นายกฯ ปัดเด้งกอร์ปศักดิ์พ้นครม. ให้หันหน้าคุยกัน รองนายกฯเผยไม่ยึดติด ถ้าพรรคร่วมบอก พร้อมดูตัวเอง

นายกฯ ปัดเด้งกอร์ปศักดิ์พ้นครม. ให้หันหน้าคุยกัน รองนายกฯเผยไม่ยึดติด ถ้าพรรคร่วมบอก พร้อมดูตัวเอง

กอร์ปศักดิ์ ไม่เชื่อพรรคร่วมรัฐบาลกดดัน ย้ำตัวเองไม่ยึดติดตำแหน่ง ถ้าเติ้ง-เนวิน-สมศักดิ์ บอกด้วยตัวเองพร้อมพิจารณา ที่ผ่านมาเน้นทำงานรอบคอบ รักษาผลประโยชน์ของชาติ ไม่ให้รั่วเข้ากระเป๋าใคร นายกฯรับหั่นงบปีฒ53ลง1-2แสนล.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 เมษายน ว่า ช่วงเช้าได้หารือกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงปัญหาเศรษฐกิจจากผลกระทบด้านต่างๆ ซึ่งจะนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 เมษายน โดยมีข้อสรุป 3 ประการ คือ 1. เรื่องการท่องเที่ยวจะมีมาตรการเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องการให้สินเชื่อกับภาคเอกชน 2.มีการประมาณการณ์ว่าตัวเลขการจัดเก็บรายได้น่าจะลดลง หลังเกิดสถานการณ์ต่างๆ ดังนั้น ครม. จะพิจารณาปรับลดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 เพื่อให้การขาดดุลอยู่ในระดับที่เหมาะสม ไม่คงตัวเลขเดิมเพราะจะขาดดุลมากเกินไป คาดว่าจะปรับลดลง 1-2 แสนล้านบาท พร้อมกันนี้จะเร่งพิจารณาหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ เพื่อดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเน้นการลงทุนช่วง 2-3 ปีข้างหน้า คาดว่ากระทรวงการคลังจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์เพื่อหาข้อยุติเรื่องแหล่งเงินทุน โดยเน้นแหล่งเงินทุนในประเทศ นายกฯกล่าวและว่า เราคงไม่ปรับเปลี่ยนในเรื่องวงเงิน แต่ต้องดูแหล่งเงินทุนใหม่ เพราะเดิมแบ่งเอาไว้ว่าจะใช้งบประมาณส่วนหนึ่ง ร่วมกับภาคเอกชนส่วนหนึ่ง และกู้เงินอีกส่วนหนึ่ง แต่ขณะนี้เม็ดเงินที่จะออกมาจากงบประมาณได้รับผลกระทบ

ย้ำไม่ลดเงินเดือนขรก.

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 3. เรื่องสภาพคล่อง ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีมาตรการรับประกันสินเชื่อ ซึ่งได้ผลในระดับหนึ่ง แต่พบว่าปล่อยสินเชื่อได้ค่อนข้างน้อย ดังนั้ นครม. ต้องพิจารณามาตรการสภาพคล่องเพิ่มเติม

ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับปรับลดงบประมาณปี 2553 จำนวน 1-2 แสนล้านบาท ส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนหรือไม่อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เมื่อปรับแล้วในรายละเอียด จะต้องลดตรงไหนอย่างไรคงต้องไปดูกันอีกที เมื่อถามว่า การปรับลดงบประมาณจะกระทบต่องบรายจ่ายประจำหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า งบที่ปรับไม่ได้ก็ปรับไม่ได้ เป็นภาระผูกพันของรัฐบาล บางเรื่องเป็นเรื่องตายตัว เช่น เรื่องเงินเดือน เรื่องค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย เรื่องการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ต่างๆ

ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอของม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ให้ลดเงินเดือนข้าราชการ นายกฯ กล่าวว่า คงไม่ไปในแนวทางนั้น เพราะจะเป็นการส่งสัญญาณสับสน เรากำลังเติมกำลังซื้อของประชาชน ซึ่งข้าราชการก็เป็นประชาชนด้วย

กอร์ปศักดิ์เตรียมตั้งวายุภักษ์ 2

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ได้หารือร่วมกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการปรับปรุงตัวเลขรายรับและรายจ่ายงบประมาณปี 2553 เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดการณ์ว้ ทำให้ตัวเลขรายรับจะไม่เป็นไปตามที่เคยอนุมัติไว้คือ 1.51 ล้านล้านบาท และหากคงรายจ่ายเท่าเดิมที่ 1.9 ล้านล้านบาท จะทำให้รัฐต้องกู้เงินมากกว่ากฎหมายกำหนด ดังนั้นจึงต้องปรับลดงบประมาณรายจ่ายลง เพื่อให้การขาดดุลงบประมาณอยู่ในกรอบวินัยอย่างเคร่งครัด

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกอย่างคงเปลี่ยนใหม่ทั้งรายรับและรายจ่าย ซึ่งจะทำให้งบประมาณปี 2553 น้อยกว่างบประมาณปี 2552 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่งบประมาณปีหน้าต่ำกว่าปีนี้ ส่วนหนึ่งเพราะงบประมาณปี 2552 สูง เนื่องจากมีงบประมาณกลางปี 1 แสนล้านบาทด้วย ทำให้ในหลักการของงบประมาณปี 2553 จะไม่เพียงพอต่อการนำไปกระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า รัฐบาลจึงจำเป็นจะต้องหาแหล่งเงินใหม่นอกจากเงินงบประมาณ อาจตั้งกองทุนวายุภักษ์ 2 ขึ้นมา หรือกู้เงินจากต่างประเทศเพิ่มเติม

กรณ์ยันไม่ตัดงบเมกะโปรเจ็คต์

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การเตรียมปรับลดกรอบงบประมาณรายจ่ายปี 2553 เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารประเทศอย่างมีเสถียรภาพ และความเป็นจริงในแง่ของรายได้รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะไม่ฝืนให้มีงบใช้จ่ายสูงเกินที่จะบริหารได้ ส่วนรายละเอียดของเม็ดเงินที่ปรับลดลงมาต้องรอให้ผ่าน ครม. ก่อน ขณะที่แหล่งเงินใหม่และโครงการใดที่ได้รับผลกระทบจากการปรับลดงบรายจ่ายครั้งนี้จะได้ข้อสรุปใน 2 สัปดาห์ ยืนยันว่าเม็ดเงินสำหรับลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 1.56 ล้านล้านบาทใน 3 ปีนั้นจะยังคงไว้ทั้งหมด รวมถึงเม็ดเงินที่นำมาใช้ในโครงการเรียนฟรีและเบี้ยยังชีพคนชราก็จะยังมีต่อเนื่องไม่หายไปเด็ดขาด การปรับลดรายได้ลงอยู่ภายใต้สมมติฐานว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะหดตัวมากขึ้น จากเดิมที่คาดว่า จะหดตัวที่ 3% แต่ผลจากการชุมนุมช่วงสงกรานต์จะมีผลลบต่อเศรษฐกิจอีก 1-2% ดังนั้นหลายสำนักจึงประเมินว่า อาจทำให้เศรษฐกิจไทยหดตัวสูงถึง 4-5% แต่จะติดลบมากขนาดนั้นหรือไม่ ขึ้นกับหลายเงื่อนไข ทั้งการฟื้นตัวของประเทศคู่ค้า ผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล และความเชื่อมั่นของเอกชนที่หายไปในช่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรอบงบประมาณประจำปี 2553 เดิมกำหนดงบรายจ่ายไว้ที่ 1.9 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ 1,457,235.1 ล้านบาท งบลงทุน 380,000 ล้านบาท และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 62,764.9 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ยืนยันว่า การปรับลดกรอบวงเงินงบประมาณปี 2553 จะยังคงงบลงทุนไว้ที่ 380,000 ล้านบาทดังเดิม

คาดงบปีฒ52ภาษีต่ำเป้า1.6ล้านล้าน

นายสมชัย สัจจพงษ์ โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการจัดเก็บรายได้ภาครัฐว่า สิ้นเดือนมีนาคม รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้ 104,371 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 11,110 ล้านบาท ส่งผลให้ช่วง 6 เดือนของปีงบประมาณ 2552 จัดเก็บได้รวม 559,234 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการณ์ถึง 98,277 ล้านบาท หรือ 14.9% เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวลง และการดำเนินมาตรการด้านภาษีเพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมทั้งมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจต่ำกว่าประมาณการณ์ และการคืนภาษีของกรมสรรพากรเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูง ดังนั้นคาดว่าจะทำให้การจัดเก็บรายได้ตลอดทั้งปีงบประมาณต่ำกว่าประมาณการ 1.604 ล้านล้านบาท

นายสมชัยกล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ กรมสรรพากร จัดเก็บได้รวม 447,795 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 46,941 ล้านบาทหรือ 9.5% จากภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่ำกว่าประมาณการณ์ 45,925 ล้านบาท หรือ 17.6% ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่ำกว่าประมาณการณ์ 8,069 ล้านบาท หรือ 7% ขณะที่กรมสรรพสามิต จัดเก็บได้รวม 121,929 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการณ์ 33,832 ล้านบาท หรือ 21.7% จากภาษีน้ำมันที่ต่ำกว่าประมาณการณ์ถึง 20,931 ล้านบาท หรือ 47.4% และภาษีรถยนต์ต่ำกว่าประมาณการณ์ 9,608 ล้านบาท หรือ 29.5%

คลังบริหารเงินสดรัฐใกล้ชิด

นายสมชัย กล่าวว่า ส่วนกรมศุลกากร จัดเก็บได้รวม 41,437 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการณ์ 8,663 ล้านบาท คิดเป็น 17.3% เนื่องจากอากรขาเข้าจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการณ์ 8,755 ล้านบาท หรือ 17.9% ส่วนรัฐวิสาหกิจ นำส่งรายได้ 29,969 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 5,327 ล้านบาท หรือ 15.1% ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ นำส่งรายได้รวม 45,561 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 5,146 ล้านบาท หรือ 12.7% ขณะที่การคืนภาษีของกรมสรรพากรมีถึง 109,962 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 10,334 ล้านบาท หรือ 10.4% อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังจะดูแลฐานะทางการคลังและการบริหารเงินสดของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเบิกจ่ายมีความต่อเนื่องและเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ นายสมชัยกล่าว

หาทางช่วยธุรกิจท่องเที่ยว

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลืออุตสาหกรรมท่องเที่ยวว่า สมาพันธ์ท่องเที่ยวขอให้รัฐบาลช่วยเหลือวงเงินกู้ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจากหลักทรัพย์ที่มีอยู่นำไปค้ำประกันหมดแล้ว ขณะที่ลูกค้าก็หายไป โดยกระทรวงการคลังได้หารือกับสถาบันการเงินรัฐแล้วเพื่อจัดสรรเงินช่วยเหลือ สิ่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเดือดร้อนมากที่สุดในขณะนี้คือไม่มีเงินเดือนจ่ายพนักงาน เพราะขาดสภาพคล่อง แต่ไม่สามารถกู้เงินเพิ่มเติมได้เพราะกู้เต็มเพดานหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันแล้ว สิ่งที่รัฐจะช่วยเหลือได้คือให้กู้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยใช้วิธีค้ำประกันซึ่งกันและกัน ซึ่งจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สถาบันการเงินใหญ่ๆ ของรัฐมีหลายแห่ง อาจจะแบ่งให้แต่ละแห่งช่วยกันดูแล (ปล่อยกู้) และตั้งเป็นบัญชีพิเศษ มีการตกลงกับสถาบันการเงินว่าถ้าเกิดความเสียหายใครจะเป็นคนรับผิดชอบ หรืออาจรับผิดชอบคนละครึ่ง เมื่อถามว่า จะมีมาตรการภาษีหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการอื่นๆ ที่เคยทำไว้และมีกำหนด 3 เดือน นายกฯบอกแล้วว่าจะขยายเวลาออกไปอีก ต้องแก้ไขทีละปัญหา นอกจากนั้นรัฐบาลยังมีการช่วยเหลือตามโครงการต้นกล้าอาชีพซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยใช้เงิน 4-5 ร้อยล้านบาท

ส่วนนายกรณ์กล่าวว่า การประชุม ครม.ในวันที่ 21 เมษายนจะนำปัญหาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเข้าหารือด้วย โดยจะให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และสุดสัปดาห์นี้ จะเดินทางไปนำเสนอข้อมูล(โรดโชว์)ต่างประเทศเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น และวันที่ 25-26 เมษายนนี้จะเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อประชุมร่วมกับธนาคารโลก จากนั้นจะไปนิวยอร์คและลอนดอน ประเทศอังกฤษต่อไป

คาดงบปีฒ52ภาษีต่ำเป้า1.6ล้านล้าน

นายสมชัย สัจจพงษ์ โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการจัดเก็บรายได้ภาครัฐว่า สิ้นเดือนมีนาคม รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้ 104,371 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 11,110 ล้านบาท ส่งผลให้ช่วง 6 เดือนของปีงบประมาณ 2552 จัดเก็บได้รวม 559,234 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการณ์ถึง 98,277 ล้านบาท หรือ 14.9% เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวลง และการดำเนินมาตรการด้านภาษีเพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมทั้งมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมทั้งการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจต่ำกว่าประมาณการณ์ และการคืนภาษีของกรมสรรพากรเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูง ดังนั้นคาดว่าจะทำให้การจัดเก็บรายได้ตลอดทั้งปีงบประมาณต่ำกว่าประมาณการ 1.604 ล้านล้านบาท

นายสมชัยกล่าวว่า ช่วงไตรมาสแรกขอบประมาณ กรมสรรพากร จัดเก็บได้รวม 447,795 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 46,941 ล้านบาทหรือ 9.5% จากภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่ำกว่าประมาณการณ์ 45,925 ล้านบาท หรือ 17.6% ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่ำกว่าประมาณการณ์ 8,069 ล้านบาท หรือ 7% ขณะที่กรมสรรพสามิต จัดเก็บได้รวม 121,929 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการณ์ 33,832 ล้านบาท หรือ 21.7% จากภาษีน้ำมันที่ต่ำกว่าประมาณการณ์ถึง 20,931 ล้านบาท หรือ 47.4% และภาษีรถยนต์ต่ำกว่าประมาณการณ์ 9,608 ล้านบาท หรือ 29.5%

คลังบริหารเงินสดรัฐใกล้ชิด

นายสมชัย กล่าวว่า ส่วนกรมศุลกากร จัดเก็บได้รวม 41,437 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการณ์ 8,663 ล้านบาท คิดเป็น 17.3% เนื่องจากอากรขาเข้าจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการณ์ 8,755 ล้านบาท หรือ 17.9% ส่วนรัฐวิสาหกิจ นำส่งรายได้ 29,969 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 5,327 ล้านบาท หรือ 15.1% ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ นำส่งรายได้รวม 45,561 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 5,146 ล้านบาท หรือ 12.7% ขณะที่การคืนภาษีของกรมสรรพากรมีถึง 109,962 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 10,334 ล้านบาท หรือ 10.4% อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังจะดูแลฐานะทางการคลังและการบริหารเงินสดของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเบิกจ่ายมีความต่อเนื่องและเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ททท. ชี้การเมืองไม่แก้ท่องเที่ยว

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้ประการด้านการท่องเที่ยว ว่า ที่ประชุมมีเห็นพ้องกันว่าหากการเมืองไม่นิ่ง การจัดกิจการส่งเสริมการท่องเที่ยวจะไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ผู้ประกอบการมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง จึงต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการ นอกจากนี้มีสายการบินบางแห่งที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก เตรียมปรับลดเที่ยวบิน ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงการขนนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย ขณะที่บางสายการบินเตรียมปรับลดเที่ยวบิน เพราะขาดความเชื่อมั่นในประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้าไปช่วยลดค่าใช้จ่ายเพื่อดึงจูงใจ เพื่อไม่ให้สายการบินลดเที่ยวบินเข้าไทย

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมโรดโชว์ยังต่างประเทศมีแผนจะดำเนินการอีก 9 ครั้งจคือ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ จีน อเมริกา แคนาดา และเวียดนาม รวมถึงการโรดโชว์ในอาเซียน คือแถบลุ่มน้ำโขง เพราะเห็นว่าหากยกเลิกจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะอาจทำให้ชาวต่างชาติมองว่าประเทศไทยยังระส่ำระสาย นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นด้วยที่จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลปัญหาเรื่องท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิดหลัง ครม.เห็นชอบให้ปัญหาการท่องเที่ยวเป็นวาระแห่งชาติแล้ว ส่วนเรื่องความเสียหายจากความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น มีแน่นอน แต่ไม่ต้องการประเมินเป็นตัวเลข ขณะเดียวกันยังเตรียมปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ลงอีก จากเดิมที่กำหนดไว้ประมาณ 14 ล้านคนด้วย

นายอภิชาติ สังฆอารี นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลขยายระยะเวลามาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวออกไปอีก 3 เดือน เช่น ค่าธรรมเนียมวีซ่าฟรี แลนดิ้งฟรี และอื่น ๆ เพราะได้พิจารณาแล้วเห็นว่ามาตรการดังกล่าว สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีน และอินเดีย ได้ แต่หลังจากที่เกิดความรุนแรงขึ้นอีกครั้งก็หายหมด ขณะเดียวกันก็ต้องการให้รัฐบาลช่วยเรื่องของเงินกู้ยืมอัตราดอกเบี้ยต่ำ จำนวน 10,000 ล้านบาท เพิ่มเติมจากเดิมที่มีการอนุมัติไปแล้ว 5,000 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ภาคเอกชนขาดสภาพคล่องแล้ว

Advertisement Replay Ad
จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์