสารแจกคงใช้เวลาเป็นเดือน อย่าขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และ ส.ส.ที่สงวนคำแปรญัตติสามารถซักถามรายละเอียดได้อยู่แล้ว ก่อนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณา โดยการพิจารณาดังกล่าวเป็นการพิจารณาเป็นรายมาตรา รวมทั้งสิ้น 23 มาตรา

เริ่มจากมาตรา 3 ยอดรวมงบฯเพิ่มเติมจำนวน 1.167 แสนล้านบาท โดย ส.ส.ฝ่ายค้าน ส่วนใหญ่อภิปรายโจมตี นโยบายประชานิยมของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลอกเลียนแบบมาจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ไม่เข้าใจแก่นแท้ของการนำนโยบายประชานิยมมาใช้ ซึ่งทำให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำไม่ได้ อาทิ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พท.และ กมธ. สงวนความเห็นขอปรับลดทั้งหมด โดยยกเหตุผล การจัดเก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมาย โดยคาดว่าจะจัดเก็บได้ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ขณะที่ตั้งเป้า ไว้ที่ 1.5 ล้านล้านบาท ซึ่งปกติการจัดทำงบฯเพิ่มเติม จัดทำเมื่อมีการคาดการณ์การเก็บภาษีได้มากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ และยังวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเกาไม่ถูกที่คัน โดยรวมแล้ว เกาไม่ถูกที่คัน ปัญหาอยู่ที่การส่งออก แต่กลับไปแจกภาคครัวเรือน วิธีการตั้งงบแบบนี้แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ หากยังดึงดัน แก้ไม่ได้ ก็ขอให้รัฐบาลรับผิดชอบด้วยการลาออกด้วย เพราะฝ่ายค้านทักท้วงแล้ว นายวรวัจน์กล่าว

เสี้ยมชาติไทยฯบี้ทวงให้เพิ่มงบฯ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พท. สงวนคำแปรญัตติ ให้ปรับลดลง 5 เปอร์เซ็นต์ โดยระบุว่า การที่รัฐบาลชื่นชมกับความสำเร็จในการไปเยือนญี่ปุ่นว่าให้การต้อนรับอย่างดี ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะไทยไปกู้เงิน ไปเป็นลูกหนี้ ญี่ปุ่นก็ต้องต้อนรับดีอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี งบฯเพิ่มเติมครั้งนี้ทำให้เกิดความแตกแยกหลายส่วน คือ ในพรรคร่วมรัฐบาลที่ไม่กระจายทั่วถึงทุกพรรค และความแตกแยกในสังคม เพราะจัดงบฯให้หน่วยงานต่างๆ ไม่ทั่วถึง เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อพปร. ตลอดจนตำรวจชุมชน โดยเฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้าน ที่รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญเพิ่มค่าตอบแทน นอกจากนี้ รัฐบาลไม่รอบคอบในการทำงบฯเพิ่มเติม ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ด่านโยบายประชานิยมของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ แต่วันนี้คงเข้าใจแล้วว่านโยบายประชานิยมเป็นสิ่งดี และในอนาคต จะเทียบเท่ากับรัฐสวัสดิการของสหรัฐ แต่รัฐบาลนี้ยังไม่เข้าใจถึงแก่น เลยจัดงบฯโดยไม่สอดคล้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

ส่วนนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พท.และ กมธ. สงวนความเห็น ขอปรับลดลง 20 เปอร์เซ็นต์ โดยระบุว่า เคยอยู่พรรคชาติไทยมาก่อน รู้สึกเสียดาย ถ้านายบรรหาร ศิลปอาชา ยังดูแลพรรคชาติไทยอยู่ ไม่มีทางที่จะได้งบฯเพียง 2,500 ล้านบาท ใน 2 กระทรวงที่พรรคชาติไทยพัฒนาดูแล อย่างน้อยต้องได้ 25,000 ล้านบาทขึ้นไป ขอเรียกร้องให้ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา ช่วยกันเรียกร้องงบฯมาให้ได้มากกว่านี้

นายคมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ พท. สงวนคำแปรญัตติขอปรับลด 5 เปอร์เซ็นต์ ว่า รัฐบาลชุดนี้เลียนแบบนโยบายประชานิยม แต่ไม่รู้จักการหาเงิน จึงต้องไปกู้ทั้งในและต่างประเทศ คาดว่าการจัดงบฯปี 2553 น่าจะตั้งขาดดุลไม่น้อยกว่า 3-4 แสนล้านบาท และจะเป็นภาระภาษีไม่ต่ำกว่า 9 แสนล้านบาท ทั้งนี้ การจัดงบฯให้พรรคร่วมไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะภาคเกษตรและกระทรวงพาณิชย์ด้านการส่งออก ที่ได้น้อยมากจนทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายนายกฯคงต้องลาออก

ประท้วงวุ่นพท.ว่ารบ.ที่มามิชอบ

ในช่วงบ่ายนายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ส.ส.สัดส่วน พท. อภิปรายโจมตีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ว่า ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเสนอโดยรัฐบาลที่มาโดยมิชอบเพราะไม่ได้แถลงนโยบายที่รัฐสภา ทำให้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงว่า อภิปรายนอกประเด็น และรัฐบาลมาโดยถูกต้องแล้ว อภิปรายแบบนี้เหมือนผู้อภิปรายไม่มีความรู้ จากนั้นได้มีการประท้วงกันไปมาวุ่นวายระหว่าง ส.ส.พท. และพรรคประชาธิปัตย์ กว่า 30 นาที ทำให้ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ต้องตัดบทหลายครั้ง กว่าจะดำเนินการประชุมต่อไปได้

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พท. สงวนคำแปรญัตติ ขอปรับลด 5 เปอร์เซ็นต์ กล่าวว่า งบฯเพิ่มเติมทำมาไม่ตรงเป้า และก่อนอื่นควรจะมุ่งไปที่งบฯปกติที่ปรับลดได้ ก็ต้องไปปรับตรงนั้นก่อน เช่น งบฯของกองทัพในปีงบประมาณ 2552 จำนวน 1.4 แสนล้านบาท ที่มีข่าวว่ากองทัพบกจะซื้อรถหุ้มเกราะ กองทัพเรือจะซื้อเรือดำน้ำ กองทัพอากาศจะซื้อเครื่องบินรบ ถามว่าเหมาะสมหรือไม่ในสภาพการณ์แบบนี้ ส่วนนโยบายที่เป็นปัญหาคือ การแจก 2 พันบาท ให้คนมีเงินเดือนไม่ถึง 1.4 หมื่นบาทต่อเดือน คงแจกได้เพียง 8-9 ล้านคน ทำให้ไม่ครอบคลุม และการเลือกตั้งครั้งหน้า รัฐบาลคงแพ้เลือกตั้งแน่

เพื่อไทยขู่ถอดถอนครม.ทั้งคณะ

ขณะที่ น.ส.ฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา พท. ผู้แปรญัตติขอปรับลดงบประมาณ 20% อภิปรายว่า ตาม มาตรา 21 ของ พ.ร.บ.บริหารหนี้สาธารณะ 2548 ที่ระบุไม่ให้กู้เงินเกิน 20% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี คือ ทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 1.835 ล้านล้านบาท และ งบเพิ่มเติม 1.16 แสนล้านบาท ซึ่งคำนวณแล้วรัฐบาลจะกู้เงินได้ไม่เกิน 3.9 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี รัฐบาลคาดว่าจนถึงขณะนี้มีการกู้เงินไปแล้ว 2.5 แสนล้านบาท ทำให้เหลือวงเงินที่จะกู้ได้เพียง 1.4 แสนล้านบาท แต่ล่าสุดสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ออกมาระบุว่า 4 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า 7 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเมื่อรายได้ลดต่ำกว่าเป้าทำให้วงเงินกู้ต้องลดลงตามไปด้วยเหลือแค่ประมาณ 7 หมื่นกว่าล้านบาท แต่ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ รัฐบาลระบุว่าจะกู้เงิน 9.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเกินกรอบ 20% ไป 2.7 หมื่นล้านบาท หากสภาผ่านงบประมาณ ครม.ทั้งคณะจะมีความผิดถึงขั้นถูกถอดถอนได้

กรณ์โบ้ยตัวเลขศก.ตกให้รบ.เก่า

จากนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธาน กมธ.ฯลุกขึ้นชี้แจงว่า ที่มีการอภิปรายติติงนั้น หลายส่วนอยู่นอกกรอบที่กมธ.จะพิจารณาได้ เพราะงบฯนี้เป็นงบฯที่ไปสมทบงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่จะรับเป็นข้อสังเกตเพื่อจัดทำงบฯในปีงบประมาณหน้าต่อไป ส่วนที่มีความกังวลเรื่องเงินคงคลัง ซึ่งเดิมมี 2 แสนกว่าล้านบาท ขอชี้แจงว่า ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี ซึ่งรัฐบาลชุดที่แล้วบริหาร มีการปรับลงมาเหลือ 5 หมื่นล้านบาท เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามา ตรงนี้จึงเป็นข้อจำกัดในการบริหาร ส่วนหลายประเด็นที่สมาชิกอภิปรายเป็นการสะท้อนการทรุดตัวของเศรษฐกิจ เช่น การส่งออก ไตรมาสสุดท้าย ที่รัฐบาลที่แล้วบริหาร ดัชนีก็ปรับลงมา ส่วนการลงทุนก็น้อยลง ด้านการบริโภค ประชาชนไม่มั่นใจในการจับจ่าย ฉะนั้นนี่คือที่มาของร่าง พ.ร.บ.งบฯเพิ่มเติม เพราะตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกตัวชะงักงัน รัฐบาลจึงต้องเสนอ สมัยรัฐบาลที่แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายสุชาติ ธาดาดำรงเวช) เคยโทร.มาขอความคิดเห็นเรื่องการจัดงบประมาณกลางปี ได้แสดงความเห็นว่า เห็นควรในหลักการ ฉะนั้น กฎหมายฉบับนี้ทั้งหมดก็คือความเห็นร่วมของสภานี้

นายกรณ์กล่าวว่า ส่วนการกู้ยืมเงินจากญี่ปุ่น ที่จริงการกู้เงินต่างประเทศเพื่อลงทุนสาธารณูปโภค มีต่อเนื่องมาหลายสมัย อย่างที่กู้ญี่ปุ่นมาทำรถไฟฟ้าสายสีแดง โครงการนี้มีมติเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2549 ให้หาแหล่งเงินกู้ ต่อมาวันที่ 11 สิงหาคม รัฐบาลก็มีหนังสือขอกู้เงิน ซึ่งรัฐบาลนี้ก็เห็นไปทางเดียวกัน สรุปว่า นโยบายใดดี และเริ่มไว้แล้วไม่ว่าจะเป็นสมัยรัฐบาลของพรรคไทยรักไทยหรือรัฐบาลไทย รัฐบาลนี้ก็พร้อมจะสานต่อ

บ่นเข้ามา45วันมีแต่น้ำลดตอผุด

นายกรณ์กล่าวว่า ส่วนการชดใช้เงินคงคลัง รัฐบาลนี้เข้ามาเพียง 45 วันพบแต่ปัญหา น้ำลดตอผุด ความพร้อมในการรับมือภาวการณ์ไม่เต็มที่ และรายได้ก็ลดลง การจัดเก็บภาษีลดลง ส่งผลให้ความยืดหยุ่นในมาตรการทางคลังลดลงด้วย รัฐบาลก็ต้องแก้ เครื่องมือคือการรใช้เงินงบประมาณ และจะใช้ตัวเลขความเป็นจริงในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ส่วนจะจัดงบหรือใช้งบอย่างไรต้องรอดู ส่วนที่มีการติงระดับรายได้ ก็ถูกต้อง เพราะรัฐบาลนี้คาดการณ์ว่า จะเก็บรายได้ต่ำกว่า เป้า 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็มีปัญหา แต่สามารถกู้เพิ่มเติมได้เพื่อแก้ไขได้ แต่ประเด็นนี้ถือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายตามที่สมาชิกอ้าง พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ สำหรับเงินชดใช้เงินคงคลัง 1.9 หมื่นล้าน คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยตีความแล้วว่าไม่ผิด และเงินที่จะชดใช้ก็มาจากภาษีสรรพสามิต ต่างๆ และเก็บได้มากกว่า 1.9 หมื่นล้านแน่ ฉะนั้นไม่มีปัญหา สำหรับความเป็นห่วงเรื่องวินัยการเงินการคลัง ตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ รัฐบาลยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายนี้ ที่การกู้เงินจะไม่ก่อให้เกิดหนี้สาธารณะเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งคาดว่าหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นจะไม่เกิน 41 เปอร์เซ็นต์

รบ.ชุดที่แล้ว3ด.ใช้เงิน1.7แสนล.

นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาตกุล รองประธาน กมธ.จากพรรคประชาธิปัตย์ ชี้แจงว่า จากตัวเลขล่าสุดสิ้นปีงบประมาณเดือนกันยายน 2551 เหลือเงินคงคลังทั้งสิ้น 2.2 แสนล้านบาท แต่ถึงสิ้นเดือนธันวาคมเหลือเงินคงคลังเพียงแค่ 5.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐบาลที่แล้ว พราะรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาในช่วงต้นเดือนมกราคม และยอดเงินคงคลังสิ้นเดือนมกราคม ยังเหลือ 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งใช้ไปเพียงแค่ 1.2 หมื่นล้านบาท ผิดกับรัฐบาลที่แล้วซึ่งระยะเวลา 3 เดือนกลับใช้เงินไป 1.7 แสนล้านบาท ตรงนี้ต้องไปตรวจสอบว่ามีการไปทำอะไรต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากอภิปรายมาตรา 3 นานกว่า 7 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติ ยืนตามร่างของกมธ. ด้วยคะแนน 237 ต่อ 113 งดออกเสียง 4 ไม่ลงคะแนน 9 เสียง

ชี้แจกหัวละ2พันฝนตกไม่ทั่วฟ้า

ในการมาตรา 4 งบกลางจำนวน 13,642,448,000 บาท โดยจำแนกเป็น (1) ค่าใช้จ่ายตามาตราการช่วยเหลือการครองชีพของบุคลากรภาครัฐ จำนวน 2,652,000,000 บาท (2) ค่าใช้จ่ายเพิ่มศักยภาพผู้ว่างงานเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชน จำนวน 6,900,000,000 บาท และ(3)เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น กมธ.ข้างน้อยหลายคน อาทิ นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล ส.ส.แพร่ พท. ตั้งข้อสังเกตเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าเม็ดเงินงบประมาณในส่วนของมาตรา 4(1) ที่รัฐบาลจะดำเนินการแจกจ่ายให้กับผู้ที่มีค่าครองชีพไม่เกิน 15,000 บาทคนละ 2,000 บาทนั้น ไม่ทั่วถึงประชาชนที่มีรายได้น้อยทุกภาคส่วน ครอบคลุมเฉพาะผู้ที่ประกันตนที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคมเท่านั้น ซึ่งผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประชาชนที่อยู่ในภาคการเกษตร และข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมทั้ง ข้าราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอปพร. ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีเคยมีมติ ครม.ให้ขึ้นค่าตอบแทนบุคคลดังกล่าวจำนวน 1 เท่าตัว แต่มาสมัยของรัฐบาลชุดนี้กลุ่มคนกลุ่มนี้กลับได้เพียง 2,000 บาทซึ่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

นอกจาก กมธ.ยังเสนอให้ปรับเพดานขั้นต่ำของค่าครองชีพจาก 15,000 บาทให้เป็น 20,000 บาท ซึ่งจะมีผู้ได้รับสิทธิเพิ่มจาก 1.3 ล้านคน เป็น 1.8 ล้านคน ซึ่งเชื่อว่าจะครอบคลุมผู้ที่เดือดร้อนได้มากขึ้น

กมธ.สภาสูงกังวลไม่ช่วยกระตุ้นศก.

นายพิเชต สุนทรพิพิธ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2552 วุฒิสภา แถลงผลการประชุมว่า คณะกรรมาธิการเห็นด้วยในภาพรวมของการจัดทำ แต่กังวลว่า งบประมาณดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ เพราะโครงการที่รัฐบาลเสนอเข้ามาส่วนใหญ่เป็นลักษณะของการเยียวยา มากกว่าการสร้างงานและสร้างรายได้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลิต ดังนั้น ถ้ารัฐบาลได้นำไปปรับปรุงในบางส่วนก็จะดีขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมวุฒิสภาจะมีการพิจารณาว่า จะเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ตามที่สภาผู้แทนราษฎรเสนอหรือไม่ ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า ภาพรวมของงบประมาณเพิ่มเติม ไม่เหมือนเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของต่างประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลีย มีการแบ่งงบออกเป็น 2 ส่วน คือ งบประมาณที่ใช้สำหรับการเยียวยาประชาชน 30 เปอร์เซ็นต์ และงบประมาณเกี่ยวกับการก่อสร้างเพื่อสร้างงานและรายได้ให้กับประชาชน 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาเทียบกับของประเทศไทยแล้วเอาเข้าจริงในตัวเลขงบประมาณของไทยที่เป็นการสร้างงานประมาณ 2 พันล้านบาทเท่านั้น ส่วนที่เหลือประมาณ 9 หมื่นล้านบาทดูรายละเอียดแล้วก็ไม่ใช่การกระตุ้นเศรษฐกิจเพราะเป็นลักษณะของการเยียวยา

ชี้ผู้รับเหมารับเต็มๆ-ค้านแจก2พัน

ในส่วนนี้บอกได้เลยว่า ผู้รับเหมาเป็นฝ่ายรับเงินไปเต็มๆ ไม่ได้เป็นการกระจายรายได้ อีกทั้งส่วนราชการที่เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการก็มีหลายหน่วยงานที่ไม่นำเสนอรายละเอียดของงบประมาณว่าจะนำไปใช้จ่ายอะไรบ้าง คณะกรรมาธิการจึงกังวลเมื่อได้รับเงินไปแล้วจะไม่ก่อประโยชน์แท้จริง พล.อ.เลิศรัตน์กล่าว และว่า คณะกรรมาธิการยังไม่เห็นด้วยกับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนที่แจกเงินให้กับผู้มีเงินเดือนไม่ถึง 1.4 หมื่นบาท จำนวน 2 พันบาทที่ครอบคลุมเพียง 9 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่ายเพื่อให้เงินกลับเข้าสู่ระบบ เพราะคณะกรรมาธิการมีข้อมูลว่า ประชาชนส่วนใหญ่มีหนี้สูงมาก

Advertisement Replay Ad
จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์