มาร์คสั่งวิปคุมเข้มส.ส.หวั่นพ.ร.ก.กู้ 4แสนล.คว่ำ พผ.ปัดกดดันขอถกก่อน เตือนระวังภาษีที่ดินป่วน

มาร์คสั่งวิปคุมเข้มส.ส.หวั่นพ.ร.ก.กู้ 4แสนล.คว่ำ พผ.ปัดกดดันขอถกก่อน เตือนระวังภาษีที่ดินป่วน

มาร์คเรียกถกด่วนวิปรัฐบาล สั่งคุมเสียงส.ส.เข้าประชุมให้ครบองค์ หวั่นพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านคว่ำกลางสภา ภูมิใจไทยโหวตให้ แต่เพื่อแผ่นดินอ้างขอหารือส.ส.ก่อน ปัดกดดันบ่นงบฯน้อย เพื่อไทยแนะออกพ.ร.ก.กู้แค่2แสนล้าน อจ.ธรรมศาสตร์เผย สนช.เคยร่างกม.-อัตราภาษีที่ดินแล้ว พิเชษฐ์ เตือนออกกม.ที่ดินทำอปท.เดือด

มาร์คหวั่นพ.ร.ก.กู้คว่ำสั่งวิปรบ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่รัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ เรียกประชุมส.ส.ประจำสัปดาห์ มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน โดยหารือและตกลงว่าจะเลื่อนระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญ อาทิ กรอบข้อตกลงไทย-เกาหลี และข้อตกลงไทย-ลาว ขึ้นมาพิจารณาก่อน เนื่องจากบ่ายวันเดียวกัน นายกฯ ประธานรัฐสภา และรัฐมนตรีลายคนต้องไปต้อนรับ นายจูมาลี ไชยะสอน ประธานประเทศลาวและภริยา ในฐานะพระราชอาคันตุกะ และให้เลื่อนวาระพ.ร.ก.การกู้เงิน 4 แสนล้านบาทไปสัปดาห์หน้า โดยนายอภิสิทธิ์กำชับให้วิปรัฐบาล ดูแลให้ส.ส.เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง เนื่องจากเกรงว่าพ.ร.ก.การกู้เงินจะถูกคว่ำกลางสภาเพราะองค์ประชุมไม่ครบ

ภท.ยันโหวตรับพ.ร.ก.กู้4แสนล้าน

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมกดดันรัฐบาลที่ตัดงบประมาณในหลายกระทรวงด้วยการไม่โหวตรับพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลว่า ไม่มี ทุกอย่างเป็นเอกภาพ เรื่องงบประมาณไม่มีปัญหาอะไร ทุกพรรคหารือกันแล้ว ยืนยันว่าทุกคนจะโหวตรับแน่นอน

นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า ถ้าถามว่าพอใจกับงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรหรือไม่ คำตอบคือไม่พึงพอใจ เพราะถูกปรับลดไปมาก เช่นกระทรวงอุตสาหกรรมได้งบฯ แค่ 5 พันล้านบาท ทั้งที่เป็นกระทรวงสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ เฉพาะเงินเดือนข้าราชการก็ปาเข้าไป 3 พันล้านบาทแล้ว ทำให้งบการบริหารจัดการ งบกระตุ้นเศรษฐกิจ งบฝึกอบรมผู้ว่างงานถูกลดลง ที่ออกมาพูดก็เพื่อสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่กดดัน ส่วนการลงมติพ.ร.ก.กู้เงิน จะหารือในที่ประชุมพรรค คงต้องรับฟังส.ส. ก่อนว่ามีความเห็นอย่างไร

ให้ปชช.ร่วมตรวจเงินกู้8แสนล้าน

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ยืนยันว่านายกฯต้องการให้โครงการลงทุนที่จะนำเงินกู้ 6 แสนล้านบาท จากวงเงิน 8 แสนล้านบาทมาใช้ นั้นให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ด้วยการตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายในโครงการลงทุนทั้งหมด โดยจะเชิญบุคคลภายนอกที่เชี่ยวชาญ มีความเป็นกลาง โปร่งใส มาร่วม เพื่อให้การประมูล การจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปด้วยความโปร่งใส และจะนำข้อมูลแจ้งให้ประชาชนรับทราบและตรวจสอบด้วย เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเงินที่รัฐกู้มานั้นนำไปลงทุนที่ก่อประโยชน์

นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำ และทำช้ากว่าที่ควรมา 6 เดือนแล้ว โดยรัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อใช้หนี้ที่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นคนตั้งเอาไว้ แต่ไม่กล้ากู้เงินเพราะกลัวถูกโจมตีทางการเมือง ทั้งที่ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีขาดดุลไว้กว่า 250,000 ล้านบาท การกู้เงินเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการหารายได้เพิ่มของรัฐ ตอนนี้มีเพียง 3 ทาง คือขึ้นภาษี แปรรูปรัฐวิสาหกิจ และกู้เงิน ซึ่งรัฐบาลเลือกการขึ้นภาษีและกู้เงิน ดีกว่าแปรรูปรัฐวิสาหกิจ้งฉายากู้สิบทิศ ยังดีกว่าถูกหาว่าขายสมบัติชาติ

เพื่อไทย แนะออกพรก.กู้แค่2แสนล้าน

นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายกฯยืนยันที่จะออกพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท และพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) กู้เงินอีก 4 แสนล้านบาท ว่า รู้สึกผิดหวังที่นายกฯซึ่งประกาศมาตลอดว่ายึดมั่นในการตรวจสอบของรัฐสภา แต่กลับด่วนปฏิเสธที่จะทบทวนการออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ขัดขวางและสนับสนุนการออกพ.ร.ก.ดังกล่าว เพียงแต่ต้องการให้รัฐบาลออกพ.ร.ก.กู้เงินเท่าที่ฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนเท่านั้น หากออกพ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาทเพื่อเสริมสภาพคล่องเงินคงคลังที่ร่อยหรอลง เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าฉุกเฉิน แต่การออกพ.ร.ก.กู้เงินอีก 2 แสนล้านบาทเพื่อทำเป็นเงินนอกงบประมาณนำไปลงทุน อาจขัดรัฐธรรมนูญ

" ทีมเศรษฐกิจและทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยศึกษาข้อมูล เพื่อยกร่างคำร้องให้ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านจำนวน 1 ใน 5เข้าชื่อยื่นส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป นายคณวัฒน์กล่าวและว่า เป็นครั้งแรกที่ออกพ.ร.ก.และพ.ร.บ.กู้เงิน 8 แสนล้านบาท โดยเป็นเงินนอกงบประมาณเพื่อการลงทุน โดยไม่ผ่านตรวจสอบในเรื่องรายละเอียดโครงการจากสภา หากรัฐบาลอ้างว่าติดเพดานการกู้เงินตามพ.ร.บ.งบประมาณ แล้วทำไมเจึงไม่ออกพ.ร.ก.แก้ไขข้อจำกัดเพดานการกู้เงินตามพ.ร.บ.งบประมาณและกฎหมายอื่นเพื่อปลดล็อคเป็นการชั่วคราวสักสามปีในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีความสง่างามและสังคมไม่คลางแคลงใจ

อจ.มธ.เผยเคยมีร่างกม.ภาษีที่ดิน

น.ส.ดวงมณี เลาวกุล อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลมีแนวคิดการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้างว่า เป็นเรื่องดี หากทำได้ นอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)แล้ว ยังจะช่วยสร้างความเป็นธรรมในการกระจายสิทธิการถือครองที่ดิน แต่รัฐบาลต้องเผชิญแรงต่อต้านจากคนที่ถือครองที่ดินอยู่จำนวนมาก ซึ่งมีนักการเมืองรวมอยู่ด้วย

น.ส.ดวงมณีกล่าวว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เคยจัดทำพ.ร.บ.เก็บภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ช่วงปี 2549 มีการแยกประเภทของที่ดินตามการใช้ประโยชน์ พร้อมกำหนดอัตราภาษีไว้ชัดเจน เช่น ที่ดินทำเกษตรกรรม 0.05% ต่อปี ที่ดินส่วนที่อยู่อาศัย 0.1% ต่อปี ที่ดินเชิงพาณิชย์และที่ดินที่ถูกปล่อยทิ้งรกร้างว่างเปล่า อยู่ที่ 0.5% ต่อปี ที่ดินรกร้างว่างเปล่าจะเก็บภาษีสูงสุด หากมีกฎหมายออกมาแล้ว ภายใน 3 ปี ยังไม่ได้ทำประโยชน์อะไรจะปรับเพิ่มเป็น 1% และอีก 3 ปี ถ้าไม่ทำอะไร จะถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2% แต่กำหนดสูงสุดไว้ไม่เกิน 2% แม้จะประกาศใช้กฎหมายแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะจัดเก็บภาษีนี้ได้ทันที เพราะร่างพ.ร.บ.เก็บภาษีที่ดินฯ ที่สนช. จัดทำไว้ มีบทเฉพาะกาลกำหนดว่าต้องให้เวลาประชาชนปรับตัว 2 ปี และจัดเก็บปีแรกแค่ 50% ของยอดภาษีที่ต้องจ่าย ปีถัดไปเก็บเพิ่มเป็น 75% และปีต่อไปถึงจัดเก็บได้ 100%

ส่วนที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะนำแนวคิดการจัดเก็บภาษีที่ดินของอินโดนิเซียมาเป็นต้นแบบนั้น น.ส.ดวงมณี กล่าวว่า อินโดนีเซียมีการจัดการเก็บภาษีทรัพย์สินมาระยะหนึ่งแล้ว และผลก็ค่อนข้างดี มีการนำระบบคอมพิวเตอร์มาดูแลเรื่องการจัดเก็บข้อมูล แต่ไทยควรนำมาประยุกต์ใช้เพราะแต่ละประเทศมีสภาพปัญหาต่างกัน

มูลนิธิประเมินทรัพย์สินหนุนภาษีที่ดิน

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการ มูลนิธิระเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวนคิดของรัฐบาลในการเก็บภาษีทรัพย์สิน โดยทำหนังสือถึงนายกฯ เรื่องฟื้นฟูเศรษฐกิจชาติด้วยการเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์โดยการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินในอัตรา 0.5% ของมูลค่าทรัพย์สิน แต่ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลจะจัดเก็บในอัตราใด แต่จากการศึกษาพบว่าประเทศตะวันตกจะจัดเก็บในอัตรา 1-2% ของมูลค่าสินทรัพย์ จึงเห็นว่าในประเทศไทยอัตราที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ ควรอยู่ที่ 0.5% ซึ่งถือว่าต่ำมาก ไม่กระทบต่อเจ้าของทรัพย์ เช่น หากที่อยู่อาศัยหน่วยหนึ่งในเขตกรุงเทพฯมีราคาเฉลี่ยประมาณ 2 ล้านบาท ก็จัดเก็บเพียง 833 บาทต่อเดือน

นายโสภณกล่าวว่า จากการศึกษาของมูลนิธิ ที่อยู่อาศัยทุกประเภทและที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมในประเทศไทยมีมูลค่ารวมกันประมาณ 47.533 ล้านล้านบาท เมื่อปี 2550 หากเก็บภาษีทรัพย์สินในอัตรา 0.5% ก็จะได้เงินจากการจัดเก็บสูงถึง 237,668 ล้านบาทต่อปี หากรวมอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมและพาณิชย์ก็จะจัดเก็บได้ราว 300,000 ล้านบาท

ในเขตเมืองมีที่ดินเปล่าที่ไม่ใช้ประโยชน์เป็นจำนวนมาก ที่ดินเหล่านี้ควรนำมาเสียภาษีทรัพย์สิน เช่นเดียวกับกรณีห้องชุด แม้เจ้าของไม่ได้เข้าอยู่อาศัย กฎหมายก็บังคับให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายส่วนกลาง นายโสภณ กล่าว

พิเชษฐ์หวั่นภาษีที่ดินทำอปท.เดือด

นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงแนวคิดการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้างว่า ไม่เคยคัดค้านการเก็บภาษีที่ดิน แต่เชื่อว่าการเก็บภาษีชนิดนี้อาจเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ และไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่รัฐบาลต้องการ เพราะเงินที่ได้ไม่มากนัก แถมยังไปตกกับ อปท. ไม่ใช่ส่วนกลาง ที่สำคัญจะเกิดการแย่งชิงผลประโยชน์ในท้องถิ่น เคยเตือนไปแล้วว่า เรื่องภาษีจะไปพูดล่วงหน้า แบบโยนหินถามทางไม่ได้ ต้องศึกษาผลดีผลเสียก่อน หากผลดีมากกว่าผลเสีย ก็ให้ทำทันที

หลายรัฐบาลที่ผ่านมาก็เคยผลักดันกฎหมายแบบนี้ แต่พอเห็นว่ามีผลเสียมากกว่าผลดี ที่สุดก็ยอมถอย นายพิเชษฐ์ กล่าวและว่า หากมีการเก็บภาษีที่ดินจริง ผลประโยชน์ในท้องถิ่นมากขึ้น การเมืองท้องถิ่นก็จะรุนแรงขึ้น เพราะบางคนอาจชนะการเลือกตั้งเพียง 200-300 คะแนนเท่านั้น หากไปขึ้นภาษีที่ดินที่เป็นส่วนของร้านค้า หรือห้างสรรพสินค้า ก็จะเอาภาษีไปขึ้นราคาสินค้า กระทบกับค่าครองชีพประชาชนอีก อะไรที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นจึงต้องระวังให้มาก เพราะสุดท้ายอาจจะพังกันไปหมด

Advertisement Replay Ad
อุตสาหกรรมอาหารมาแรง ครองแชมป์ขออนุญาตตั้งโรงงาน

อุตสาหกรรมอาหารมาแรง ครองแชมป์ขออนุญาตตั้งโรงงาน

'แบงก์ชาติ' ชี้แจง '7-Eleven' เป็นแค่ตัวแทนแบงก์กสิกร ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์

'แบงก์ชาติ' ชี้แจง '7-Eleven' เป็นแค่ตัวแทนแบงก์กสิกร ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์

มีทรัพย์สินใกล้รถไฟฟ้า สนามบิน ทางด่วน เตรียมเสียภาษีลาภลอย

มีทรัพย์สินใกล้รถไฟฟ้า สนามบิน ทางด่วน เตรียมเสียภาษีลาภลอย

ไขปัญหาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2560

ไขปัญหาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2560

'ไทยพาณิชย์' คาดหุ่นยนต์จะทำแรงงานไทยตกงาน 650,000 คน

'ไทยพาณิชย์' คาดหุ่นยนต์จะทำแรงงานไทยตกงาน 650,000 คน

'UBER' เตรียมขายกิจการในอาเซียนให้ 'Grab'

'UBER' เตรียมขายกิจการในอาเซียนให้ 'Grab'

'สตาร์บัคส์' จับมือ 'วีซ่า' เปิดตัวบัตรเครดิตของตัวเอง

'สตาร์บัคส์' จับมือ 'วีซ่า' เปิดตัวบัตรเครดิตของตัวเอง

'นครปฐมโมเดล' ปักธงจังหวัดไร้เงินสด นำร่องแห่งแรกของประเทศ

'นครปฐมโมเดล' ปักธงจังหวัดไร้เงินสด นำร่องแห่งแรกของประเทศ

[TME 2018] รวมโปรโมชันบัตรเครดิตในงาน Thailand Mobile Expo 2018

[TME 2018] รวมโปรโมชันบัตรเครดิตในงาน Thailand Mobile Expo 2018

'หอการค้าไทย' เผยผลสำรวจคอร์รัปชันยังรุนแรง จ่ายใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ 3 ปี

'หอการค้าไทย' เผยผลสำรวจคอร์รัปชันยังรุนแรง จ่ายใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ 3 ปี

ไทยครองแชมป์ประเทศที่มีความทุกข์ด้านเศรษฐกิจน้อยที่สุดในโลก

ไทยครองแชมป์ประเทศที่มีความทุกข์ด้านเศรษฐกิจน้อยที่สุดในโลก

'ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต' ร้านสะดวกซื้อของคนไทยก้าวไกลระดับหมื่นล้าน

'ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต' ร้านสะดวกซื้อของคนไทยก้าวไกลระดับหมื่นล้าน

เปิดสมรภูมิ ศึกชิงบัลลังก์เจ้าแม่เครื่องสำอางไทย

เปิดสมรภูมิ ศึกชิงบัลลังก์เจ้าแม่เครื่องสำอางไทย

แห่จอง “เจฟินคอยน์” เงินดิจิทัลไทยตัวแรก สวนทางคำเตือนแบงก์ชาติ

แห่จอง “เจฟินคอยน์” เงินดิจิทัลไทยตัวแรก สวนทางคำเตือนแบงก์ชาติ

เช็คด่วน! โรงพยาบาลเอกชนรับประกันสังคม 2561 ที่ไหนว่าง–ที่ไหนเต็ม

เช็คด่วน! โรงพยาบาลเอกชนรับประกันสังคม 2561 ที่ไหนว่าง–ที่ไหนเต็ม

'กยศ.' ลงดาบพวกเบี้ยวหนี้ ให้นายจ้างหักเงินเดือน เริ่ม มิ.ย.นี้

'กยศ.' ลงดาบพวกเบี้ยวหนี้ ให้นายจ้างหักเงินเดือน เริ่ม มิ.ย.นี้

บิ๊กตู่เฮอีก! อันดับงบประมาณไทยโปร่งใสมากขึ้น

บิ๊กตู่เฮอีก! อันดับงบประมาณไทยโปร่งใสมากขึ้น

'ฮาร์ทบีท' ลูกอมวาเลนไทน์พันล้าน

'ฮาร์ทบีท' ลูกอมวาเลนไทน์พันล้าน

แบงก์ชาติเตรียมอนุญาตร้านสะดวกซื้อให้บริการด้านการเงิน

แบงก์ชาติเตรียมอนุญาตร้านสะดวกซื้อให้บริการด้านการเงิน

‘กุหลาบ’ แพง สงขลาขายดอกไม้ช่อละ 500-3,000 บาท

‘กุหลาบ’ แพง สงขลาขายดอกไม้ช่อละ 500-3,000 บาท

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์