ตะลึง!โยกเงินสัมพันธ์ประกันภัย แต่งบัญชีลวงคปภ./ดีเอสไอเจอให้กู้คนนอก400ล. /อ้างขายที่ดินใช้หนี้

ตะลึง!โยกเงินสัมพันธ์ประกันภัย แต่งบัญชีลวงคปภ./ดีเอสไอเจอให้กู้คนนอก400ล. /อ้างขายที่ดินใช้หนี้

ดีเอสไอตามสาวไส้เส้นทางเงิน บ.สัมพันธ์ประกันภัยฯรั่วไหล แต่งบัญชีลวงคปภ. ใช้เงินกองทุนปล่อยกู้ให้บุคคลภายนอกสัญญาละ 10 ล้านบาท รวม 400 ล้านบาท ดีเอสไอแฉเริ่มเห็นเงินไหลออกตั้งแต่ปี 2545 ขณะที่ตรวจสอบหลักฐานโฉนดที่ดินที่มีการโอนให้กับบุคคลภายนอกมากกว่า 30 สัญญา บริษัทอ้างรายชื่อบุคคลที่รับโอนเป็นเจ้าหนี้และเป็นการโอนเพื่อการชำระหนี้สินตามคำพิพากษา คาดสรุปสำนวนคดีภายใน 1 เดือน

หลังคำสั่งปิดบริษัทสัมพันธ์ประกันภัย จำกัด ซึ่งระหว่างนี้อยู่ในกระบวนการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี พร้อมกับสำนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมดำเนินคดีกับผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง

ต่อกรณีดังกล่าว แหล่งข่าวระดับสูงจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจ ว่า หลังจากที่คปภ. ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับผู้บริหารของบริษัทสัมพันธ์ประกันภัย จำกัด และผู้เกี่ยวข้อง โดยคดีมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท จากที่ดีเอสไอได้ตรวจบัญชีเงินฝากของธนาคาร 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบัญชีที่บริษัทได้เคยรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในช่วงปี 2548-2549 ประมาณกว่า 10 บัญชี โดยแสดงว่าเป็นสินทรัพย์ในการดำรงเงินกองทุนนั้น

ปรากฏว่า บริษัทมีการตกแต่งบัญชี เพื่อแสดงว่าเป็นเงินที้ไม่ติดหนี้ภาระผูกพัน แต่เมื่อตรวจสอบแล้วกลับพบว่ามีหนี้ภาระผูกพันเริ่มตั้งแต่ปี 2545 ได้แก่ การให้กู้ยืมกับลูกหนี้บุคคลภายนอกมูลค่า 400 ล้านบาท กระจายให้กู้แก่ลูกหนี้สัญญาละประมาณ 10 ล้านบาทและอีก 600 ล้านบาทเป็นการตั้งบัญชีโดยอ้างว่าเพื่อการทดรองจ่าย โดยบัญชีเงินเหล่านี้พบการปลอมแปลงหนังสือรับรองของธนาคาร โดยปลอมลายมือชื่อของพนักงานธนาคาร ซึ่งถือเป็นการรายงานเท็จเพื่อส่งรายงานต่อคปภ.ทุกเดือน

นอกจากนี้ ดีเอสไออยู่ระหว่างตรวจสอบการทุจริตทางบัญชีทรัพย์สินเพิ่มเติม หลังจากบริษัทถูกสั่งปิด พบว่าบริษัทได้โอนทรัพย์สินประเภทที่ดินในหลายท้องที่ทั่วประเทศให้กับบุคคลภายนอก จำนวน 41 สัญญา โดยที่ส่วนใหญ่เป็นที่ดินขนาดเล็ก และเจ้าของที่ดินถือครองในนามบริษัทสัมพันธ์ประกันภัยฯประมาณปี 2551 ขณะเดียวกันจะตรวจสอบนายศรีศักดิ์ ณ นคร อดีตประธานของบริษัทสัมพันธ์ประกันภัยฯว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่มใดบ้าง เพราะในช่วงที่บริษัทเริ่มดำเนินกิจการและมีการเติบโตสูง พบว่าส่วนใหญ่เป็นการรับเงินเพื่อนำไปใช้สำหรับการกุศล และยังคงต้องตรวจสอบไปถึงประเด็นการไซฟอนเงินว่ามีการตั้งบริษัทในเครือหรือธุรกิจอื่นมาเพื่อโอนเงินไปในทางที่ไม่ถูกต้องหรือไม่

เบื้องต้นพบว่า การตั้งบริษัทขึ้นมา เป็นเพียงเพื่อทำธุรกิจแบบจับเสือมือเปล่า ไม่ได้มีเม็ดเงินลงทุนจริงตั้งแต่แรก แต่อาจได้ตกลงขอกู้เงินมาก่อนแล้วจะใช้หนี้กันในภายหลัง เพราะเริ่มเห็นเงินไหลออกตั้งแต่ปี 2545 และมีการขยายธุรกิจเกินตัว

นายสมนึก พุ่มไฉยา ผู้ชำระบัญชี บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย จำกัด กล่าวว่า จากที่ตรวจสอบรายงานทางบัญชีของบริษัทสัมพันธ์ฯ เบื้องต้น จากฝ่ายกฎหมาย คปภ. พบข้อมูลที่เกี่ยวกับการทุจริตทางบัญชีว่า รายงานทางบัญชีเงินสดและทรัพย์สินของบริษัท สัมพันธ์ฯ อาจเป็นการแสดงทางบัญชีต่อ คปภ. เท่านั้น ไม่มีเอกสารสำคัญยืนยัน ดังนั้น สุดท้ายแล้วอาจเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนหรือมีการโอนถ่ายทรัพย์สินไปก่อนหน้านี้แล้ว

ยกตัวอย่าง ทรัพย์สินที่ดินในหลายจังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี สกลนคร มูลค่า 100 กว่าล้านบาท ,บัญชีธนาคาร มูลค่าประมาณ 23 ล้านบาท แต่ติดหนี้ค้ำประกันในคดีและทะเบียนรถยนต์อีกจำนวนหนึ่ง ดังนั้นจะต้องมีการสืบทรัพย์ และพยาน ตรวจสอบทางบัญชีที่มาที่ไปของทรัพย์สินใหม่ทั้งหมด รวมถึง การตรวจสอบทางบัญชีและการถือหุ้นในบริษัทในเครือของสัมพันธ์ประกันภัยฯ ภายใต้ชื่อ พัชร กรุ๊ป จากการที่มีคณะผู้บริหารเป็นคนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้าเคยมีการมาร้องเรียนว่า ผู้บริหารใช้ช่องทางในการยักยอกทรัพย์นำเบี้ยประกันของผู้เอาประกันภัยออกจากบริษัทจนเกิดปัญหาดังกล่าว

สาเหตุที่อ้างว่าบริหารธุรกิจผิดพลาดนั้นเกิดขึ้นได้ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใช่ฉวยโอกาสเจตนายักยอกทรัพย์ ในช่วงหลังจากที่บริษัทถูกสั่งหยุดรับประกันชั่วคราวเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2550 และคปภ.ให้โอกาสในการแก้ไขฐานะการเงิน เพราะขณะนี้ได้ตรวจพบเอกสารสำคัญภายในของบริษัทถูกถอดออกไป แสดงถึงการปิดบังข้อมูลจากกลุ่มพนักงานที่เป็นคนของฝ่ายบริหารของบริษัท ที่ได้รับเงินเดือนมาตลอดประมาณ 20 กว่าคนทำให้การติดตามหลักฐานเป็นไปอย่างยากลำบาก ทั้งนี้ ตามกระบวนการหลังจากนี้ จะประสานงานกับฝ่ายกฎหมาย คปภ. ,กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเร่งด่วน เพื่อร่วมมือในการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบข้อเท็จจริง พิสูจน์คณะผู้บริหารบริษัทสัมพันธ์ฯทั้งหมด ซึ่งขณะนั้นมีนายศรีศักดิ์ ณ นคร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โดยมีพฤติการณ์กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย และยักยอกทรัพย์ในบริษัทสัมพันธ์ฯ ที่มีความเสียหายมากกว่า 1,000 ล้านบาท ค้างชำระเงินให้กับศูนย์บริการและอู่ซ่อมจำนวนมาก

นายสมนึก กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งสืบทรัพย์และพยาน โดยจะพยายาม เร่งตรวจสอบทรัพย์สินที่เป็นที่ดินก่อน เพื่อนำทรัพย์สินเหล่านี้มาขายและชำระหนี้ให้กับผู้เอาประกันก่อนในเบื้องต้น คาดว่าจะใช้เวลาหลังจากนี้ประมาณ 6 เดือน รวมถึงหากพบว่า ทรัพย์สินถูกโอนย้าย ก็จะทำการฟ้องร้องตามกฎหมาย

ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ. ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ในฐานะโฆษกดีเอสไอ กล่าวว่า ความคืบหน้าของคดี คณะพนักงานสอบสวนได้สอบสวนปากคำพยานแล้ว 78 ราย และได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว เมื่อต้นเดือนมีนาคม จำนวน 15 ราย

นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุลปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) กล่าวว่า กรณีสั่งปิดบริษัท สัมพันธ์ประกันภัยฯ ว่า บริษัทมีปัญหาสั่งสมมานานแล้ว ซึ่งอาจมีความบกพร่องในเรื่องของการทำบัญชีในอดีต ส่วนการพิจารณาดำเนินการตรวจสอบบัญชีของบริษัทประกันภัยอื่นๆนั้น ก็คงจะเป็นการดำเนินการไปตามปกติ โดยเชื่อว่า จากหลักเกณฑ์ของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่กำหนดให้ต้องมีการยื่นฐานะทางการเงินเพื่อให้ตรวจสอบบัญชีเป็นประจำอยู่แล้ว จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้อีก

Advertisement Replay Ad
เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์