รบ.เดินหน้ารีดภาษี ทรัพย์สิน-ที่ดิน ต่อ! พท.โวยพ.ร.ก.กู้4แสนล.แฝงการเมือง

รบ.เดินหน้ารีดภาษี ทรัพย์สิน-ที่ดิน ต่อ! พท.โวยพ.ร.ก.กู้4แสนล.แฝงการเมือง

รบ.เดินหน้ารีดภาษี ทรัพย์สิน-ที่ดิน ต่อ! พท.โวยพ.ร.ก.กู้4แสนล.แฝงการเมือง

"กรณ์"เดินหน้าเก็บภาษีทรัพย์สิน-ที่ดินต่อ แจงคลังตกผลึกแนวคิดแล้ว ซักซ้อมความเข้าใจ-รับฟังความคิดเห็น ก่อนยื่นครม.พท.ซัด พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน แฝงภารกิจการเมือง จี้ทบทวน ขู่ยื่นศาล รธน.วินิจฉัย

มาร์คชี้ภาษีน้ำมันไม่กระทบปชช.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่โรงแรมดุสิตธานี กรณี กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างดำเนินการออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ขยายเพดานการจัดเก็บภาษีสรรสามิตน้ำมันจากปัจจุบันเก็บภาษีสูงสุดลิตรละ 5 บาทเป็น 10 บาทว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานไปศึกษาการขยายเพดานการจัดเก็บภาษีน้ำมันแล้ว ที่มีข่าวว่าจะขึ้นราคาน้ำมัน 10 บาทเป็นแค่ความเข้าใจผิด เพราะต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างการขยายเพดานการจัดเก็บภาษีกับการจัดเก็บภาษีจริง ซึ่งหากมีการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันจะต้องไม่กระทบกับประชาชนคนทั่วไป และไม่มีผลต่อราคาหน้าปั๊ม เพราะมีกลไกของกองทุนน้ำมันดูแลอยู่

เชื่อนำกองทุนฯมาอุดได้อีกนาน

นาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าการปรับเพิ่มภาษีน้ำมัน จะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป เพราะกองทุนน้ำมันจะเข้ามาชดเชยส่วนต่าง โดยช่วงที่ผ่านมากองทุนน้ำมันเก็บเงินเข้าในอัตราสูงมาก เช่น เบนซิน 91 เก็บในอัตรา 5 บาทต่อลิตร และดีเซลประมาณ 2 บาทกว่าต่อลิตร ซึ่งจากการคำนวณก่อนประกาศเพิ่มภาษีนั้นพิจารณาแล้วเห็นว่า อัตราที่การเพิ่มอยู่ในเกณฑ์ที่กองทุนน้ำมันจะดูแลได้ เพราะขณะนี้มีเงินกองทุน 2 หมื่นล้านบาท หากหักในส่วนของเอ็นจีวีออกจะเหลือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท

"ตามสูตรที่เราดูแล้วจะเห็นว่ากองทุนน้ำมันยังสามารถดูแลได้อีกนาน แต่เราเองก็ไม่มีนโยบายที่จะให้ใช้น้ำมันราคาถูกอยู่แล้ว ขณะเดียวกันยังเป็นการเตรียมพร้อมในการปรับโครงสร้างการใช้เชื้อเพลงไปสู่การใช้พลังงานทดแทน เพราะเชื่อว่าในระยะยาวราคาน้ำมันจะไม่อยู่ในระดับนี้ต่อไป โดยจะเห็นจากปัจจุบันว่า แม้ช่วงเศรษฐกิจจะชะลอตัว ราคาน้ำมันยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่องและหากเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น ราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มขึ้นมาก จึงต้องการใช้โอกาสนี้พัฒนาไปสู่การพัฒนาเอทานอล เพราะหากราคาเอธานอลยังคงต่ำ ก็จะไม่มีใครลงทุน ดังนั้นราคาน้ำมันต้องอยู่ใในระดับที่คุ้มค่าถึงเอธานอลด้วย"นายกรณ์กล่าว

ยกต่อไปขูดภาษีทรัพย์สิน-ที่ดิน

สำหรับกรณีผู่ประกอบการออกมาร้องเรียนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการเพิ่มภาษีสรรพสามิตเบียร์นายกรณ์กล่าวว่า ยืนยันว่า การเพิ่มภาษีสรรพสามิคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ปรับโครงสร้างภาษีใหม่ แต่เป็นการเพิ่มกรอบเพดานที่มีอยู่แล้ว และไม่ได้ประกาศปรับราคาหน้าโรงงานใหม่แต่อย่างใด เพียงแต่ภาษีสรรพาสามิตนั้นจะเป็นระบบที่เรียกว่าภาษีรวมใน คือจะนำอัตราภาษีที่จะต้องเสียมารวมเป็นต้นทุนในการผลิต เพื่อคำนวณภาษีที่จะต้องชำระ ซึ่งเมื่อภาษีเพิ่มขึ้น คำนวณมาแล้วต้นทุนก็จะเพิ่มและราคาหน้าโรงงานก็จะปรับเองอัตโนมัตอยู่แล้ว ไม่ใช่ผลกระทบ 2 ด้านแต่อย่างใด

นายกรณ์กล่าวว่า หลังจากปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิต เพื่อเป็นการเพิ่มการจัดเก็บรายได้ให้รัฐมากขึ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการพิจารณาภาษีท้องถิ่นในเรื่อง ภาษีทรัพย์สินและที่ดิน ซึ่งในส่วนของกระทวงการคลังถือว่าตกผลึกในแนวความคิดแล้ว คาดว่าในอีก 2 เดือนจะเดินหน้าซักซ้อมความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็น หลังจากจึงจะนำเสนอในคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

"รายได้ที่เคยตั้งเป้าว่าจะเก็บเพิ่ม 7 หมื่นล้านบาทที่เคยประกาศไปนั้น ขณะนี้ชัดเจนว่า 7 พันล้านบาทจะมาจากภาษีสรรพามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่หากได้จากภาษีน้ำมันเข้ามาก็จะช่วยได้มาก ซึ่งขณะนี้การจัดเก็บรายได้ที่ลดลง ส่วนใหญ่มาจากภาษีการค้าระหว่างประเทศที่หายไปมากคือภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่เก็บจากการนำเข้าสินค้า ซึ่งหากการค้า ทั้งการนำเข้าและส่งออกกลับสู่ภาวะปกติ การจัดเก้บรายได้รัฐก็จะเข้ามาจำนวนมาก"นายกรณ์กล่าว

พลังงานใช้กองทุนฯอุ้มราคาน้ำมัน

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ ที่โรงแรมปัญจดารา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ภายหลังเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการบริหารพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาว่า หลังจากกระทรวงการคลัง เสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)ขึ้นภาษีสรรพาสามิตทุกชนิด รวมถึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยนั้น เมื่อออกประกาศและมีผลบังคับใช้ หากกระทรวงพลังงานไม่ดำเนินการใดๆจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตที่กระทรวงการคลังจัดเก็บ แต่เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนทั่วประเทศซึ่งเป็นผู้ที่ใช้น้ำมัน รวมถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจมีผลต่อการปรับขึ้นราคาสินค้าต่างๆตามมา ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทั่วไป ดังนั้นกระทรวงพลังงานโดยคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ได้ประชุมและมีมติอนุมัติในหลักการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาใช้เป็นกลไก บรรเทาผลกระทบมิให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการปรับขึ้นราคาภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

น้ำมันไม่ขึ้นอย่างน้อย1เดือน

"กระทรวงพลังงานจะปรับลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันลงเป็นการชั่วคราว เพื่อมิให้ราคาขายปลีกน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันหรือปั๊มต่างๆทั่วประเทศมีราคาสูงขึ้น เท่ากับว่าราคาน้ำมันในประเทศไทยจะมีราคาเป็นปกติเท่าเดิม ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 1 เดือน จากนั้นกระทรวงพลังงานจะทยอยลดภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลงเป็นคราวๆไป ด้วยการปรับขึ้นราคาน้ำมันครั้งละเล็กน้อย จนกว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวไปอยู่ในระดับที่กระทรวงการคลังประกาศขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เหมือนที่เคยดำเนินการมาในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นก่อนหน้านี้ มาตรการนี้จะเริ่มทันทีที่กระทรวงการคลังบังคับใช้ประกาศจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพิ่ม ดังนั้นขอให้ประชาชนทั่วประเทศมั่นใจได้ว่า แม้กระทรวงการคลังจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันในระยะแรกเป็นการชั่วคราวนั้น ราคาน้ำมันขายปลีกตามปั๊มต่างๆจะไม่มีการปรับขึ้นราคา แต่หากจะขึ้นราคาน้ำมัน ก็คงปรับขึ้นตามกลไกตลาดเท่านั้น" น.พ.วรรณรัตน์ กล่าว

พท.ชี้พ.ร.ก.กู้"แฝงภารกิจการเมือง"

นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)เพื่อกู้เงินจำนวน 4แสนล้านบาทตามแผนปฎิบัติการไทยเข้มแข็งว่า เป็นหลักฐานความล้มเหลวและผิดพลาดในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เกิดจากการใช้จ่ายงบประมาณไม่สอดคล้องกับประมาณการรายรับจนที่สุดต้องขาดดุลงบประมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งผิดพลาดไปจากเป้าหมายมากจนไม่สามารถปิดหีบงบประมาณปี2552 ได้ ทำให้ต้องเร่งรีบแก้ปัญหาด้วยการออกพ.ร.ก.เพื่อกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องของเงินคงคลังที่ร่อยหรอลงเต็มที ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลก็เคยคิดจะเอาเงินกองทุนนอกงบประมาณมาเสริมสภาพคล่องให้เงินคงคลังแต่ถูกคัดค้าน

นายคณวัฒน์ กล่าวว่า การออกพ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว ถือว่าเกินความจำเป็นที่รัฐบาลต้องใช้ในการปิดหีบงบประมาณปี2552ไปถึง 2แสนล้าน โดยรัฐบาลอ้างถึงภาวะเศรษฐกิจทรุดตัวของประเทศ แต่แฝงไว้ใช้ในภารกิจทางการเมืองของรัฐบาลโดยหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากรัฐสภาทั้งที่งบประมาณรายจ่ายประจำและงบกลางปี2552 ยังดำเนินการเบิกจ่ายได้ไม่เต็มที่ในขณะที่เหลือเวลาอีกเพียง 4 เดือนสำหรับการใช้จ่ายงบประมาณปี2552 เท่านั้น ถ้ารัฐบาลจำเป็นต้องออกพรก.เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของรัฐบาล ก็ควรที่จะทำเท่าที่จำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น ซึ่งพรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยกับการออกพรก.ที่ซ่อนเงื่อนในลักษณะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของรัฐสภาโดยฉกฉวยแอบแฝงซ่อนงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นเข้าไปด้วย

จี้ทบทวน-ขู่ส่งศาลรธน.ตีความ

"พรรคเพื่อไทยเสียความรู้สึกกับนายอภิสิทธิ์ซึ่งมักแสดงตนว่ายึดมั่นในหลักการการตรวจสอบของรัฐสภา แต่การออกพรก.ครั้งนี้เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลเจตนาหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากรัฐสภา และส่อเค้าว่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญ จึงอยากจะเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ให้ทบทวนการออกพระราชกำหนดนี้ว่าเป็นไปตามเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ และอยากจะเตือนนายอภิสิทธิ์ว่าอย่าฉกฉวยโอกาสที่ได้มาด้วยการทำอะไรที่ฉาบฉวยไม่จริงใจ ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะเร่งตรวจสอบติดตามรายละเอียดของพรก.ฉบับดังกล่าว ถ้ามีข้อสงสัยว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดก็จะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่"นายคณวัฒน์กล่าว

ปชป.ปัดไทยเข้มแข็งเอื้อ"พรรค"

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ที่ระบุแผนปฎิบัติการณ์ไทยเข้มแข็งเป็นการแบ่งเค้กสร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวนั้นว่า อยากให้ พท.ไปดูโครงการต่างๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นการทำแหล่งน้ำทั่วประเทศ เพื่อให้มีระบบชลประทาน พัฒนาระบบการเกษตร สร้างถนนในถิ่นทุรกันดาร อยากถามว่าการขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้กระทำในทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียมกันจริงหรือไม่ หรือเป็นการพัฒนาเฉพาะพื้นที่ที่เคยเลือกพรรคไทยรักไทยตามแนวทางในอดีตของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ และโครงการนี้เป็นการลงทุนพื้นฐานระยะยาวไม่ใช่เน้นการใช้จ่ายในครัวเรือนจนเกิดหนี้สูงสุดเหมือนในสมัยของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ และมีการจัดเก็บรายได้เพื่อทดแทนค่าใช้จ่ายด้วยการขึ้นภาษีให้กระทบประชาชนน้อยที่สุดคือภาษีสรรพสามิต เหล้า บุหรี่ ภายใต้กรอบของความพยายามไม่ขายสมบัติชาติเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล เหมือนกับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจแต่จะใช้วิธีการเพิ่มภาษีบางรายการที่เป็นภาษีบาปและเพิ่มวงเงินกู้ที่อยู่ภายในเพดานตามมาตรฐานสากล

สบน.รอดูวงเงินชดเชยคงคลัง

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.)เปิดเผยว่า คาดว่าในสัปดาห์หน้า สบน.จะมีอำนาจในการกู้เงินเพิ่มเติมตามพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาทได้ โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 2 แสนล้านบาท เพื่อสมทบเงินคงคลังที่การจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายและอีก 2 แสนล้านบาทจะนำมาใช้เป็นเงินลงทุนโดยตรง ในโครงการที่มีความพร้อมมากที่สุดก่อน ซึ่งคาดว่าปีนี้จะลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท ในส่วนของการชดเชยเงินคงคลังนั้น ต้องรอการประเมินฐานะการคลังอีกครั้งว่า การจัดเก็บรายได้พลาดเป้ามากน้อยเพียงใด และเมื่อรวมกับการชดเชยจากการขออนุมัติกู้ในประเทศเพิ่มเติม 9.4 หมื่นล้านบาท เพียงพอหรือไม่ เพราะยังเหลือเวลาอีก 5 เดือนในการประเมินฐานะการคลังที่เหมาะสม ซึ่งจะชัดเจนในสิ้นปี แต่คาดว่า ในปี 2552 จะชดเชยส่วนนี้ประมาณ 1 แสนล้านบาท

รู้รูปแบบระดมทุนสัปดาห์หน้า

สำหรับรูปแบบการระดมทุน นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า คาดว่าจะได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า โดยจะปรับปรุงแผนการก่อหนี้ใหม่ โดยจะเพิ่มวงเงินการออกพันธบัตร และจะเพิ่มการออกพันธบัตรออมทรัพย์ที่ขายให้กับประชาชนมากขึ้น จากเดิมที่เคยประกาศไปแล้ว 1 หมื่นล้านบาท เพราะความต้องการขณะนี้มีมากจากดอกเบี้ยเงินฝากที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดขายได้ประมาณมิถุนายน-กรกฎาคม 2552 โดยจะมีอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจในระดับหนึ่ง

นอกจากนั้น บางส่วนจะเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงินด้วยการออกเป็นตั๋วสัญญาใช้เงิน(พีเอ็น) เหมือนที่รัฐวิสาหกิจระดมเงินมาลงทุน โดยเมื่อออกเป็นพีเอ็นจนถึงจำนวนหนึ่ง จึงจะแปลงเป็นพันธบัตรที่เป็นระยะยาวมากขึ้นแทน ซึ่งคาดว่าจะเห็นชัดเจนในเดือนกรกฎาคม เพราะต้องการที่จะออกพันธบัตรที่เป็นระยะยาวอายุ 15 และ 20 ปีมากขึ้น

นายพงษ์ภาณุกล่าวต่อไปว่า สำหรับการออกพันธบัตรในอัตราดอกเบี้ยลอยตัว จากที่เคยประกาศไว้ว่าจะออก วงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท มองว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทีดีอาร์ไอแนะคุมชักหัวคิว20%

นายนิพนธ์ พัวพงศกร ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังกู้เงินจำนวน 8 แสนล้านบาท มาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า การกู้เงินมาลงทุนเป็นเรื่องจำเป็นเนื่องจากขณะนี้รัฐบาลมีปัญหาเรื่องการจัดเก็บรายได้ จะไปเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากประชาชนมากเกินไปก็ไม่ได้ แต่การกู้เงินดังกล่าว รัฐบาลควรคำนึงถึงการใช้จ่ายเงินที่มีประสิทธิภาพด้วย เพราะหากคุมไม่ดี การลงทุนก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร ในทางตรงกันข้ามจะยิ่งก็ปัญหาเรื่องภาระหนี้เพิ่มขึ้นไปอีก

"สิ่งหนึ่งที่จะทำให้การใช้จ่ายเงินมีประสิทธิภาพ คือ การวางมาตรการควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการทุจริต เรียกค่าคอมมิชชั่นในการลงทุนโครงการต่างๆ สูงถึงตัวเลข 20%" นายนิพนธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเรียกค่าคอมมิชชั่นสูงถึง 20 % จะอยู่ในการลงทุนโครงการอะไรบ้าง นายนิพนธ์ กล่าวว่า "เรื่องค่าคอมมิชชั่น เป็นสิ่งที่ทุกคนคาดการว่ามันต้องมีอยู่แล้ว เพราะเม็ดเงินลงทุนก้อนนี้มันเยอะมาก และจัดสรรไปสำหรับการลงทุนก่อสร้างโครงการต่างๆ จำนวนมาก แต่หากเราควบคุมปัญหานี้ไม่ให้เกิดขึ้นได้ ก็น่าจะช่วยประหยัดงบลงทุนได้มากกว่า 20-30 % รัฐบาลก็จะมีเงินเหลือเยอะขึ้น

หนี้ต่อหัวพุ่งจาก6หมื่นเป็น1แสน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ตามแผนเงินกู้จำนวน 8 แสนล้านบาท รัฐบาลได้วางเป้าหมายในปี 2556 หนี้สาธารณะจะอยู่ปรับตัวอยู่ที่ 60% หรือประมาณ 6 ล้านล้านบาท ของจีดีพี ซึ่งมีมูลค่าราว 10 ล้านล้านบาท เท่ากับว่าคนไทยจะมีอัตราหนี้ต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทต่อคน จากปัจจุบันอยู่ที่ 60,000 บาทต่อคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 40 ของมูลค่ารวมจีดีพี 9 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นการเพิ่มอัตราหนี้สินให้กับประชาชนอีกประมาณ 40,000 บาท แต่ก็มีแนวโน้มที่ลดลงเช่นกัน เนื่องจากการคาดการณ์ในปี 2561 อัตราหนี้สาธารณะจะลดระดับลงมาเหลือ 41% ของจีดีพี หรืออยู่ที่ประมาณ 5 ล้านล้านบาท ทำให้คนไทยจะมีหนี้อยู่ที่ 80,000 บาทต่อคน ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือแนวโน้มหนี้สินที่สูงขึ้นจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับอนาคต และประชาชนในระยะยาว หากรัฐบาลสามารถดำเนินการได้ตามแผน เช่น การกระตุ้นการลงทุน การสร้างระบบชลประทาน การสร้างระบบคมนาคม ขนส่งที่สะดวกรวดเร็ว เป็นต้น

ทอ.ร้องขอให้ทบทวนงบซื้ออาวุธ

สำหรับกรณีการตัดลดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 จากวงเงินรวม 1.9ล้านล้านบาท เหลือ 1.7 ล้านล้านบาท โดยกระทรวงกลาโหมถูกปรับลดวงเงินลงประมาณ 2หมื่นล้านบาทนั้น พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ(ผบ.ทอ.)กล่าวว่า กองทัพอากาศเป็นกองทัพหนึ่งที่ได้มีการตั้งงบประมาณทุกปี เช่นเดียวกับกระทรวง ทบวง กรม เป็นภาระกิจหน้าที่ของกองทัพที่จะเตรียมกำลังไว้ให้พร้อม ฉะนั้นการตั้งงบประมาณของกองทัพและจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพใช้เวลาจัดหานาน ไม่ใช่ว่ามีเงินซื้อแล้วจะซื้อได้ ต้องใช้เวลา 3-5 ปี ซึ่งงบประมาณที่ตั้งขึ้นมา เพื่อให้มีความพร้อมอย่างต่อเนื่อง ถ้าไม่ได้ตามที่ได้วางไว้จะส่งผลกระทบต่อความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ซึ่งเข้าใจว่าการตั้งกรอบงบประมาณของรัฐบาลก็ต้องคำนึงถึงรายได้ เมื่อรายได้ไม่เป็นไปตามเป้า จำเป็นจะต้องปรับลดลงมาถึง 2 แสนล้านบาทก็ต้องกระทบต่อทุกกระทรวง ทบวง กรม กองทัพอากาศต้องปรับตามงบประมาณที่รัฐบาลได้ตั้งไว้ให้ แต่ต้องชี้แจงว่าอันไหนที่มีความจำเป็นก็จะร้องขอให้รัฐบาลได้ทบทวน เพราะยุทโธปกรณ์เป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศมีความมั่นคง หากรั้วไม่แข็งแรงประเทศเพื่อนบ้านจะไม่เกรงใจ และทหารทุกคนคิดว่า พร้อมที่จะปฏิบัติภารกิจและสละชีวิตเพื่อชาติอยู่แล้ว แต่ต้องมียุทโธปกรณ์หรืออาวุธที่ทัดเทียมในการต่อสู้ และชีวิตทหารทุกคนมีค่า เมื่อเกิดข้อขัดแย้งขึ้นมาจะทำให้ทหารเสียชีวิตโดยที่เรามีอาวุธยุทโธปกรณ์สู้เขาไม่ได้

ต้องจัดหาเครื่องบินรบให้ครบจำนวน

ผู้สื่อข่าวถาม รับได้หรือไม่หากไม่ได้จัดซื้อเครื่องบินขับไล่กริพเพนอีก 6 ลำ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า โครงการที่เป็นการผูกพันงบประมาณจะต้องมีการทบทวน ความจำเป็นยังคงมีอยู่ถ้าทอ.จัดหางบประมาณในกรอบปี 2553 ไม่ได้ คงจะต้องชะลอไปก่อน ซึ่งกองทัพอากาศได้ชี้แจงมาโดยตลอดว่าการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่จะต้องจัดหาเป็นฝูงบิน ในอดีตที่ผ่านมาได้มีการจัดหา 1 ฝูง 18 เครื่องมาโดยตลอด ในครั้งนี้ได้แจ้งความต้องการว่ามีความจำเป็นต้องจัดหาแทน เครื่องบินขับไล่ F5 ที่ปลดประจำการในปี 2554 ถ้าหากว่าทอ.จัดหาในระยะแรกได้แค่ 6 เครื่อง ความพร้อมที่จะดูแลผลประโยชน์ของประเทศโดยเฉพาะในภาคใต้ ก็คงไม่มีความมั่นใจ

เมื่อถามว่า จะมีการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงศ์ษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า "ท่านรัฐมนตรีทราบดีและท่านก็เห็นความจำเป็น และสนับสนุนมาโดยตลอด ทางกองทัพอากาศก็เข้าใจเราคงจะไม่ไปดิ้นรน แต่จะพยายามปรับตามกรอบของงบประมาณเพื่อให้เราสามารถดำรงสภาพให้ได้ หากจำเป็นก็ต้องชะลอ แต่การจัดหาคงต้องให้ครบตามความต้องการ"

หากไม่ได้คงไม่มีปฎิกิริยาอะไร

ส่วนกองทัพกับฝ่ายการเมืองจะมีปัญหากันหรือไม่ พล.อ.อ.อิทธพร กล่าวว่า คงไม่มี เพราะ เข้าใจสถานการณ์ดีว่า ประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปได้การเมืองจะต้องนิ่ง "ทหารคงไม่มีปฏิกิริยาอะไร เราก็ทำตามบทบาทของเรา คงต้องพูดคุยกันเพื่อสนับสนุนรัฐบาล ไม่มีปัญหา ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวกระทบต่อศักยภาพของกองทัพ เพราะอาวุธยุทโธปกรณ์จะต้องทันสมัย หากเราต้องป้องกันประเทศอาวุธที่สู้กันไม่ได้หรือล้าสมัยไปสู้กันก็ไม่มีใครเขาเกรงใจ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการชี้แจงให้ ผบ. เหล่าทัพ รับทราบ และเราก็เข้าใจดีและพยายามที่จะดำเนินการตามที่ท่านได้ให้นโยบายเอาไว้"ผบ.ทอ.กล่าว

Advertisement Replay Ad
เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์