อปท.-รสก.-ครูเอกชนเฮ! ครม.ใจดีแจกเช็ค2พัน เล็งออกพ.ร.ก.ขยายเพดานก่อหนี้ใช้ชั่วคราว

อปท.-รสก.-ครูเอกชนเฮ! ครม.ใจดีแจกเช็ค2พัน เล็งออกพ.ร.ก.ขยายเพดานก่อหนี้ใช้ชั่วคราว

รบ.เตรียมออกพ.ร.ก.ขยายเพดานก่อหนี้ ใช้ชั่วคราวแค่ 2-3 ปีแล้วยกเลิก คาดขอกู้เพิ่มจาก กม.กำหนดได้ไม่เกินปีละ 2 แสนล้านรับมือวิกฤตโลก ครม.ไฟเขียวอีก 5 แสนคนได้เช็คช่วยชาติ ทั้งอปท.-รสก.-ครูเอกชน เร่งให้แจก 26 มี.ค.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจที่บ้านพิษณุโลก และการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ว่า รัฐบาลมีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจตามกรอบ 2-3 ปี คือปี 2552-2554 ใช้วงเงิน 1.4 ล้านล้านบาท หลังจากดำเนินการในรอบแรกและกำลังจะเจรจากู้เงินจากต่างประเทศเพื่อลงทุนในลักษณะโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มเงินลงทุนในภาวะที่การลงทุนจากต่างประเทศและการส่งออกยังมีปัญหา สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่อาจกระทบกับประเทศเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เราต้องเร่งพิจารณากรอบใช้เงิน 2-3 ปี นายกฯ กล่าว (อ่านรายละเอียด น.17)

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการเตรียมงบประมาณ 400 ล้านบาทเพื่อใช้ในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศไทยว่า ยังไม่เคยเห็นงบส่วนนี้ แต่เคยมีงบเพิ่มเติม สำหรับการดำเนินการร่วมกันของหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ พาณิชย์ ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม โดยไม่มีอะไรใหม่ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการเชิญสื่อมวลชนระดับโลกมาประเทศไทยเพื่อช่วยกู้ภาพลักษณ์ประเทศหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าววว่า มีคณะกรรมการชุดนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนันายกรัฐมนตรีเป็นประธานอยู่ แต่เราจะพยายามดูในลักษณะของการดึงนักลงทุน นักธุรกิจที่เดินทางอยู่แล้วมาทางนี้ก่อน

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการออกพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉิน เพื่อขยายเพดานการก่อหนี้ในประเทศ จากเดิมกำหนดให้กู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 20% ของงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปี และกรอบเงินกู้ต่างประเทศไม่เกิน 10% วงเงินงบประมาณรายจ่าย เพื่อรองรับความจำเป็นในการกู้เงินเพิ่มขึ้นตามความต้องการของเศรษฐกิจ ส่วนจะเป็นเท่าไรนั้นเป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจ หากสรุปวงเงินได้ก็สามารถใส่ลงในพระราชกำหนดได้ทันที

ตัวอย่างเช่น ในปีงบประมาณ 2552 มีการตั้งงบขาดดุลไว้ 3.5 แสนล้านบาท และจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า 1.5 แสนล้านบาท ทำให้ต้องกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 5 แสนล้านบาท ซึ่งเต็มเพดานที่กำหนดไว้ในกฎหมาย คือ 20% ของงบประมาณรายจ่าย และคิดเป็น 6% ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) แต่ถ้าหากคำนวณแล้วว่าว่า ในระยะต่อต้องกู้มากกว่า 6% ของจีดีพี เช่น กู 8% ของจีดีพีเหมือนญี่ปุ่น หรือเท่ากับกู้เพิ่มอีก 2% ของจีดีพีที่เท่ากับ 9-10 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน ก็เท่ากับเราควรกู้เพิ่มอีก 2 แสนล้านบาท จากการขาดดุลปกติ 5 แสนล้านบาท เราก็จะเขียนไว้ในพรก. ว่า ให้อำนาจรัฐบาลกู้เพิ่มจากที่กฎหมายหนี้กำหนดไว้ได้ไม่เกิน 2 แสนล้านบาท เป็นต้น นายพงษ์ภาณุกล่าว

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า พรก.ดังกล่าวจะมีอายุชั่วคราวเพียง 2-3 ปีเท่านั้น โดยจะต้องคำนึงถึง 3 ปัจจัย คือ 1.ตัวอย่างประเทศอื่นที่มีการก่อหนี้ เนื่องจากปัจจุบันประเทศเศรษฐกิจสำคัญหลายประเทศมีการก่อหนี้ในสัดส่วนที่สูง เช่นญี่ปุ่น กู้ชดเชยงบประมาณ 7-8% ของจีดีพี สหรัฐ 8.5% ของจีดีพี ส่วนไทยล่าสุดอยู่ที่ 6% ของจีดีพี 2.ผลกระทบวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่มีกับเศรษฐกิจไทย และ3. ภาระในการชำระหนี้ในอนาคต เพื่อรักษาวินัยทางการคลัง และป้องกันหนี้กระจุกตัว อย่างไรก็ตาม ในอดีต รัฐบาลเคยขยายเพดานก่อหนี้มาแล้วช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่มีการกู้เพื่อชดเชยความเสียหายของกองทุนเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ตามกรอบความยั่งยืนทางการคลัง กำหนดขาดดุลงบประมาณได้ไม่เกิน 2.5% ของจีดีพี สัดส่วนหนี้สาธารณะไม่เกิน 50% ของจีดีพี และภาระหนี้ต่องบประมาณไม่เกิน 15%

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองผู้อำนวยการ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ กล่าวว่า การขยายกรอบการกู้เงินจะมี 2 แนวทางให้นายกฯเลือก คือกู้ในประเทศเพื่ออุดช่องโหว่รายได้จากที่จัดเก็บภาษีพลาดเป้า จากที่เดิมคาดว่าจะพลาดเป้า 1 แสนล้านบาท แต่มีแนวโน้มว่าจะพลาดเป้าถึง 2 แสนล้านบาท ทำให้เพดานกู้เงินตามกฎหมายไม่เกิน 20% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย คิดเป็น 4.3 แสนล้านบาท อาจไม่เพียงพอ และแนวทางที่สอง การขยายกรอบการกู้เงินต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 1.9 แสนล้านบาท แต่กู้ไปแล้วเหลือ 8 หมื่นล้านบาท หากจะมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะสามารถกู้เงินเพิ่มเติมในส่วนนี้โดยขยายกรอบเพดานการกู้เงินออกไป

ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุมอนุมัติเพิ่มกลุ่มเป้าหมายผู้มีสิทธิได้รับเช็คจำนวนเงิน 2,000 บาท ในโครงการเช็คช่วยชาติ เพิ่มอีก 6 กลุ่ม คือ 1.บุคคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) 199,338 คน 2.พนักงานรัฐวิสาหกิจ 47,135 คน 3.บุคคลากรในหน่วยงานรูปแบบพิเศษ (องค์กรมหาชน) 1,282 คน 4. ทหารเกณฑ์ ของกลาโหม 154,200 คน 5. กลุ่มครู บุคลากรด้านการศึกษาและอื่น ๆ ในโรงเรียนเอกชน 132,604 คน รวม 534,559 คน ส่วนกลุ่มที่ 6.บุคลากรขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล รวมแล้วผู้มีสิทธิได้รับเช็คช่วยชาติเกือบ 10 ล้านคน จากเดิม 9 ล้านคนเศษ โดยกลุ่มหลังนี้จะพยายามออกเช็คให้ได้ภายในวันที่ 26 มีนาคมนี้ ต้องใช้งบเพิ่ม 1,069,118,000 บาท จากงบเพิ่มเติมที่ยังเหลืออยู่

วันเดียวกัน นายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเป็นประธานกดปุ่มโอนงบประมาณให้กับสถานศึกษาในโครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ที่โรงเรียนศรีอยุธยา กทม. ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น. จากนั้นคาดว่าโรงเรียนส่วนใหญ่จะได้รับงบฯ อย่างช้าไม่เกิน 2 สัปดาห์ โดยในกทม. นัดโอนงบฯให้กับโรงเรียนวันที่ 20 มีนาคม จากนั้นโรงเรียนต้องมอบเงินให้กับนักเรียน/ผู้ปกครองเพื่อไปซื้อชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนต่อไป

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวว่า ครม.เห็นชอบตามที่ศธ.เสนอให้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และกระทรวงวัฒนธรรม ที่อยู่ในโครงการเรียนฟรี 15 ปี ให้ดำเนินการตามแนวปฏิบัติของศธ.

วันเดียวกัน นางธนนุช ตรีทิพยบุตร เลขาธิการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลสำรวจในเดือนมกราคม 2552 ว่า มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นเป็น 880,000 คน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 2.4% เพิ่มขึ้น 0.7% หรือ 250,000 คนเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งเป็นผู้ไม่เคยทำงานมาก่อน 150,000 คน และผู้ที่เคยทำงานมาก่อน 730,000 คน โดยกลุ่มหลังนี้เป็นผู้ว่างงานนอกภาคเกษตรกรรม 530,000 คน อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจำนวนผู้มีงานทำในเดือนมกราคม 2552 พบว่า เพิ่มขึ้น 280,000 คน หรือ 0.8% โดยผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 270,000 คน

Advertisement Replay Ad
มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์