คนไทยจะมีรายได้มากเกือบ 5 แสนบาทต่อปี ภายใน 20 ปี ตามยุทธศาสตร์ชาติ

คนไทยจะมีรายได้มากเกือบ 5 แสนบาทต่อปี ภายใน 20 ปี ตามยุทธศาสตร์ชาติ

คนไทยจะมีรายได้มากเกือบ 5 แสนบาทต่อปี ภายใน 20 ปี ตามยุทธศาสตร์ชาติ

Workpoint TV

สนับสนุนเนื้อหา

คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันวาง 4 มุ่งสู่เศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่าและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่ให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพการผลิตบนพื้นฐานของการพัฒนาและใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์  และอัตลักษณ์ความเป็นไทย

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เปิดเผยในงานแถลงข่าว ณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ รวม 6 คณะด้วยกัน ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2560

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีหน้าที่จัดทำยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการแข่งขันที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ด้านความ 'มั่งคั่ง' ภายใต้วิสัยทัศน์ 'ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง'

โดยวางเป้าหมายด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันออกมาได้ 4 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ ไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีรายได้ต่อหัวมากกว่า 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อปี ภายใน 20 ปี (ราว 4.96 แสนบาทต่อปี) ซึ่งในปี 2559 ประเทศไทยมีรายได้ต่อหัวประมาณ 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อปี (ราว 2 แสนบาท) ปัจจุบันธนาคารโลกได้กำหนดว่าประเทศที่พัฒนาแล้วคือประเทศที่มีรายได้ต่อหัวมากกว่า 12,235 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี (ราว 4 แสนบาท)

ที่ผ่านมา ธนาคารโลกมีการปรับตัวเลขเป็นระยะมาโดยตลอด และเมื่อพิจารณาหลักเกณฑ์ดังกล่าวในช่วง 10 ปีย้อนหลัง พบว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 175 ถึง 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อปี เนื่องจากการปรับตัวของปัจจัยทางเศรษฐกิจของโลก

ดังนั้น การพิจารณาเกณฑ์ที่เหมาะสมในอีก 20 ปีข้างหน้า หากพิจารณาการปรับหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยขั้นต่ำที่ 175 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อปี ไทยจะกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในอีก 15 ปี ในขณะที่หากการปรับหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้นสูงสุดที่ 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อปี ไทยจะกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเมื่อสิ้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 หรืออีก 20 ปีข้างหน้า โดยคำนวณจากอัตราการเติบโตของ GDP ที่ร้อยละ 5 คณะกรรมการฯ จึงตั้งเป้าที่ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนต่อปี ภายใน 20 ปี คือ ปี 2580

โดยจะต้องทำเป้าหมายที่ 2 คือ อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ในช่วง 20 ปี ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวของ GDP อยู่ที่ประมาณร้อยละ 3.8 – 4.0 แม้ในสภาวะที่อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมาจะถดถอยอยู่ที่ร้อยละ 3 ซึ่งการผลักดันการขยายตัวของ GDP ที่ร้อยละ 5 ประกอบด้วย การขยายตัวของปัจจัยทุน ร้อยละ 2.6 และผลิตภาพการผลิต ร้อยละ 2.5 ในขณะที่กำลังแรงงานยังคงส่งผลเชิงลบร้อยละ 0.10 และปัจจัยที่ดินไม่ส่งผลต่อการขยายตัวของ GDP เนื่องจากมีการใช้ประโยชน์และไม่สามารถขยายได้อีก จึงต้องอาศัยการขยายตัวของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ภาครัฐต้องสนับสนุนมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้กับภาคเอกชน และอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่หรือรายเล็ก ไปพร้อมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของรัฐ เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น

เป้าหมายที่ 3 ผลิตภาพการผลิตรวมหรือ TFP ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 3 เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย เพื่อให้สามารถเข้าสู่ประเทศพัฒนาแล้วได้เร็วขึ้น โดยในปี 2558 ไทยมีผลิตภาพการผลิตรวมอยู่ที่ร้อยละ 1.7 โดยผลิตภาพการผลิตรวมมาจากปัจจัยแรงงาน ที่ดิน ทุน และผลิตภาพการผลิต ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 ปี 2550 – 2554 ผลิตภาพการผลิตรวมอยู่ที่ร้อยละ 0.23 ขณะที่ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 ปี 2545 – 2549 ไทยเคยมีผลิตภาพการผลิตรวมอยู่ที่ร้อยละ 3.3 ซึ่งสาเหตุที่ผลิตภาพการผลิตปรับลดลงเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกและวิกฤติน้ำท่วมในประเทศที่ทำให้การผลิตลดลงในขณะที่กำลังแรงงานในระบบคงที่ และแม้ว่าผลิตภาพการผลิตรวมจะมีปัจจัยเสี่ยงด้านแรงงานเนื่องจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งส่งผลต่อกำลังการผลิตและอุปสงค์ในประเทศ จึงต้องปรับปรุงประสิทธิภาพของแรงงาน และต้องเร่งการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและใช้เทคโนโลยีขั้นก้าวหน้าหรือนวัตกรรมใหม่ในการผลิต อย่างไรก็ตาม ภาครัฐสามารถส่งเสริมการเติบโตของการลงทุนได้ในระยะเวลาหนึ่ง แต่หลังจากนั้นควรเป็นการขับเคลื่อนจากผลิตภาพการผลิตและเทคโนโลยี อันเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

เป้าหมายที่ 4 คือ ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 1 ใน 20 ของการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของ  International Institute for Management Development หรือ IMD ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่เน้นปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาค ทั้งนี้อันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศต่างๆ รวมทั้งไทยมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก แต่ละประเทศต่างเร่งพัฒนาตัวเองเพื่อรักษาอันดับของตนไว้ ซึ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าประเทศไทยอยู่ในช่วงอันดับที่ 25 – 30 โดยมีจุดอ่อนในด้านประสิทธิภาพการผลิต โครงสร้างพื้นฐานทั่วไป โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษา

เมื่อพิจารณาประเทศใน 15 อันดับแรก พบว่า ด้านประสิทธิภาพการผลิต โครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษา เป็นจุดแข็งของประเทศเหล่านี้แต่กลับเป็นจุดอ่อนของไทย ดังนั้นการที่ไทยจะพัฒนาอยู่ในอันดับ 1 ใน 20 ได้ จึงเป็นความท้าทายอย่างมากที่จะต้องเร่งพัฒนาประเทศให้เร็วกว่าการพัฒนาของประเทศอื่น ซึ่งปี 2560 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 27 จาก 63 ประเทศ ปรับตัวดีขึ้นจากปีที่แล้ว 1 อันดับ และมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ปี 2554

ขณะนี้กรรมการฯ อยู่ระหว่างพิจารณาในส่วนแนวทางการพัฒนาด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันในภาคการผลิตและบริการ โดยมุ่งสู่เศรษฐกิจที่เน้นการสร้างมูลค่าและขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพการผลิตบนพื้นฐานของการพัฒนาและใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเมื่อมีความชัดเจนแล้วจะแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป และเมื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์แล้วเสร็จ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจะนำไปรับฟังความเห็นเพิ่มเติมต่อไป

Advertisement Replay Ad

ขอขอบคุณ

ภาพ : iStockphoto

มีลูกซักคนใช้เงินเท่าไหร่

มีลูกซักคนใช้เงินเท่าไหร่

กระตุ้นคนมีลูกเพิ่ม รัฐช่วยลดหย่อนภาษีแถมค่าฝากครรภ์-ทำคลอด

กระตุ้นคนมีลูกเพิ่ม รัฐช่วยลดหย่อนภาษีแถมค่าฝากครรภ์-ทำคลอด

5 เทคนิคขั้นเทพ สร้างยอดขายปังทะลุเป้า

5 เทคนิคขั้นเทพ สร้างยอดขายปังทะลุเป้า

ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

5 เหตุผลผลักดัน 'Bitcoin' มีมูลค่าถึง 100,000 ดอลลาร์

5 เหตุผลผลักดัน 'Bitcoin' มีมูลค่าถึง 100,000 ดอลลาร์

ม.หอการค้าฯ คาดส่งออกปีนี้แตะ 6.3%

ม.หอการค้าฯ คาดส่งออกปีนี้แตะ 6.3%

กางโพยอาณาจักรอาบอบนวดทำเงินเท่าไหร่

กางโพยอาณาจักรอาบอบนวดทำเงินเท่าไหร่

ตลาดจีนหนุนส่งเสริม! ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560 สูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์

ตลาดจีนหนุนส่งเสริม! ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560 สูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์

'ปากีสถาน' เร่งแปรรูปสายการบินแห่งชาติภายในปีนี้

'ปากีสถาน' เร่งแปรรูปสายการบินแห่งชาติภายในปีนี้

'Mark Zuckerberg' แจงเหตุผลทำไมต้องรื้อโครงสร้าง News Feed

'Mark Zuckerberg' แจงเหตุผลทำไมต้องรื้อโครงสร้าง News Feed

เริ่มแล้ววันนี้! กู้ซื้อบ้านสวัสดิการคนจนดอกเบี้ยปีละ 2.75%

เริ่มแล้ววันนี้! กู้ซื้อบ้านสวัสดิการคนจนดอกเบี้ยปีละ 2.75%

เปิดยุทธศาสตร์สมาร์ทโฟน Huawei ปี 2018 และความร่วมมือครั้งสำคัญกับ JOOX

เปิดยุทธศาสตร์สมาร์ทโฟน Huawei ปี 2018 และความร่วมมือครั้งสำคัญกับ JOOX

4 เคล็ดลับเลือกหุ้นโต 10 เท่า

4 เคล็ดลับเลือกหุ้นโต 10 เท่า

เปิดหน้ากาก 'วอริกซ์' ยักษ์เล็กหน้าใหม่ชุดกีฬาไทย

เปิดหน้ากาก 'วอริกซ์' ยักษ์เล็กหน้าใหม่ชุดกีฬาไทย

กรณีใดบ้างที่ ประกันภัยรถชั้น 1 ไม่คุ้มครอง

กรณีใดบ้างที่ ประกันภัยรถชั้น 1 ไม่คุ้มครอง

มูลค่าหุ้น AOT ทะยานถึง 1 ล้านล้านบาท นี่คือสนามบิน หรือ ฐานยิงจรวด?

มูลค่าหุ้น AOT ทะยานถึง 1 ล้านล้านบาท นี่คือสนามบิน หรือ ฐานยิงจรวด?

5 ข้อต้องระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์

5 ข้อต้องระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์

4 วิธีรับมือเมื่อเฟสบุ๊กปรับการโชว์ผล News Feed ใหม่

4 วิธีรับมือเมื่อเฟสบุ๊กปรับการโชว์ผล News Feed ใหม่

เอาใจช่วย "เขาดิน" ที่เที่ยวยอดฮิตวันเด็ก

เอาใจช่วย "เขาดิน" ที่เที่ยวยอดฮิตวันเด็ก

มีเงินเหลือเดือนละ 1,000 บาท ลงทุนอะไรดี?

มีเงินเหลือเดือนละ 1,000 บาท ลงทุนอะไรดี?

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์