มาร์คสับรบ.เก่าทำเอฟทีเอไร้ยุทธศาสตร์ ต้องปรับใหม่ เดินหน้าลุยทำตะวันออกกลาง-ยุโรปตะวันออก

มาร์คสับรบ.เก่าทำเอฟทีเอไร้ยุทธศาสตร์ ต้องปรับใหม่ เดินหน้าลุยทำตะวันออกกลาง-ยุโรปตะวันออก

อภิสิทธิ์ซัด รบ.เก่าทำเอฟทีเอขาดยุทธศาสตร์ ปรับแนวทางใหม่ ยึดองค์การการค้าโลกเป็นหลัก ระบุข้อตกลงทวิภาคีทำการค้าเบี่ยงเบน มอบ ก.พาณิชย์-เกษตร-อุตฯ ดูผลกระทบ เปรยไทย-สหรัฐ ยากสานต่อ แต่จะลุยทำตะวันออกกลาง-ยุโรปตะวันออก ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ นโยบายและทิศทางการค้าเสรี ในการเสวนาเรื่อง ผลกระทบและการเยียวยาจากการค้าเสรี (เอฟทีเอ) จัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์และอุตสาหกรรม วุฒิสภา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมตอนหนึ่งว่า การทำเอฟทีเอที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดคือการผลักดันให้เกิดการค้าเสรีในวงกว้างที่สุด คือเวทีขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ดังนั้นไทยจะเร่งผลักดันให้กรอบการเจรจารอบโดฮากลับมาเร็วที่สุด เพราะจะส่งผลดีต่อประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะการค้าสินค้าเกษตร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การทำเอฟทีเอในอดีตของไทยยังขาดยุทธศาสตร์ในภาพรวม ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง ทำกันตามความสะดวก แม้แต่นายปาสคาล ลามี ผู้อำนวยการดับเบิลยูทีโอ ยังกล่าวว่าไทยไม่มียุทธศาสตร์ในการทำเอฟทีเอที่ชัดเจน หากการทำการค้าเสรีไม่ได้ผลักดันอยู่ในกรอบของโลกทั้งโลก แต่ทำข้อตกลงแบบสองต่อสองหรือระหว่างกลุ่ม จะเกิดผลข้างเคียงค่อนข้างมาก จะเกิดการเบี่ยงเบนทางการค้า กติกาจะเขย่งกันระหว่างประเทศที่ทำกับไม่ได้ทำข้อตกลง

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ การทำเอฟทีเอในอดีตยังทำให้คนบางกลุ่มได้รับผลกระทบ ขณะที่ผลประโยชน์ตกอยู่กับคนบางกลุ่มที่เป็นส่วนน้อย แม้ไทยจะมีกองทุนช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ แต่มักจะทำหลังจากทำเอฟทีเอไปแล้วและกองทุนเหล่านี้ใช้เงินน้อยมาก เพราะคนที่ได้รับผลกระทบไม่ทราบว่า ผลที่ตกกับตัวเองมาจากเอฟทีเอและไม่ทราบว่าจะไปขอความช่วยเหลืออย่างไร เช่น เกษตรกรภาคเหนือกว่าจะรู้ว่าเอฟทีเอกับจีนส่งผลเสียกับตัวเองก็เตรียมตัวไม่ทันแล้ว

ดังนั้นการทำเอฟทีเอของไทยต่อไป จะให้ความสำคัญกับดับเบิลยูทีโอ และจะยึดผลประโยชน์ของกลุ่มอาเซียนและเอเชียตะวันออกเป็นหลัก เนื่องจากเราได้ทำเอฟทีเอกับคู่เจรจาสำคัญในเอเชียตะวันออกหมดแล้ว เราจะยึดกรอบเจรจาองค์การการค้าโลกเป็นหลัก ส่วนระดับทวิภาคีมีประเด็นค้างค่อนข้างน้อย แม้แต่การเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ ก็ยอมรับว่ายากจะสานต่อ เนื่องจากปัญหาจากทางสหรัฐฯเอง แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเจรจากับบางประเทศที่เติบโตเร็วและเป็นตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวัน รวมถึงกลุ่มอียู(สหภาพยุโรป) การเจรจาการค้าเสรีต่อไป จะต้องประเมินถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนเพื่อเตรียมมาตรการล่วงหน้าด้วย นายกฯ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อตกลงที่ดำเนินการไปแล้ว จะมอบหมายให้ไปดูผลกระทบว่าจะหาทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างไร อาจจะนำไปสู่การแก้ไขข้อตกลงที่ทำไว้แล้วเพิ่มเติม โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่ คือกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การทำเอฟทีเอ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ว่าจะทำได้มากหรือเร็วเพียงใด แต่อยู่ที่การเพิ่มโอกาสให้กับคนในสังคม ดังนั้น ต้องไปดูการจัดการผลกระทบ บางอย่างต้องยอมรับได้ เพราะมันจะปรับปรุงประสิทธิภาพการแข่งขันบางอย่างของเราด้วย อย่าคิดว่าการปกป้องอุตสาหกรรมบางอย่าง จะเป็นการช่วยเหลือ แต่ผลกระทบบางอย่างเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้วย การค้าเสรีนั้นหากไม่ทำในที่สุดเราจะแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้ และจะย้อนมากดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ต่อมามีการสัมมนา ผลกระทบและการเยียวยาของการค้าเสรี (FTA) ผู้ร่วมสัมมนา ประกอบด้วยนางอัญชนา วิทยาธรรมธัช รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นางปิยะนุช มาลากุล ณ อยุธยา ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นางนิลวรรณ ลีลารัศมี ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) นายบัณฑูร เศรษฐศิโรฒน์ ผู้แทนจากกลุ่มเอฟทีเอ วอทช์

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ ส.ว.ปราจีนบุรี ประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามกรอบการเจรจาการค้าเสรี วุฒิสภา กล่าวว่า ต้องการรวบรวมความเห็นใน 3 ส่วนคือ 1.ให้รัฐบาลมองผลกระทบรอบด้าน นอกจากผลประโยชน์การค้าแล้ว ควรดูด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย 2.เมื่อครบกำหนดการทำข้อตกลง 5 ปี สามารถทบทวนสัญญาได้ ซึ่งวุฒิสภาจะเอาข้อมูลในส่วนที่ไทยเสียเปรียบเสนอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนแก้ไขสัญญาต่อไป และ 3.การเยียวยากลุ่มที่ได้รับผลกระทบ จากการศึกษาของอนุกรรมาธิการฯพบว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่ฝ่ายไทยเสียเปรียบคือ คู่เจรจาใช้แทคติกในข้อกฎหมายภายในประเทศของตนเอง ทำการกีดกันทางภาษีกับสินค้าของไทย

นางอัญชนา กล่าวว่า ไทยทำเอฟทีเอกับประเทศต่างๆ ไปแล้ว เช่น ไทย-ออสเตเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ ไทย-อินเดีย เป็นต้น มีผลบังคับใช้แล้ว สินค้ากลุ่มใดที่พร้อมแข่งขันก็ดำเนินการทันที วัตถุดิบจำเป็นที่ต้องนำเข้าก็ลดภาษีเหลือเป็นศูนย์ทันที ส่วนกลุ่มสินค้าใดไม่พร้อม จะขอเวลาที่จะเปิดเสรี เช่น 15-20 ปี และมีมาตรการปกป้องิเศษ ทางกระทรวงพาณิชย์ช่วยเหลือภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบได้ปรับตัว โดยตั้งกองทุนเอฟทีเอ 240 ล้านบาท ให้ความช่วยเหลือทั้งในรูปการศึกษาวิจัยและพัฒนา และการจัดหาที่ปรึกษาในการปรับปรุงธุรกิจ การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบในปี 2553 มีงบประมาณ 40 ล้านบาท มีสินค้าที่ขอรับความช่วยเหลือ เช่น นมโคสด โคเนื้อ สับปะรด ปลาน้ำจืด ธุรกิจสปา กาแฟ ข้าว

การทำเอฟทีเอไม่ใช่เกม กระทรวงพาณิชย์ยึดกฏเกณฑ์ของดับเบิลยูทีโอเป็นหลัก แต่ต้องยอมรับว่า ต้องมีการเจ็บตัวกันบ้าง หากสินค้าใดไม่สามารถแข่งขันได้ โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานสินค้า ก็ต้องปรับปรุง หากผู้ประกอบการใดไม่พร้อมก็กระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมช่วยเหลือ นางอัญชนา กล่าว

ด้านนายนิลวรรณ กล่าวว่า การทำเอฟทีเอของไทย 8 ข้อตกลง ได้ดุลการค้า 6 เอฟทีเอ ถือว่าโชคดี แต่ก็เสียให้กับจีน ทั้งนี้การการทำเอฟทีเอจะต้องศึกษาให้เข้าใจกฎระเบียบ ทั้งคนเจรจาและคนใช้ ว่าผลกระทบมีอะไรบ้าง ต้องมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในธุรกิจอย่างไร ดังนั้นภาคเอกชนต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้

นางปิยะนุช กล่าวว่า เอฟทีเอไม่เพิ่มโอกาสให้กับสินค้าหลายตัวเนื่องจากคุณภาพของสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะไม่ได้สิทธิพิเศษทางการค้า การเยียวยาผลกระทบควรจะต้องทำก่อนการเจรจา รวมทั้งต้องหามาตรการปกป้องสินค้าของไทย เช่น การกำหนดโควตา การเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด

นายบัณฑูรกล่าวว่า การเจรจาเอฟทีเอของไทยไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แม้กระทั่งการที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 (4) ก็มีแค่ตัวเลขการส่งออก และจีดีพีที่เป็นแค่เพียงภาพลวงตา แต่ไม่ได้มีการประเมินอย่างครบถ้วนและรอบด้านโดยเฉพาะต้นทุนในการแลกผลประโยชน์ อาทิ สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สังคม ทรัพย์สินทางปัญญา และต้นทุนทางเศรษฐกิจ การทำเอฟทีเอมีทั้งได้และเสีย ดังนั้นต้องเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่การเยียวยาที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบ

Advertisement Replay Ad
กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์