เจาะลึกกองทุนรวมหุ้น สำหรับชาวออฟฟิศ

เจาะลึกกองทุนรวมหุ้น สำหรับชาวออฟฟิศ

เจาะลึกกองทุนรวมหุ้น สำหรับชาวออฟฟิศ

ลงทุนสไตล์ สนุก!

สนับสนุนเนื้อหา

มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเรา เมื่อทำงานได้ซักระยะก็เริ่มแบ่งเงินจำนวนหนึ่งเก็บไว้เพื่อใช้จ่ายยามเกษียณ จะดีแค่ไหนถ้าระหว่างที่เราทำงานก็มีเงินออมที่ช่วยทำงานสร้างผลตอบแทนอีกแรงหนึ่ง โดยช่องทางการลงทุนที่น่าสนใจที่เราอยากจะนำเสนอในวันนี้คือการลงทุนผ่านรวมหุ้นไทย ใน 10 ปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยแม้จะมีความผันผวน ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจโลก เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง หรือ เหตุการณ์ภัยธรรมชาติ เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ แต่ถ้าดูในระยะยาว 10 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนรวมจาก SET100 Index (ปี 2549-2559) อยู่ที่ประมาณ 11.89% ต่อปี ดังนั้นหาก 10 ปีที่แล้วถ้าเราลงทุนในหุ้นตาม SET100 Index จำนวน 100,000 บาท เวลาผ่านไปเงินนั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 307,548 บาท ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นไทยก็นับเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว โดยการเลือกกองทุนรวมก็ไม่ต่างอะไรจากการเลือกหุ้น โดยกฎง่ายๆในการเลือกซื้อ คือ การลงทุนควรมีการกระจายไปยังกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนต่างๆเพื่อช่วยลดความเสี่ยง เหมือนกับสำนวนที่บอกว่า “ Don't put all your eggs in one basket ” อีกทั้งผู้ลงทุนควรศึกษานโยบายการลงทุนของกองทุนนั้นๆ ให้เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตนเอง โดยนักลงทุนสามารถใช้อัตราผลตอบแทนในอดีตเพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน แต่อย่างไรก็ดีผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกผลตอบแทนในอนาคตได้ทั้งหมด

หากนักลงทุนมีความตั้งใจจะลงทุนในกองทุนรวมหุ้นแล้ว เราขอแบ่งประเภทของกองทุนออก เป็น 3 ประเภทหลัก ประเภทแรก กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) โดยกองทุนประเภทนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่ต้องการเสี่ยงต่ำ โดยเน้นการลงทุนในหุ้นตามดัชนี เช่น SET50 SET100 ซึ่งข้อดีคือกองทุนประเภทนี้คิดค่าธรรมเนียมต่ำ แต่ก็มีข้อเสียคือจะได้อัตราผลตอบแทนตามดัชนี ซึ่งทำให้เสียโอกาสในการทำกำไรเกินกว่าตลาด กองทุนประเภทที่สอง กองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund) ประเภทต่างๆ เช่น กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) หรือ กองทุนรวมตราสารทุนอื่นๆ ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้มากกว่า Index Fund โดยกองทุนประเภทนี้จะได้รับการบริหารแบบ active มุ่งเน้นการได้รับอัตราผลตอบแทนสูงกว่าตลาด ซึ่งหากนักลงทุนเลือกลงทุนในกองทุนประเภท LTF และ RMF แล้ว นักลงทุนสามารถนำไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้อีกด้วย แต่หากผู้ลงทุนเป็นผู้มีความรู้ทางการลงทุนและรับความเสี่ยงได้มากกว่าสองประเภทข้างต้น ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ใน กองทุนประเภทที่สาม กองทุนรวมกลุ่มธุรกิจ(Sector Fund)  ซึ่งกองทุนประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากนโยบายการลงทุนมุ่งเน้นการลงทุนในหุ้นธุรกิจเฉพาะกลุ่ม  เช่น กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มธนาคาร กองทุนประเภทนี้เหมาะกับนักลงทุนที่ศึกษาข้อมูล วิเคราะห์แล้วว่าธุรกิจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะเติบโตได้ดี ซึ่งหากการวิเคราะห์แนวโน้มนั้นถูกต้องก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่งดงาม

ซึ่งเมื่อนักลงทุนเลือกประเภทกองทุนแล้ว คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ควรจะซื้อกองทุนเมื่อไหร่? หลายคนถามว่า SET Index ในเวลานี้ที่ 1,700 จุด สูงไปไหม รอตลาดตกแล้วค่อยซื้อดีกว่ารึเปล่า? หากเป็นการลงทุนเพื่อออมเงินในระยะยาวแล้ว การทยอยซื้อกองทุนในทุกๆปี ไม่ว่าจะเป็นปีที่ตลาดขึ้นหรือตลาดลงก็อาจจะดีกว่าการรอแล้วไม่ได้ซื้อซักที มัวแต่คิดว่าถ้าวันนี้ซื้อแล้วพรุ่งนี้ตลาดตกแล้วจะเสียดาย ซึ่งอาจทำให้เสียโอกาสทางการลงทุน  อันที่จริงแล้วการลงทุนในตลาดหุ้นก็เปรียบเสมือนเครื่องสร้างผลตอบแทนตามการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ หากเราเชื่อว่า 10 ปี หรือ 20 ปีข้างหน้าจะต้องดีกว่าวันนี้ การทยอยลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นอย่างมีวินัยก็เป็นทางเลือกที่ช่วยสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ดีทีเดียว

Advertisement Replay Ad
Dual Momentum Model : 23/02/2018

Dual Momentum Model : 23/02/2018

ANAN - Buy : บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) - ANAN

ANAN - Buy : บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) - ANAN

CBG - Buy : บมจ. คาราบาวกรุ๊ป  - CBG

CBG - Buy : บมจ. คาราบาวกรุ๊ป - CBG

CPALL - Hold: บมจ. ซีพี ออลล์ - CPALL

CPALL - Hold: บมจ. ซีพี ออลล์ - CPALL

MEGA - Buy : บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) - MEGA

MEGA - Buy : บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) - MEGA

CHG - Buy : บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) - CHG

CHG - Buy : บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) - CHG

Sector Report - Banking Sector : 23/02/2018

Sector Report - Banking Sector : 23/02/2018

ANAN - Buy : บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) - ANAN

ANAN - Buy : บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) - ANAN

TK - บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) - TK

TK - บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) - TK

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 กุมภาพันธ์ 2561

ส่องตลาด...ภาคบ่าย 23 กุมภาพันธ์ 2561

ICHI - Hold : บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) - ICHI

ICHI - Hold : บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) - ICHI

FSMART - Buy : บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) - FSMART

FSMART - Buy : บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) - FSMART

CPALL - Buy : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) - CPALL

CPALL - Buy : บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) - CPALL

BEAUTY - Sell : บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) - BEAUTY

BEAUTY - Sell : บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) - BEAUTY

AAV - Buy : บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) - AAV

AAV - Buy : บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) - AAV

BH - Buy : บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) - BH

BH - Buy : บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) - BH

วิเคราะห์ตลาดหุ้นภาคเช้า Market Trend & Trade 23 ก.พ. 2018

วิเคราะห์ตลาดหุ้นภาคเช้า Market Trend & Trade 23 ก.พ. 2018

Market Talks : 23/02/2018

Market Talks : 23/02/2018

MEGA - ทยอยซื้อ : บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) - MEGA

MEGA - ทยอยซื้อ : บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) - MEGA

Daily Market Monitor : 23/02/2018

Daily Market Monitor : 23/02/2018

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์