5 เหตุผลผลักดัน 'Bitcoin' มีมูลค่าถึง 100,000 ดอลลาร์

5 เหตุผลผลักดัน 'Bitcoin' มีมูลค่าถึง 100,000 ดอลลาร์

5 เหตุผลผลักดัน 'Bitcoin' มีมูลค่าถึง 100,000 ดอลลาร์

ปี 2017 ที่ผ่านพ้นไป นับว่าเป็นปีที่บิตคอยน์ () พุ่งทะยานมากที่สุดนับตั้งแต่ถือกำเนิดเมื่อปี 2009 ส่วนในปี 2018 ประเด็นของบิตคอยน์คาดว่าจะยังคงเป็นหัวข้อที่ผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจไม่ต่างจากปีก่อนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องการลงทุนในบิตคอยน์จนกระทั่งสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับนักลงทุน 

แน่นอนว่า นักลงทุนที่เทเงินลงในบิตคอยน์ ต่างก็ต้องการความเจริญงอกงามจากเม็ดเงินที่ลงทุนไป โดยเฉพาะการที่ต้นปี 2017 บิตคอยน์ยังมีมูลค่าเพียงแค่ 960 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญบิตคอยน์ แต่เมื่อถึงวันสิ้นปีมูลค่าของบิตคอยน์กระโดดปิดรอบปีกว่า 13,850 ดอลลาร์ต่อบิตคอยน์ คิดเป็นอัตราการเติบโตมากกว่า 1,300% ซึ่งการลงทุนในโลกใบนี้ไม่มีทางเลยที่ลงทุนไปแล้ว จะได้ผลลัพธ์กลับมาเป็นหลักพันเปอร์เซ็นต์ 

นั่นจึงทำให้บิตคอยน์ถูกมองว่า มันเป็นฟองสบู่ดิจิทัลที่รอวันแตกแล้วร่วงหล่นลงสู่พื้น อย่างไรก็ดี ตอนนี้คงไม่มีใครสามารถบอกได้เช่นกันว่า เมื่อไหร่ที่บิตคอยน์จะเป็นฟองสบู่ ตรงกันข้ามก่อนหน้าที่ฟองสบู่บิตคอยน์เกิดรูรั่ว กระทั่งเกิดรอยแยกเป็นเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่แน่เหมือนกันว่า ด้วยเหตุผลหลักด้านอุปสงค์และอุปทาน อาจผลักดันให้บิตคอยน์มีโอกาสก้าวไปแตะหลัก 100,000 ดอลลาร์ต่อบิตคอยน์ได้เช่นกัน

แล้วอะไรคือ เหตุผลที่จะผลักดันให้บิตคอยน์มีมูลค่าสูงขนาดนั้นกันแน่?

อ่านเพิ่มเติม: 5 เทรนด์การเงินที่น่าจับตามองในปี 2018

บิตคอยน์มีจำนวนจำกัด

การจะได้มาซึ่งบิตคอยน์ ในเวลานี้อาจเรียกได้ว่ามีอยู่ 2 วิธีหลัก ๆ นั่นคือ 1. การขุดเหมืองบิตคอยน์ โดยใช้คอมพิวเตอร์ที่มีขุมพลังในการประมวลผลสูง หรือ 2. การนำเงินจริงที่ใช้จ่ายมาแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินบิตคอยน์ 

อย่างไรก็ดี ความแตกต่างระหว่างสกุลเงินดิจิทัลกับสกุลเงินปกติที่ใช้โดยทั่วไปนั้น ระบบสกุลเงินที่เราใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สามารถพิมพ์ขึ้นมาทดแทนได้เรื่อย ๆ แต่สกุลเงินดิจิทัล (ในที่นี้หมายถึงบิตคอยน์) กลับมีจำนวนจำกัด โดยเงินภายในระบบของบิตคอยน์ทั้งหมด มีการประเมินว่าประมาณ 21 ล้านบิตคอยน์ นั่นหมายความว่าจำนวนการเกิดของบิตคอยน์มีจำกัด เมื่อมันมีจำนวนจำกัด ราคาในการแลกเปลี่ยนบิตคอยน์ก็คงต้องแพงระยับเป็นเรื่องธรรมดา 

ส่วนสาเหตุที่จำนวนบิตคอยน์ถูกจำกัดไว้ที่ 21 ล้านบิตคอยน์ เป็นสิ่งที่ผู้สร้างบิตคอยน์ได้วางแนวทางไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว เป็นเพราะว่าต้องการหาทางป้องกันปัญหาอัตราเงินเฟ้อ โดยในทุก ๆ 4 ปี จำนวนบิตคอยน์ที่ถูกขุดออกมาจะมีจำนวนลดลงครึ่งหนึ่ง และด้วยความที่บิตคอยน์เป็นระบบปิด ทำให้ไม่มีใครสามารถ 'อัดฉีด' บิตคอยน์เข้าสู่ระบบเหมือนกับการที่รัฐบาลประเทศใดประเทศหนึ่งสั่งอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศนั่นเอง

กลัวตกขบวน

ปัจจุบันการลงทุนในตลาดหุ้น เราคงเห็นอยู่บ่อยครั้งที่นักลงทุนรายย่อยกลายเป็นแมลงเม่าบินเข้ากองไฟในการซื้อหุ้นที่มีความร้อนแรงสักตัวหนึ่ง ซึ่งกรณีของบิตคอยน์ก็ไม่แตกต่างกันนัก เนื่องจากยังมีนักลงทุนในบิตคอยน์จำนวนมาก ที่ไม่อยากตกขบวนจนทำให้เกิดเหตุการณ์ Lemming Effect ประหนึ่งว่า ถ้ามีใครสักคน (อาจจะเป็นเพื่อนหรือคนรู้จัก) ถือบิตคอยน์อยู่ ก็ทำให้นักลงทุนหน้าใหม่อยากลงทุนในบิตคอยน์ตามไปด้วย แต่จะรู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับการลงทุนบิตคอยน์มากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกัน 

โดยการลงทุนในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ราคาของบิตคอยน์ดันตัวขึ้นสูงนั่นเอง

ขาใหญ่ 'กักตุน' บิตคอยน์

ตามความเห็นส่วนตัว คิดว่าไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในตลาดหุ้นหรือบิตคอยน์ สิ่งที่มีเหมือน ๆ กัน คือเจ้ามือ ซึ่งการลงทุนในบิตคอยน์ ก็เชื่อได้ว่ามีเจ้ามือบิตคอยน์ที่มีบิตคอยน์อยู่ในมือจำนวนมาก ซึ่งเจ้ามือเหล่านี้ก็อาจเลือกที่จะกักตุนบิตคอยน์ไว้มือ จากนั้นก็อาจใช้วิธีการปั่นกระแสให้เกิดข่าว มีสตอรี่ เพื่อให้มูลค่าของบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นสูงตามที่ต้องการ (แต่หลังจากนั้นจะเทขายบิตคอยน์เพื่อให้ราคาตกหรือไม่นั้น ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกัน)

อ่านเพิ่มเติม: คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

ความไม่มั่นใจในระบบการเงินแบบเดิม

การถือกำเนิดของบิตคอยน์ในปี 2009 มาพร้อมกับการล่มสลายทางการเงินในสหรัฐอเมริกา หรือที่รู้จักกันในชื่อของวิกฤตซับไพรม์ ทำให้สถาบันการเงินหลายต่อหลายแห่งเป็นอันต้องล้มละลาย นั่นจึงทำให้ผู้คนจำนวนมากสูญสิ้นศรัทธาในระบบทางการเงิน และหันไปหาระบบทางการเงินรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งพิงกับระบบธนาคารที่เป็นฝ่ายควบคุมกระแสเงินเข้าออก ไปจนถึงเป็นอิสระจากหน่วยงานของรัฐ

ทั้งนี้อาจต้องกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จุดเด่นอีกประการหนึ่งของบิตคอยน์ นั่นคือ เป็นสกุลเงินที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่สามารถเป็นค่าเงินกลาง ทั้งยังมีอิสระในตัวของมันเอง และไม่ถูกกำหนดโดยหน่วยงานรัฐ แต่จะขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานในระบบการเงิน อีกทั้งด้วยความที่บิตคอยน์ใช้เทคโนโลยีพื้นฐานของบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งมีรูปแบบการเก็บข้อมูลที่กระจายไปแต่บล็อก โดยไม่มีการเก็บข้อมูลหลักไว้ที่ศูนย์กลาง จึงถือว่ามีความเป็นส่วนตัวมากกว่าระบบการเงินแบบเดิม

ความน่าเชื่อถือ

ในข้อนี้ต้องบอกว่า สถานะล่าสุดของบิตคอยน์ยังไม่ได้รับการไว้เนื้อเชื่อใจมากนัก โดยเฉพาะในตลาดเอเชียที่ยังเฝ้าระวังและปราบปรามมากกว่ายอมรับการใช้งานเต็มที่ ขณะที่การยอมรับในตัวบิตคอยน์ในฝั่งตะวันตกดูจะเปิดประตูอ้าแขนต้อนรับบิตคอยน์เป็นอย่างดี 

ประเด็นนี้ เชื่อว่าเมื่อถึงจุดที่ผู้คนส่วนใหญ่ รวมถึงผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายให้การยอมรับในตัวบิตคอยน์ ก็น่าจะทำให้สกุลเงินดิจิทัลแพร่หลาย มีจำนวนยอดผู้ใช้งานเติบโต รวมถึงเกิดธุรกรรมการแลกเปลี่ยนอย่างเป็นอิสระในระบบ

อ่านเพิ่มเติม: รายงานภาพรวม ‘Bitcoin’ ในตลาดเอเชีย

Advertisement Replay Ad

ขอขอบคุณ

ภาพ : iStockphoto

อุตสาหกรรมอาหารมาแรง ครองแชมป์ขออนุญาตตั้งโรงงาน

อุตสาหกรรมอาหารมาแรง ครองแชมป์ขออนุญาตตั้งโรงงาน

'แบงก์ชาติ' ชี้แจง '7-Eleven' เป็นแค่ตัวแทนแบงก์กสิกร ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์

'แบงก์ชาติ' ชี้แจง '7-Eleven' เป็นแค่ตัวแทนแบงก์กสิกร ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์

มีทรัพย์สินใกล้รถไฟฟ้า สนามบิน ทางด่วน เตรียมเสียภาษีลาภลอย

มีทรัพย์สินใกล้รถไฟฟ้า สนามบิน ทางด่วน เตรียมเสียภาษีลาภลอย

ไขปัญหาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2560

ไขปัญหาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2560

'ไทยพาณิชย์' คาดหุ่นยนต์จะทำแรงงานไทยตกงาน 650,000 คน

'ไทยพาณิชย์' คาดหุ่นยนต์จะทำแรงงานไทยตกงาน 650,000 คน

'UBER' เตรียมขายกิจการในอาเซียนให้ 'Grab'

'UBER' เตรียมขายกิจการในอาเซียนให้ 'Grab'

'สตาร์บัคส์' จับมือ 'วีซ่า' เปิดตัวบัตรเครดิตของตัวเอง

'สตาร์บัคส์' จับมือ 'วีซ่า' เปิดตัวบัตรเครดิตของตัวเอง

'นครปฐมโมเดล' ปักธงจังหวัดไร้เงินสด นำร่องแห่งแรกของประเทศ

'นครปฐมโมเดล' ปักธงจังหวัดไร้เงินสด นำร่องแห่งแรกของประเทศ

[TME 2018] รวมโปรโมชันบัตรเครดิตในงาน Thailand Mobile Expo 2018

[TME 2018] รวมโปรโมชันบัตรเครดิตในงาน Thailand Mobile Expo 2018

'หอการค้าไทย' เผยผลสำรวจคอร์รัปชันยังรุนแรง จ่ายใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ 3 ปี

'หอการค้าไทย' เผยผลสำรวจคอร์รัปชันยังรุนแรง จ่ายใต้โต๊ะสูงสุดในรอบ 3 ปี

ไทยครองแชมป์ประเทศที่มีความทุกข์ด้านเศรษฐกิจน้อยที่สุดในโลก

ไทยครองแชมป์ประเทศที่มีความทุกข์ด้านเศรษฐกิจน้อยที่สุดในโลก

'ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต' ร้านสะดวกซื้อของคนไทยก้าวไกลระดับหมื่นล้าน

'ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต' ร้านสะดวกซื้อของคนไทยก้าวไกลระดับหมื่นล้าน

เปิดสมรภูมิ ศึกชิงบัลลังก์เจ้าแม่เครื่องสำอางไทย

เปิดสมรภูมิ ศึกชิงบัลลังก์เจ้าแม่เครื่องสำอางไทย

แห่จอง “เจฟินคอยน์” เงินดิจิทัลไทยตัวแรก สวนทางคำเตือนแบงก์ชาติ

แห่จอง “เจฟินคอยน์” เงินดิจิทัลไทยตัวแรก สวนทางคำเตือนแบงก์ชาติ

เช็คด่วน! โรงพยาบาลเอกชนรับประกันสังคม 2561 ที่ไหนว่าง–ที่ไหนเต็ม

เช็คด่วน! โรงพยาบาลเอกชนรับประกันสังคม 2561 ที่ไหนว่าง–ที่ไหนเต็ม

'กยศ.' ลงดาบพวกเบี้ยวหนี้ ให้นายจ้างหักเงินเดือน เริ่ม มิ.ย.นี้

'กยศ.' ลงดาบพวกเบี้ยวหนี้ ให้นายจ้างหักเงินเดือน เริ่ม มิ.ย.นี้

บิ๊กตู่เฮอีก! อันดับงบประมาณไทยโปร่งใสมากขึ้น

บิ๊กตู่เฮอีก! อันดับงบประมาณไทยโปร่งใสมากขึ้น

'ฮาร์ทบีท' ลูกอมวาเลนไทน์พันล้าน

'ฮาร์ทบีท' ลูกอมวาเลนไทน์พันล้าน

แบงก์ชาติเตรียมอนุญาตร้านสะดวกซื้อให้บริการด้านการเงิน

แบงก์ชาติเตรียมอนุญาตร้านสะดวกซื้อให้บริการด้านการเงิน

‘กุหลาบ’ แพง สงขลาขายดอกไม้ช่อละ 500-3,000 บาท

‘กุหลาบ’ แพง สงขลาขายดอกไม้ช่อละ 500-3,000 บาท

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์