อภิสิทธิ์รับหากศก.โลกไม่ฟื้นไทยก็ฟื้นยาก

อภิสิทธิ์รับหากศก.โลกไม่ฟื้นไทยก็ฟื้นยาก

คมชัดลึก : นายกฯยอมรับศก.โลกไม่ฟื้นไทยฟื้นยาก เชื่อปี 52 ปชช.เดือดร้อนมาก ยันพร้อมใช้ความนุ่มนวลแก้วิกฤตการเมือง ย้ำรัฐบาลไม่เริ่มใช้ความรุนแรงก่อนแน่ หากเกิดเหตุพร้อมดำเนินตามกม.ทันที เมื่อเวลา 13.30 น. คณะกรรมาธิการแรงงานและสวัสดิการสังคม วุฒิสภา ได้จัดสัมมนาเรื่อง ก้าวข้ามวิกฤต โอกาสทางธุรกิจ โอกาสแรงงานไทย โดยนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ทิศทางแนวโน้มสถานการณ์ทาง เศรษฐกิจ และการเตรียมพร้อมรองรับของรัฐบาล ว่า วันนี้เราต้องการมองไปข้างหน้า เพื่อหาลู่ทางต่างๆให้เราพ้นวิกฤตเหล่านี้ไป ตั้งแต่วันที่ตนเข้ามารับหน้าที่นายกฯ ตนคิดว่าความสนใจประชาชนคือวิกฤตการเมืองที่ยืดเยื้อมาหลายปี โดยเฉพาะปีที่แล้ว ที่ลุกลามใหญ่โต ซึ่งก็เป็นปัญหาใหญ่ ภาวะเช่นนั้นหลายคนก็อาจมองข้ามถึงสภาพวิกฤต เศรษฐกิจ ที่รุนแรง เราตื่นตัวกันเรื่องท่องเที่ยวว่าจะเกิดปัญหาหลังเกิดการปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง แต่ความจริงตัวเลขการท่องเที่ยวติดลบตั้งแต่เดือนตุลาคมและตัวเลขส่งออกติดลบครั้งแรกในเดือนธันวาคม จึงทำให้หลายคนไม่คาดคิดว่าวิกฤต เศรษฐกิจ รุนแรง สิ่งที่เราอุ่นใจคือตอนที่เกิดวิกฤตสถาบันการเงินที่สหรัฐก็ได้มาตรวจสอบว่าสถาบันและธนาคารเราถือสินทรัพย์แค่ไหน ซึ่งเราก็แข็งแกร่ง ไม่มีปัญหาสภาพคล่องในระบบ เที่ยวนี้เราก็น่าจะอยู่รอดปลอดภัย หลายประเทศในภูมิภาคก็คิดแบบนี้คิดว่าสามารถแยกตัวออกมาจาก เศรษฐกิจ หลักที่มีปัญหาได้ แต่ท้ายที่สุดไม่ได้เป็นแบบนั้น เมื่อวิกฤตลุกลามเมื่อมันเกิดขึ้นในสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นก็ลามมาเป็นวิกฤต เศรษฐกิจ ผลที่ผ่านมาการส่งออกของประเทศไทย การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบค่อนข้างรุนแรง และการส่งออกติดลบร้อยละ 24 เดือนก.พ.ที่กระเตื้องมาติดลบที่ร้อยละ 10 กว่าก็ไม่ใช่อะไรมาจากการค้าทองคำ แต่เราก็ยังติดลบที่ร้อยละ 24 ซึ่งคาดว่าเดือนมี.ค.น่าจะติดลบมากกว่านี้ ตรงนี้ชัดเจนว่า เศรษฐกิจ เรากระทบรุนแรงแน่หากการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นแบบนี้ และจะฟื้นเมื่อไหร่ก็ไม่สามารถทราบได้หาก เศรษฐกิจ โลกยังเป็นแบบนี้ เพราะไม่สามารถทดแทนการส่งออกได้ เราไม่สามารถเคลื่อนย้าย สร้าง เศรษฐกิจ อื่นมาทดแทน หาก เศรษฐกิจ โลกไม่ฟื้นเราฟื้นได้อยากมาก ซึ่งเราก็ต้องรอ และต้องยอมรับตรงๆว่าเราทำอะไรมากไม่ได้ นายกฯกล่าว น่ายินดี 3 เดือนที่ผ่านมา เศรษฐกิจ ใหญ่เริ่มรับทราบ เศรษฐกิจ แบบเราและตอบสนองในเรื่องนี้ อย่างการประชุมจี 20 ซึ่งเขารู้แล้วว่าต้องเร่งแก้ไขสถาบันการเงินของเขา แล้วจะใส่เงินหนึ่งล้านล้านเหรียญสหรัฐผ่านไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลกมากระตุ้นประเทศที่ได้รับผลกระทบ และไอเอ็มเอฟก็ปรับแนวว่ากู้ครั้งนี้ไม่มีเงื่อนไข ไอเอ็มเอฟได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจ โลกติบ แต่ก็เชื่อว่าครึ่งปีแรกของปีหน้า เศรษฐกิจ น่าปรับตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้จริง องค์กรเหล่านี้ก็ปรับเปลี่ยนตัวเลขตลอดเวลา อย่างในการประชุมครม.วันนี้กระทรวงพาณิชย์ก็บอกว่าจะประมาณการส่งออกน่าอยู่ที่ 0-3 % ซึ่งได้ประมาณการไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม แต่จริงๆแล้วตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าจะได้หรือไม่ ซึ่งทุกคนก็ไม่กล้าประมาณการ นายกฯ กล่าวต่อว่า ตอนนี้ทุกฝ่ายก็กลัวว่าจากวิกฤต เศรษฐกิจ จะกลายเป็นวิกฤตสังคมหรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลมองว่าควรจะช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาตรงนี้อย่างไร มาตรการที่ดูแลคนว่างงาน รัฐบาลก็มีเรื่องต้นกล้าอาชีพ แล้วที่บอกว่าเดินไปไม่ได้นั้น ไม่ใช่ พวกเราก็พยายามเร่งรีบ ตั้งเป้าเดือนแรกได้ 2-3 หมื่นคนที่เข้าไปอบรม รัฐบาลก็พยายามประคับประคองให้ผ่านตรงนี้ไปให้ได้ งบกลางปีที่ผ่านสภาฯไปไม่ถึงเดือนก็ใช้จ่ายงบประมาณไป 30 % ได้ ซึ่งตนก็พูดชัดเงินตรงนี้เราให้เฉพาะหน้า อย่างไรก็ตามต่อไปแนวทางกระตุ้น เศรษฐกิจ คือการลงทุน และมองว่าในช่วงนี้มีปัญหาอย่างไรเราต้องเตรียม เศรษฐกิจ ให้พร้อม เมื่อ เศรษฐกิจ โลกฟื้นก็พร้อมที่จะแข่งขัน สิ่งที่เราต้องทำคือเพิ่มศักยภาพ ซึ่งจะกระตุ้น เศรษฐกิจ ในรอบที่สองคือ 1 .ใช้จุดแข็งในด้านเกษตร เราต้องลงทุนเพื่อเพิ่มผลผลิตด้านอาหาร 2 .เพิ่มพลังงานทดแทน 3 .เพิ่มศักยภาพในการท่องเที่ยว 4 .เติมมูลค่าทางความคิด 5 .การศึกษา 6 .ด้านสาธารณสุข 7 . เศรษฐกิจ ชุมชน โดยการกระตุ้น เศรษฐกิจ รอบ 2 ใช้เงิน 1.5 หมื่นล้านล้าน มีผลต่อการจ้างงานมากยิ่งขึ้น โดยเงินที่ใช้นั้นมาจากงบประมาณ อาจจะมีการเก็บภาษีจากเหล้า เบียร์ ส่วนบุหรี่ชนเพดานไปแล้วก็ต้องดูว่าจะขยับเพดานได้หรือไม่ และรัฐบาลกำลังดูเรื่องภาษีน้ำมัน ส่วนเงินกู้ คาดว่าจะกู้ในประเทศเพราะกู้ต่างประเทศปีนี้เป็นเพราะรัฐบาลได้ใช้เงินกู้ในประเทศเต็มเพดานแล้ว จึงต้องกู้เสริมจากต่างประเทศ นาย อภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลมองภาพ เศรษฐกิจ ไปข้างหน้าพอสมควรและประคับประคองให้ประชาชนมีกำลังซื้อและเร่งลงทุนในสิ่งที่เป็นอนาคต ตัวเลขประมาณการ เศรษฐกิจ ดีที่สุดคือร้อยละ 0 ดีที่สุดคือร้อยละ 3-4 แต่เชื่อว่าปีหน้าน่าจะดีขึ้น แต่อยากบอกอย่างตรงไปตรงมาว่าปีนี้ต้องมีคนประสบภาวะเดือดร้อนเยอะ เราไม่อยากพูดหลอกกัน แต่ก็ต้องให้ความมั่นใจไม่ให้ตื่นตระหนก ไม่ให้กลัว เพราะถ้าทุกคนกลัวก็ซ้ำเติม เศรษฐกิจ และแน่นอนการแก้ปัญหาตรงนี้ก็ต้องดูแลความเรียบร้อยเรื่องการเมือง หากการเมืองมีปัญหากระทบภาพลักษณ์ของประเทศก็ยากที่จะส่งผลทางบวกได้ สิ่งที่ตนพยายาทำคือรู้มีคนมีความเห็นต่าง แต่ต้องไม่ให้ทำผิดกฎหมาย หลีกเลี่ยงการปะทะ เช่นมีการชุมนุมทำเนียบก็ไม่มีการปะทะ แต่ไม่ให้มีการบุกรุก และทำงานไม่ได้ก็ใช้อำนาจศาลในกเบิกทาง แต่เชื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า แต่หากกระทบสถาบันหลักประเทศรัฐบาลก็ต้องดำเนินการ แต่จะใช้วิธีนุ่มนวลที่สุด และจะไม่มีการใช้ความรุนแรงจากรัฐบาลเด็ดขาด และรัฐบาลจะไม่เป็นฝ่ายที่เริ่มดำเนินการก่อน แต่หากเกิดรุนแรงก็พร้อมทำตามกฎหมาย และยืนยันทำภายใต้กรอบกฎหมาย แต่ไม่คิดใช้พ.ร.กฉุกเฉินให้เจ้าหน้าที่ทำอะไรได้มากกว่า เพราะการประกาศแต่ละครั้งกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ นายไพฑูรย์ แก้วทอง รัฐมนตีว่าการกระทรวงการแรงงาน บรรยายเรื่อง การให้ความช่วยเหลือแรงงานและสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต เศรษฐกิจ ว่าขณะนี้เกิดปัญหาจากผลกระทบทาง เศรษฐกิจ แฮมเบอร์เกอร์ที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบ โดยประเทศไทยได้เกิดปัญหาการว่างงานเป็นจำนวนมาก รัฐบาลชุดนี้ได้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาการว่างงานโดยได้มีนโยบายช่วยเหลืองแรงงานที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้จัดทำกรมจัดหาแรงงานขึ้นทั่วทุกจังหวัดเพื่อช่วยเหลือโดยหางานหาอาชีพให้กับผู้ว่างงานทั่วประเทศที่มีแนวโน้มจะว่างงานเพิ่มมากขึ้นกว่า 1 ล้านคน เพราะขณะนี้มีผู้ว่างงานกว่า 1.8 แสนคนแล้ว อย่างไรก็ตามตนยอมรับว่าเป็นภารกิจที่หนักมาก เพราะที่ผ่านมามีการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานทุกปี ในระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาแล้วถึง 15 คน ทำให้การแก้ไขปัญหาด้านต่างๆไม่ต่อเนื่อง กรมสวัสดิการได้มีการตั้ง 2 กองทุนขึ้นมาคือกองทุนประกันสังคม โดยดูแลการเจ็บป่วยของลูกจ้าง และกองทุนกรณีนายจ้างเป็นผู้จ่ายเพียงผู้เดียว เนื่องจากลูกจ้างเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่ง 2 กองทุนเป็นกองทุนที่สำคัญต่อแรงงาน ในขณะที่กลุ่มพัฒนาฝีมือแรงงานก็ได้มีนโยบายเพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานโดยจะมีการเปิดฝึกอบรมฝีมือแรงงานก่อนเข้าสู่การทำงานจริง โดยทางกระทรวงแรงงานจะเสนอกฎหมายมายังสภาฯเป็นกฎหมายคุ้มครองการประกอบอาชีพ เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาผู้ไม่มีวุฒิการศึกษาแต่มีความเชี่ยวชาญในวิชาชีพแต่ไม่ได้รับค่าแรงเท่าที่ควร ซึ่งทางกระทรวงมุ่งให้ความสำคัญบุคคลเหล่านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง อภิสิทธิ์เรียกประเมินม็อบเสื้อแดง สพฐ.รับโอเน็ตเด็กไทยต่ำไม่คุ้นข้อสอบคิดวิเคราะห์ อภิสิทธิ์กำชับรมต.ทุกกระทรวงรับสถานการณ์ป้องกันวินาศภัย อภิสิทธิ์หวิดเดี้ยงเสื้อแดงทุบรถพังยับหลังประชุมครม.พัทยา รัฐบาลเผชิญศึกหลายด้าน

Advertisement Replay Ad
จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์