ปลัดคลังเผยแนวโน้ม จำเป็นต้องปรับภาษี ให้สอดคล้องรายจ่าย-หนี้

ปลัดคลังเผยแนวโน้ม จำเป็นต้องปรับภาษี ให้สอดคล้องรายจ่าย-หนี้

ปลัดคลังเผยแนวโน้ม จำเป็นต้องปรับภาษี ให้สอดคล้องรายจ่าย-หนี้

ระบบรัฐบาลต้องจัดเก็บภาษีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายของรัฐบาล เผยขณะนี้ ต้องสนับสนุนงบเรียนฟรี รักษาพยาบาลฟรี เมื่อเน้นสวัสดิการฟรีมาก ก็เก็บภาษีมากเป็นเรื่องปกติ...

นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าววันนี้ (5 พ.ค.) ถึงสถานการณ์จัดเก็บรายได้ภาษีในช่วงครึ่งปีแรกของงบประมาณปี 2552 ว่า ประเภทภาษีที่ลดลงมากที่สุดคือ ภาษีสรรพสามิต ลดลงกว่าร้อยละ 20 ภาษีสรรพากรลดลงประมาณร้อยละ 9-10 และยังมีแนวโน้มปรับลดลงอีก เพราะภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ชำระกันในปีนี้ เป็นผลของปีก่อนแทบทั้งสิ้น ทำให้สถานการณ์ในปีปัจจุบันที่เศรษฐกิจมีปัญหาจะส่งผลต่อรายได้ภาษีในปีต่อไปลดลงมากกว่านี้

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวต่อถึงผลประกอบการของภาคเอกชนในปี 2553 จะดีขึ้นหรือไม่ ว่า ต้องรอดูผลประกอบการในปี 2552 ด้วย เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มการยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในเดือนพ.ค. ถือว่ายังไม่รุนแรงนักแต่จะเริ่มรุนแรงมากขึ้นในเดือนส.ค.นี้ ซึ่งอยู่ในปีงบประมาณ 2552 นี้ และในเดือนพ.ค.ปีหน้าจะทวีความรุนเพิ่มขึ้นอีก แต่สำหรับการจัดภาษีมูลค่าเพิ่มซึ่งเป็นฐานรายได้หลักสำคัญที่ใหญ่มาก คาดการณ์ว่าในช่วงต้นปีงบประมาณปี 2553 (ช่วง ต.ค.-พ.ย. 2552) ยังไม่รุนแรงเท่าใดนัก แต่เมื่อถึงช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. 2553 จะเริ่มมีผลกระทบรุนแรงมากขึ้น ขณะนี้ภาษีมูลค่าเพิ่มหายไปประมาณร้อยละ 30 เกือบเท่ากับรายได้ภาษีนำเข้าซึ่งฝากศุลกากรจัดเก็บ

นายศุภรัตน์ กล่าวต่อถึงการจัดเก็บภาษีมูลเพิ่มจากการนำเข้า ว่า ยังไม่ลดลง เพราะยังมีคำสั่งซื้อสินค้าเดิมค้างอยู่ แต่พอปัญหาเพิ่มรุนแรงมากขึ้น นอกจากคำสั่งซื้อไม่เข้ามาแล้ว ทุกบริษัทจะลดสตอกสินค้า เพื่อลดต้นทุนทำให้จากที่เคยสตอก 3 เดือน จะเหลือเพียง 1 เดือน เพราะต้องแบกรับต้นทุนสูงมาก ภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่มจึงหายไปอีก สถานการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้ ทำให้ประชาชนเริ่มชะลอการใช้จ่าย นักท่องเที่ยวงดเดินทาง ไม่กล้าใช้จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศจึงเริ่มลง ดังนั้น สิ่งที่รอ คือต้องรอออเดอร์ต่างประเทศ การเข้ามาของนักท่องเที่ยว ขึ้นอยู่กับปัจจัยในต่างประเทศ จากการฟื้นตัวทางการค้าระหว่างประเทศ

ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวต่ออีกว่า ยอมรับว่าจากปัญหาเศรษฐกิจถดถอยได้กระทบต่อกำลังความสามารถของประเทศในการหา รายได้ให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายของรัฐบาล เพราะการจัดเก็บในระดับร้อยละ 16-17 ของจีพีดี หรือบางครั้งลดลงเหลือร้อยละ 15 ของจีดีพี เป็นจุดที่น่าเป็นห่วงมาก หากรายได้ไม่สอดคล้องระดับค่าใช้จ่าย ไม่สอดคล้องกับระดับหนี้สาธารณะ ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องไปดูเรื่องภาษีอากรอย่างเป็นระบบในระยะอันใกล้นี้ เพราะสถานการณ์เป็นอย่างนี้ ในช่วงที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องจ่าย ต้องกู้เงินจากแหล่งต่างๆ จึงมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 15-16 ของจีดีพี เพิ่มเป็นร้อยละ 20 ของจีดีพี ในต่างประเทศจัดเก็บร้อยละ 30 จีดีพีก็มี แต่เมื่อตัดสินใจแล้ว ต้องมีคำตอบให้กับสังคมเข้าใจ คือ 1. ปรับเพิ่มภาษีแล้วยังทำให้ศักยภาพการแข่งขันของภาคธุรกิจดีเหมือนเดิมเมื่อ เทียบกับคู่แข่ง 2. ในทางสังคมยอมรับเกี่ยวกับการกระจายภาระภาษี ถือว่ามีความเป็นธรรมได้หรือไม่ แม้ว่าทุกคนจะเหนื่อยขึ้น 3. ปรับเพิ่มแล้วทำให้ระบบมีประสิทธิภาพหรือไม่ หรือปรับเพิ่มขึ้นเพราะเป็นห่วงระดับรายได้ที่ลดลง

นายศุภรัตน์ กล่าวด้วยว่า การที่รัฐบาลเก็บภาษีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการใช้จ่ายของรัฐบาล และขณะนี้ได้พูดกันว่า ต้องสนับสนุนงบเรียนฟรี รักษาพยาบาลฟรี ถ้าเน้นสวัสดิการฟรีมาก ก็เก็บภาษีมาก เช่น การมีสวัสดิการ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ฟรีเหมือนกับ ประเทศสวีเดน ต้องจัดเก็บภาษีร้อยละ 50 ของจีดีพี การปรับโครงสร้างระบบภาษีได้เดินแผนมาตลอด และควรต้องทำในเชิงรุกกว่านี้ด้วย การปรับโครงสร้างภาษี จากเดิม ได้วางแผนไว้ จากภาวการณ์ปกติบนพื้นฐานรายได้เท่าเดิมแต่สถานการณ์ปัจจุบันมีข้อจำกัดจึง ต้องปรับเพิ่มภาษี อีกทางหนึ่งอาจเป็นจัดเก็บภาษีน้อย แต่บังคับให้เอกชนดูแลกันเองดูแลกันเอง ประกันเงินกันเอง เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เป็นเงินที่ไม่อยู่ในการดูแลของรัฐบาล เอกชนสามารถจัดการกันเองได้ เมื่อสร้างระบบขึ้นมาแล้วก็จะเสียภาษีให้กับรัฐลดลง

Advertisement Replay Ad
เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์