เอกชนขนยุทธการลดราคากระชากใจ

เอกชนขนยุทธการลดราคากระชากใจ

ปลุกกระแสคนไทย-ต่างชาติเที่ยวไทย ยามที่ประเทศทั่วโลกเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองถ้วนหน้า ผู้คนจากทุกมุมโลก ย่อมได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ เพราะเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ก็ทำให้คนทำงานจำนวนมากได้เงินเข้ากระเป๋าน้อยลงไปด้วย หรือบางรายอาจแย่หนักถึงขั้นต้องตกงาน ออกมาเดินเตะฝุ่น ดังนั้นจึงมีเงินเก็บไว้ใช้ ท่องเที่ยว หาความสุขใส่ตัวน้อยลงไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ ยุทธการลด แลก แจก แถม ของประเทศต่าง ๆ จึงผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เพราะรายได้ด้านการท่องเที่ยว เป็นช่องทางโกยเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด ไม่เว้นแม้แต่ ไทย ประเทศในฝัน สวรรค์บนดินในสายตาต่างชาติ

เดิมทีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ทั้ง โรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร สปา กอล์ฟ สินค้าและที่ระลึก และอื่น ๆ ต่างก็ตั้งราคากันไว้ระดับหรู ตามตำรา สวยเลือกได้ ในเมื่อแหล่งท่องเที่ยวในไทยออกจะดี ใคร ๆ ก็อยากมา แถมสินค้าและบริการที่วางไว้ก็ดี ก็ต้องตั้งราคาให้สมน้ำสมเนื้อกันหน่อย แต่เมื่อคนทั่วโลก ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันใหม่ จะเลือกเที่ยวที่ไหน ก็เน้นคุ้มค่าไว้ก่อน

เห็นชัดเจนที่สุดว่าต่างชาติให้ความสำคัญกับเรื่องความคุ้มค่าที่ได้ ดูได้จากการที่ภาคเอกชนนำสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไปขาย ในงาน ไอทีบี หรืองานส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวระดับโลก ที่กรุงเบอร์ลิน ปี ค.ศ. 2009 ซึ่งจัดขึ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ลูกค้าที่เข้ามาเจรจากับผู้ประกอบการไทย ต่อรองราคากันสนั่นหวั่นไหว เพราะมีตัวเลือกที่ลดราคาอยู่หลายประเทศ หากไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามบ้าง มีหวังประเทศอื่นคงคาบลูกค้าไปรับประทาน

งานนี้ ผู้ประกอบการจึงต้องเอาใจแล้ว เอาใจอีก จะต่อราคา จะขอของแถมเพิ่มเติมอะไรขอให้บอก พร้อมจัดให้ เพราะเวลานี้ นักท่องเที่ยวแต่ละคนที่ย่างเท้าเข้ามาหา ก็มีคุณค่าไม่ ต่างอะไรไปจาก รถด่วนขบวนสุดท้าย ที่ผู้ประกอบการต้องรีบคว้าไว้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้า ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาจะหดตัวมากแค่ไหน ขณะที่ คนไทย ก็เนื้อหอมไปในบัดดล

ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาผู้ประกอบการท่องเที่ยวบางราย เห็นคนไทยเป็นกลุ่มเป้าหมาย นอกสายตา ตั้งหน้าตั้งตารับแต่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเดียว แต่มาบัดนี้เมื่อฝากผีฝากไข้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเคยเป็นกลุ่มหลักที่ทำรายได้ให้ธุรกิจไม่ได้ ก็ต้องหันหน้ากลับมาพึ่ง คนไทยด้วยกัน ซึ่งวิธีที่ผู้ประกอบ การหลายรายจะจับตลาดคนไทยได้ ก็คือ ต้องลดราคาสินค้าและบริการลงมาให้เป็นราคา คนไทยรับได้

จะเห็นได้ว่า ในการจัดงานส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในประเทศ ที่ภาคเอกชนได้รวมตัวกัน จัดขึ้นมากกว่า 3 งาน ช่วง ไตรมาสแรกที่ผ่านมา ผู้ ประกอบการแต่ละรายต่างขนลดแล้วลดอีก ยิ่งกว่าปีไหน ๆ พร้อมข้อเสนอแบบพิเศษสุด ๆ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อดึงคนไทยที่ไปเดินในงาน ให้ตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด เพราะผลปรากฏว่า คนไทยแห่ไปร่วมงานมากขึ้นกว่าปีที่ผ่าน ๆ มา แถมยังซื้อสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในประเทศกันอย่างอิ่มหนำสำราญ ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการที่คนไทยรู้สึกอัดอั้นตันใจ กับสถานการณ์เครียด ๆ ของบ้านเมืองที่มีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จึงอยากท่องเที่ยวพักผ่อนสมอง

เรียกได้ว่าช่วงเวลานี้เป็น นาทีทอง ของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่จะได้ตักตวงความสุขใส่ตัว ด้วยการท่องเที่ยวในแบบคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

สำหรับการใช้กลยุทธ์ด้านราคา เป็นตัวล่อใจนักท่องเที่ยวนั้น ถือเป็นเครื่องมือที่จะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายได้เร็วที่สุด เพราะคนส่วนใหญ่แค่ได้ยินคำว่า ลด ก็อดไม่ได้ที่จะ ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ลดราคาบ้าง อย่างไรก็ตามประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศเดียวที่ใช้กลยุทธ์นี้ ยังมีไม่รู้อีกกี่ประเทศที่ลงแข่งในสนามลดราคา เพื่อชิงรางวัลนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเหมือนกัน ดังนั้นประเทศไทย คงไม่สามารถใช้เรื่องการลดราคา มาทำตลาดได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีไม้ตาย ใหม่ ๆ ที่มีสีสันดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา และอ้อนคนไทยให้เที่ยวในประเทศด้วย ซึ่งแม่งานที่จะทำหน้าที่นี้ หนีไม่พ้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

บูมแกรนด์เซลส์สร้างบรรยากาศท่องเที่ยว

ทั้งนี้ ททท. ได้มีการปรับเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ ลงมาอยู่ที่ 14 ล้านคน ลดลง 1.73% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การท่องเที่ยวทั่วโลกที่ชะลอตัว ส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดไว้จะโกยได้อยู่ที่ 505,000 ล้านบาท ลดลง 5.1% ซึ่งเป้าหมายนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานว่า ภาครัฐและเอกชนต้องผนึกกำลังกัน และสถานการณ์การเมืองในประเทศต้องไปอลหม่านแบบปีที่ผ่านมาด้วย

ที่ผ่านมา ททท. ก็เดินสายนำเสนอข้อมูลสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว (โรด โชว์) รวมทั้งร่วมงานขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว (เทรดโชว์) มาแล้วในหลายตลาด โดยเน้นสร้างความเชื่อมั่นในทุกตลาดที่ไปเยือนว่า เมืองไทยพร้อมอ้าแขนรับนักท่องเที่ยวแล้ว จะไม่มีการเล่นเกมปิดสนามบิน อย่างที่นักท่องเที่ยวกังวลกันแน่นอน พร้อมกันนี้ยังนำเสนอจุดเด่นว่า เมืองไทย เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่คุ้มค่าเงิน (แวลู ฟอร์ มันนี่) เข้ากับยุคสมัยที่คนกำลังมองหาที่เที่ยวที่คุ้มค่า

นอกจากนี้ยังเตรียมตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าแบบทันตาทันใจ ด้วยการโปรโมตโครงการ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกส์ 2009 ที่จะจัดขึ้นเดือน มิ.ย.-ส.ค.นี้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาเที่ยวไทยช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ซึ่งโครงการนี้ททท. ทำทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้ได้ขยับโครงการให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น ด้วยการดึงผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า โรงแรมและ ที่พัก สปา กอล์ฟ บริษัทนำเที่ยว สายการบิน อัญมณีและเครื่องประดับ และหน่วยงานอื่นเข้าร่วมโครงการแล้วไม่ต่ำกว่า 2,000 ราย เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปีที่ผ่าน ๆ มา ที่มีเอกชนร่วม 1,000 ราย โดยแต่ละรายจะจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าและบริการในช่วงโลว์ซีซั่น

ปีนี้ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการ ททท. เชื่อเหลือเกินว่า การที่ผู้ประกอบการเข้าร่วมลดราคากันแบบนี้ จะช่วยสร้างบรรยากาศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมาไทยช่วงโลว์ซีซั่นได้มากขึ้น และต้องการแสดงให้ต่างชาติเห็นว่า ไทยเป็นแหล่งชอปปิงที่น่าสนใจ ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องติดอันดับ 1 ใน 5 ของ แหล่งชอปปิงในโลกที่คนนึกถึงให้ได้ภายใน 2-3 ปี จากปัจจุบันอยู่ในอันดับติด 1 ใน 10 เท่านั้น

ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลส์ เป็นโครงการที่จัดทำทุกปี ในช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่น เป็นเรื่องที่ภาคเอกชนร่วมมือกับ ททท. ทุกปี เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาไทย โดยสิ่งที่ดึงดูดไม่ใช่ราคาที่ลดลง แต่เป็นบรรยากาศการท่องเที่ยวที่คึกคักขึ้น

จับตากระแสการเมืองทำลายบรรยากาศลดราคา

งานนี้แม่งานอย่าง ททท. ที่เหนื่อยสายตัวแทบขาด ในการกวาดต้อนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้กลับเข้ามา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า จะได้รับผลตอบกลับบวกหรือลบจากที่คาดหวัง เพราะเวลานี้ต่างชาติจะมาเที่ยวไทย มาชอปปิงช่วงโลว์ซีซั่นจริงไหม คงต้องหันกลับมาลุ้นสถานการณ์การเมืองในประเทศก่อน ว่าไฟรักแรงแค้นของคนเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะรุนแรงแค่ไหน เพราะแค่ออกโรงเฝ้าทำเนียบติดต่อกันนานนับสัปดาห์ บรรดาสื่อจากทั่วโลก ก็ตีแผ่ภาพความวุ่นวายนี้ไปให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ดูกันถ้วนหน้าแล้ว ถึงแม้ว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นจะเป็นการออกมาแสดงความ คิดเห็น เหมือนเช่นที่ประเทศประชาธิปไตยอื่น ๆ มีกัน แต่ในอดีตการชุมนุมของคนเสื้อเหลือง หรือ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ก็เคยเลยเถิดถึงขั้นปิดสนามบิน จนทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ติดอยู่เมืองไทยหัวเสียไปถ้วนหน้า แถมทำให้บรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่ได้มาอึ้งไปแล้วรอบหนึ่ง

ใครไม่รู้จักเมืองไทยดีพอ ได้เห็นภาพเหตุการณ์แบบนี้อีกระลอกย่อมเกิดความไม่มั่นใจเป็นธรรมดา หากเขาเหล่านั้นคิดว่า หนีไปประเทศอื่นที่สงบ ๆ ไปแล้วปลอดภัยดีกว่า รับรองว่า ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยหลายรายได้กอดคอกันจอดคาที่แน่ เพราะต่อให้ลดราคากันแค่ไหน ถ้าชื่อประเทศไทย ไปอยู่ในรายชื่อประเทศที่นักท่องเที่ยวควรหลีกเลี่ยงเดินทางมาเมื่อไหร่ บอกได้คำเดียวว่า หมดกัน จึงได้แต่หวังว่า รัฐบาลจะใช้สันติวิธีทุกรูปแบบ ยุติความขัดแย้ง การแบ่งแยกสีให้หมดไปจากบ้านเมืองให้ได้เสียที

อย่างไรก็ตามจะหวังพึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เปรียบเสมือนเป็นน้ำบ่อหน้า จะเดินทางมาถึงเมืองไทยกันสักเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้ เวลานี้จึงต้องหนุนการพึ่งพิงกันเองอย่างเต็มที่ โดยรัฐและเอกชนจะต้องจับมือกันปลุกพลังใจให้คนไทย อยากออกมาเที่ยวในประเทศกันให้มากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็ไฟเขียวเพิ่มวันหยุดยาว 2 ช่วง คือ เดือน ก.ค. และ เดือน ธ.ค. เพื่อเพิ่มโอกาสการท่องเที่ยว และออกมาตรการสนับสนุนให้ภาครัฐและเอกชนประชุม สัมมนาในประเทศ เพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในประเทศแล้ว

ขณะที่ ททท. ก็ประกาศแคมเปญ เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก หวังจะกระตุ้นให้คนไทยรู้สึกว่า หากออกมาท่องเที่ยวในประเทศแล้ว นอกจากจะได้ความสุขกายสบายใจ ยังได้มีส่วนช่วยให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจด้วย ส่วนเอกชน ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม บริษัทนำเที่ยว สปา กอล์ฟ และอื่น ๆ ก็ต้องใช้ตำราเดียวกับการทำตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ คือลดราคาสินค้าและบริการ เพื่อเอาอกเอาใจคนไทยกันแบบเต็มที่

เรียกว่าเวลานี้ ทั้งรัฐ ก็พร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวกันเต็มที่ ส่วนภาคเอกชนก็พร้อมลุยด้วยมุกลดราคา ก็คงต้องมาจับตาดูกันว่า การลดราคาครั้งนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้จริงหรือไม่

ลดราคาแข่งขันได้ แต่ต้องไม่ลดจนตัวตาย

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานกรรมการ ททท. แสดงความเห็นกรณีที่ภาคเอกชนต่างงัดกลยุทธ์ด้านราคามาใช้ทำตลาดทั้งคนไทยและต่างชาติว่า ททท. ไม่เคยมีนโยบายเรียกร้องให้ผู้ประกอบการลดราคาสินค้าและบริการลงมามาก ๆ การที่ภาคเอกชนตัดสินใจลดราคา นอกฤดูกาลลดราคาปกติ เกิดขึ้นจากความพร้อมของผู้ประกอบการเอง ส่วนจะลดกี่วันกี่เดือน ผู้ประกอบการเป็นผู้กำหนด ทั้งนี้ ททท. ทราบดีว่า ผู้ประกอบการจำเป็นต้องช่วงชิงลูกค้าเข้ามา ด้วยการลดราคาสู้ แต่ได้ขอร้องว่าอย่าลด จนโครงสร้างราคาเสีย เพราะถ้ารายหนึ่งลดแหลก รายเดียว รายอื่นก็อยู่ไม่ได้

อยากให้พิจารณา ไม่ลดราคาหลัก แต่ใช้วิธีเพิ่มแพ็กเกจเสริมแทน หรือถ้าจะลดราคาหลัก ก็ให้ลดช่วงสั้น ๆ แค่กี่วันกี่เดือนแล้วหยุด เมื่อถึงเวลาที่สถานการณ์ปกติจะได้ปรับฐานราคากลับมาสู่มาตรฐานเดิมง่ายขึ้น

ฟาก ประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ระบุว่า ผู้ประกอบการรู้ กันดีอยู่แล้วว่า ตลาดต่างประเทศอย่าง ยุโรป อเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลัก แนวโน้มการท่องี่ยวไม่ดีนัก เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยผู้ประกอบการคือการลดราคา เพื่อดึงตลาดคนไทยให้มาใช้บริการได้มากขึ้น โดยในอดีตราคาห้องพักที่ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท ขายกันอยู่ อาจจะได้กำไรมาก เมื่อสถานการณ์ท่องเที่ยวไม่ดีเช่นนี้ การลดราคาลงมา ก็แค่ทำให้กำไรน้อยลง แต่เมื่อทำให้คนไปเที่ยว ไปพักได้อยู่ ผู้ประกอบการก็ยังอยู่ได้

ถ้าไม่ขายเลย ผู้ประกอบการก็ไม่ได้รายได้ มีคนเข้าพักก็ดีกว่าไม่มี ตอนนี้ ราคาที่ขายตลาดต่างประเทศ ก็เป็นราคาที่ลด เช่น ซื้อ 4 คืน แถม 4 คืน ก็กระตุ้นให้เข้าพักได้อยู่แล้ว เพราะถึงแม้เศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัวแบบนี้ แต่เชื่อว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีเงินพอจะไปเที่ยว ได้ ถ้าได้ข้อเสนอราคาพิเศษหน่อย ก็จะทำให้ เขาอยากมามากขึ้น ขอให้บ้านเมืองเราปลอดภัยแค่นั้น

ด้าน สุกัญญา จันทร์ชู ชาเทรียม ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมชาเทรียม สวีท กรุงเทพฯ ซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในวงการโรงแรมมานาน เสนอมุมมองที่น่าสนใจว่า ถึงแม้เศรษฐกิจโลกจะไม่ดี ทำให้ชะลอการใช้จ่าย ก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ออกมาเที่ยวอยู่ เพียงแต่เขาได้รับเงินเดือนน้อยลง ก็ต้องมองหาการท่องเที่ยวที่คุ้มค่า คุ้มราคา ฉะนั้นถ้าผู้ประกอบการไทยอยากได้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามา แล้วตอนนี้ผู้ประกอบการประเทศทั่วโลก ก็ลดราคาสินค้าและบริการเพื่อแข่งขัน ผู้ประกอบการไทยก็จำเป็นต้องลดราคาแข่งขันด้วย แต่การลดราคาครั้งนี้ผู้ประกอบการต้องรวมตัวกัน แต่ละรายต้องรู้ว่าตัวเองอยากได้ราคาเท่าไหร่ ถึงจะอยู่ได้ จะต้องไม่ตัดราคากันเอง ผู้ประกอบการทุกรายต้องไปบริหารจัดการด้วยกัน จัดทำต้นทุนพิเศษ เพื่อสร้างข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้า

ขณะที่ จอห์น เอ็ม โควโด้สกี้ ผู้อำนวยการ ศูนย์วางแผนกลยุทธ์ สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) คาดการณ์ว่า สถานการณ์สงครามลดราคาของประเทศทั่วโลก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศของตัวเอง คงจะคุกรุ่นเช่นนี้ไป อีก 1 ปีครึ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ยังเดินทางท่องเที่ยวอยู่ แต่ลดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยลง เช่น จากเดิมเคยพักโรงแรม 5-6 ดาว ก็หันมาพักโรงแรม 4 ดาว หรือเคยขึ้นเครื่องบินชั้นธุรกิจ หรือชั้นหนึ่ง ก็เปลี่ยนมาขึ้นชั้นประหยัด

ในเมื่อกระแสการลดราคาในภาคการท่องเที่ยวจะคงอยู่ไปอีกนานแรมปีแบบนี้ ผู้ประกอบการไทยคงใช้ลูกไม้ลดราคา เพิ่มข้อเสนอพิเศษให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว เพราะประเทศอื่นก็คงไม่ใช้แค่เรื่องราคาเป็นตัวดึงดูด แต่ต้องสร้างกระแส เพิ่มความน่าสนใจให้ประเทศตัวเองด้วย

ดังนั้นผู้ประกอบการไทยคงต้องเร่งพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพมากขึ้น ทันสมัย และโดนใจมากขึ้นด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหลง ใหล อยากกลับมาท่องเที่ยว และใช้สินค้าและบริการอีกในครั้งต่อไป ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้ในระยะยาว เพราะการลดราคานั้น ก็เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการรักษาตัวรอดได้ในระยะสั้น ราคาที่ลดลง ก็ทำได้เพียงระดับหนึ่งที่ไม่เจ็บตัวเท่านั้น ผู้ประกอบการคงไม่สามารถลดราคาจนลงไปถึงระดับที่ทำให้ตัวเองขาดทุนได้ หรือถ้าลดราคาแล้ว ทำให้ผู้ประกอบการต้องลดคุณภาพการให้บริการลงไปด้วย นักท่องเที่ยวก็คงไม่ประทับใจเท่าไหร่นัก

เมื่อเอกชนทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว ททท. ก็คงต้องทำหน้าที่นักการตลาดที่ทันสมัย มองหาแคมเปญใหม่ ๆ ที่มีสีสันเร้าใจกว่าเดิมเป็นการเกื้อหนุนภาคเอกชนด้วย ทั้งการทำตลาดเพื่อกระตุ้นให้คนไทยรู้สึกอยากเดินทางเที่ยวในประเทศมากขึ้น จะได้สัมผัสสินค้าบริการด้านการท่องเที่ยวที่เอกชนนำเสนอ และปลุกอารมณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้รู้สึกว่า ถ้าจะเลือกเที่ยวที่ไหนเวลานี้ ประเทศไทยต้องเป็นเบอร์หนึ่งในใจ ซึ่งก็คงเป็นโจทย์ท้าทายข้อแรกที่ผู้ที่จะมารับตำแหน่ง ผู้ว่าการ ททท. คนใหม่ ต้องวัดฝีมือ เพราะเวลานี้ภาพลักษณ์เมืองไทยแย่เสียจนน่าห่วง

เหนือสิ่งอื่นใดหากการเมืองไทยยังถอยหลังลงคลอง มีแต่เรื่องโกลาหลปนเลือดสาด ก็คงไม่ต้องหวังไกลพึ่งนักท่องเที่ยวจากชาติไหน ๆ มาแล้ว เพราะคงไม่มีใครอยากมาเสี่ยงตายดาบหน้าในบ้านป่าเมืองเถื่อนแบบนี้ ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายตรึกตรองดูให้ดี หากยังอยากได้รายได้ท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามาอยู่ ก็ช่วยกันทำให้ประเทศสงบเสียทีเถิด. จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์ รายงาน

Advertisement Replay Ad
มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์