ชี้8เดือนธุรกิจยังฟุบอีก7แสนตกงาน

ชี้8เดือนธุรกิจยังฟุบอีก7แสนตกงาน

คมชัดลึก : ม.หอการค้าไทยสำรวจธุรกิจเดือน มี.ค. พบ 75% ขาดสภาพคล่องหนัก ขอกู้ยาก หาก 8 เดือนสถานการณ์ไม่ดีขึ้นคนอาจตกงานอีก 7 แสนคน ขณะที่อุตฯ ชิ้นส่วนยานยนต์ยังอ่วมหนัก จ่อเลิกจ้างอีก 4.6 หมื่น ประธานหอการค้าสวดยับ ปัญหาการเมืองทำลายความเชื่อมั่น กระทบเศรษฐกิจ จี้ยุติยั่วยุให้เกิดความแตกแยก ผศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความเห็นธุรกิจเรื่อง สภาพคล่องและสถานภาพธุรกิจไทย จากนักธุรกิจทุกภาคการผลิตและบริการ 800 กลุ่มตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26-31 มีนาคม 2552 พบว่า ระยะเวลาที่ธุรกิจสามารถประคองตัวได้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 8.6 เดือน โดยเอกชนเกินครึ่งเชื่อว่าปีนี้จีดีพีจะติดลบ 2-4% แต่หวังว่าเศรษฐกิจปี 2553 จะฟื้นตัวและจีดีพีจะเป็นบวก 3-4% เนื่องจากหวังว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้ ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินในช่วงไตรมาส 3 และเร่งโครงการเมกะโปรเจกท์ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน รวมทั้งเร่งเบิกจ่ายงบลงทุน 1.56 ล้านล้านบาท ซึ่งภาคเอกชนคาดหวังว่า หากรัฐบาลทำได้จะทำให้เศรษฐกิจปี 2553 ฟื้นตัวดีขึ้นได้ เมื่อถามว่า ธุรกิจมีปัญหาขาดสภาพคล่องหรือไม่ พบว่า 74.9% มีปัญหาสภาพคล่อง ซึ่งมีสาเหตุส่วนใหญ่จากยอดคำสั่งซื้อลดลง ส่วนการเข้าถึงแหล่งสินเชื่อปัจจุบันเทียบกับปีก่อน 50.2% เห็นว่ายากขึ้น ขณะที่ 40.6% เห็นว่าไม่แตกต่าง และอีก 9.2% บอกว่ายากมาก ดังนั้น ภาคเอกชนจึงหวังให้รัฐบาลใช้ธนาคารรัฐช่วยปล่อยกู้ในภาวะที่ธุรกิจเข้าถึงสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ได้ลำบาก

ธุรกิจประคองได้แค่8เดือน ผศ.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ผู้ประกอบการเห็นว่ามีความสามารถประคองธุรกิจปีนี้ได้แค่ 8 เดือนเท่านั้น โดยต้องการเห็นการลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนในไตรมาส 3 โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสภาพคล่องให้ทัน 8 เดือน เพราะปัจจุบันธุรกิจใช้กำไรสะสมมาประคองตัว หากหมดเงินก้อนนี้อาจต้องปลดคนงาน แต่ไม่มีใครตอบว่าจะปิดกิจการ หลัง 8 เดือน ถ้าไม่แก้ปัญหาเลย ธุรกิจคงต้องปลดคนงาน เมื่อถึงเวลานั้นจะมีแรงงาน 7 แสนคน แบ่งเป็นภาคอุตสาหกรรม ตกงาน 5 แสนคน ภาคก่อสร้าง 2 แสนคน จะทำให้ตัวเลขคนว่างงานรวมเป็น 1.5 ล้านคน ผศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวและว่า นอกจากกำหนดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจนจากแผนเงินกู้ 1.56 ล้านล้านบาทและใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว เบื้องต้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรลดอัตราดอกเบี้ยอีก 0.5% เพื่อลดภาระภาคธุรกิจให้อยู่ได้นานขึ้น นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มบริษัท โรงงานทอผ้ากรุงเทพ จำกัด กล่าวว่า ในไตรมาส 2 นี้ น่าจะมีคำสั่งซื้อกลับเข้า เพราะสต็อกสินค้าปลายทางเริ่มหมดแล้ว จำเป็นต้องสั่งซื้อสินค้าไปทดแทน แต่สภาพเศรษฐกิจปัจจุบันทำให้การค้ามีเงื่อนไข 2 อย่าง คือ 1.แข่งขันราคา เพราะความต้องการลดลง แต่ผู้ผลิตเท่าเดิม ผู้นำเข้าจึงหาสินค้าราคาถูกสุด และ 2.เงื่อนไขชำระเงิน แม้จะมีคำสั่งซื้อ แต่ถ้าผู้ส่งออกรายใดยืดเวลาชำระเงินได้นานก็จะได้คำสั่งซื้อไป ส่วนความช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น เอกชนต้องการให้ช่วยเรื่องสภาพคล่องเพื่อประคองตัวและไม่ต้องปลดคนงาน เพราะปัจจุบันกำลังผลิตลดลง 30% หากมีเงินมาหมุนเวียนในลักษณะเงินกู้เงื่อนไขพิเศษชั่วคราว 6 เดือน จะทำให้ไม่ต้องปลดคนงาน แต่อาจลดต้นทุนให้สอดคล้องกำลังผลิต เช่น ลดโอที ลดชั่วโมงทำงาน

ชิ้นส่วนยานยนต์จ่อเลิกจ้างอีก นายถาวร ชลัยเฐียร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์คงไม่ต้องรอถึง 8 เดือน จึงจะเลิกจ้าง เพราะไตรมาสแรกนี้เลิกจ้างแรงงานรับเหมาช่วง (ซับคอนแทร็ก) ไปแล้ว 1 หมื่นคน และหากไม่ได้รับความช่วยเหลือเรื่องการชะลอเลิกจ้างจากรัฐบาล คาดว่าปีนี้จะต้องมีการเลิกจ้างซับคอนแทร็ก 4.6 หมื่นคน เนื่องจากผู้ประกอบการมีปัญหาจากคำสั่งซื้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการมีปัญหาสภาพคล่องทำให้บางรายต้องเลิกจ้าง เพราะแบกรับภาระไม่ได้ ขณะนี้บริษัทยานยนต์รายใหญ่ต้องออกเงินซื้อวัตถุดิบให้บริษัทผลิตชิ้นส่วนรายเล็กที่จ้างผลิต เพราะรายเล็กขาดสภาพคล่องมาก และสถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ นายถาวร กล่าว

ด้านนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ปัญหาทางการเมืองในขณะนี้ไม่ช่วยอะไรกับภาวะเศรษฐกิจ แต่จะทำให้เศรษฐกิจแย่ลงหรือไม่ จะต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของความขัดแย้งและความรุนแรงที่จะมากระทบ ซึ่งภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ชะลอตัวตามที่คาดไว้ แต่แสงสว่างของประเทศไทยยังมีอยู่ แต่ทุกฝ่ายต้องปรับตัว โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ในขณะนี้ปัจจัยภายในประเทศมีความสำคัญมากกว่าต่างประเทศที่มีปัญหารุมเร้า ซึ่งธนาคารยังคงประมาณการจีดีพีที่ระดับติดลบ 2% ในขณะนี้ยังไม่มีการทบทวนประมาณการใหม่ แต่จะพิจารณาเป็นระยะๆ หากมีข้อมูลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลงไปถึงจุดต่ำสุดในไตรมาส 4 ของปีนี้ นายโฆสิต กล่าว

จี้ยุติทำลายความเชื่อมั่น นายดุสิต นนทนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างรุนแรงไปทั่ว เช่นเดียวกับประเทศไทยได้รับความเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการส่งออก ซึ่งเอกชนพยายามดิ้นรนเต็มที่ เพื่อให้ปัญหาเศรษฐกิจคลี่คลาย ขณะที่รัฐบาลก็ดำเนินนโยบายเพื่อทำให้บรรยากาศการค้า การลงทุน และความเชื่อมั่นประเทศดีขึ้น ขณะที่ทั่วโลกก็ดำเนินมาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้ความเชื่อมั่นดีขึ้น ทำให้สิ่งที่คาดว่าจะเลวร้ายมาก อาจจะไม่เป็นไปอย่างที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ทุกคนร่วมมือกันอย่างเต็มที่ แต่ในไทยกลับมีการใช้คำพูดที่รุนแรง ยั่วยุให้เกิดความแตกแยก เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศให้เลวร้ายลงไปกว่าเดิม สิ่งที่ทุกภาคส่วนพยายามทุ่มเทลงมือลงแรงในการแก้ปัญหาก็จะเสียเปล่า นายดุสิตกล่าว นายดุสิตกล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการเห็นอำนาจหลักทั้งสามของกระบวนการประชาธิปไตยอันประกอบด้วย อำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ทำหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ไม่ควรได้รับการกล่าวถึงโดยปราศจากเหตุผล ดังนั้น ขอให้บุคคลที่เป็นต้นเหตุของการบั่นทอน ควรใช้สติทบทวนและไตร่ตรองโดยรอบคอบ มองผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศ มิใช่ประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง จึงอยากเรียกร้องให้ยุติการกระทำที่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อเศรษฐกิจ ก่อนที่ผลกระทบจะรุนแรงมากไปกว่านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง ญี่ปุ่นให้ค่าตั๋วเครื่องบินต่างชาติกลับบ้าน ชี้ไทยเจอวิกฤติการเมืองซ้อนศก. นักเศรษฐศาสตร์คาดไตรมาสแรกจีดีพีทรุดเกือบ6% เรือนชานบ้านเมือง-การปราบ เบ้งเฮ็ก โจรใต้ของ จ๊กก๊ก (1) ชี้เสื้อแดงชุมนุมยืดเยื้อดันตกงานทะลุล้าน ธนาคารประชาชนฉลุยหนี้เน่าต่ำ-ให้กู้เพิ่ม

Advertisement Replay Ad
มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์