''ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ'' เปิดแนวรบ''บล.คันทรี่ กรุ๊ป''

''ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ'' เปิดแนวรบ''บล.คันทรี่ กรุ๊ป''

การปรับโครงสร้างบริหารภายในครั้งใหญ่ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CGS สร้างความฮือฮาให้เกิดขึ้นกับวงการธุรกิจหลักทรัพย์ เพราะก้าวใหม่ของคันทรี่ กรุ๊ปครั้งนี้ ได้มนุษย์ทองคำแห่งวงการโบรกเกอร์หุ้น ดร.ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ มากุมทัพ หลังลาออกจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ บล.บีฟิทฯ มานั่งตำแหน่งเดียวกันที่ บล.คันทรี่ กรุ๊ปฯ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ดร.ประสิทธิ์ ไม่ได้มามือเปล่า แต่มีทีมงานตามมาด้วย 70 ชีวิต ในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่การตลาดถึง 50 คน พร้อมด้วยลูกค้าเล่นหุ้นอีก 6,000 บัญชี เป็นบัญชีที่ซื้อขายสม่ำเสมอ หรือแอกทีฟ เฉลี่ย 25% หรือ 1,500 บัญชี และแน่นอนมีนักลงทุนกระเป๋าหนักด้วยหลายคน

ภารกิจหลักที่จะต้องสานต่อคือ การขยายฐานลูกค้าที่เป็นนักลงทุนรายย่อย เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นบริษัทหลักทรัพย์รายย่อยอันดับ 1 ของประเทศ

นั่นคือ ประโยคท้าทายที่มนุษย์ทองคำและซีอีโอ ค่าตัวแพงที่สุดติด 1 ใน 10 ของประเทศ กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา

นอกจากนี้น้ำเสียงของเขายังย้ำชัดถึงความมั่นใจว่าทำได้ พร้อมฉายวิสัยทัศน์ และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ รวมถึงเป้าหมายการเตรียมความพร้อมรับมือการแข่งขันที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง หลังเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์ (เปิดเสรีเต็มรูปแบบปี 2555)

ดร.ประสิทธิ์ กล่าวว่า ปีนี้บล.คันทรี่ กรุ๊ปฯ ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดซื้อขายหลักทรัพย์เป็น 7% จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.5% ขยับขึ้นรั้งอันดับ 1 ใน 3 ผู้นำธุรกิจโบรกเกอร์ จากอันดับ 10 ณ เวลานี้ และถือเป็นการกลับมามีกำไรอีกครั้ง หลังช่วง 2-3 ปีก่อนที่ติดตัวแดง

มั่นใจว่า จากทีมงานที่มีศักยภาพ และระบบการจัดการที่ทันสมัย ประกอบกับสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการบริหารต้นทุน และค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้บล.คันทรี่ กรุ๊ปฯ บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้

ดร.ประสิทธิ์ เปิดอีกกลยุทธ์ ที่บล.คันทรี่ กรุ๊ปฯ วางไว้คือ การเดินหน้าเป็นผู้แนะนำด้านการลงทุน และให้คำปรึกษาทางการเงินสำหรับผู้ลงทุนรายย่อยเป็นสำคัญ ซึ่งขณะนี้มีลูกค้าทั้งสิ้น 40,000 บัญชี ในจำนวนนี้มีผู้ลงทุนรายย่อย 85 %มีบัญชีแอกทีฟเฉลี่ย 17,000 ราย ซึ่งถือว่าครอบคลุมมากที่สุดในประเทศ ณ เวลานี้ ขณะที่จะเพิ่มเจ้าหน้าที่การตลาดเฉลี่ย 50% ของจำนวนเจ้าหน้าที่เดิมที่มีอยู่ 300 คน โดยส่วนหนึ่งจะเป็นทีมงานที่ย้ายมาจากบล.บีฟิทฯ

ส่วนกลยุทธ์สำคัญ ปี 2552 คือ ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มเป็น 40 สาขา เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากปัจจุบันมีจำนวน 34 สาขา โดยจะคงไว้เฉพาะสาขาที่สร้างกำไร ในขณะที่บางส่วนจะควบรวมเข้าด้วยกัน เพื่อประหยัดต้นทุน และก่อให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้จากสาขาในจังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้มุ่งขยายผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ เพื่อให้ครบวงจร และครอบคลุมความต้องการหลากหลายรูปแบบของลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้าอนุพันธ์ (TFEX) โดยเฉพาะสินค้า SET50 Futures การขยายธุรกิจการยืม และให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) การบริหารกองทุนส่วนบุคคล รวมถึงพัฒนาระบบซื้อขายแบบออนไลน์ ที่กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในปัจจุบัน

ซีอีโอคนใหม่บล.คันทรี่ กรุ๊ปฯ กล่าวว่า แผนงานที่วางไว้ทั้งหมดก็เพื่อรับมือการเปิดเสรีในอนาคต ทำให้บริษัทจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมด้านระบบต่างๆ รวมถึงการนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย และมุ่งเน้นการลดต้นทุนไปพร้อมกับการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น และรวดเร็วทันใจ ภายใต้กลยุทธ์ Private Broke Management

ไม่แค่นั้น ยังมีเป้าหมายรุกตลาดต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ติดต่อซื้อกิจการบริษัทหลักทรัพย์ 2 แห่งในฮ่องกง และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) 1 แห่งในสิงคโปร์ ภายใต้ราคาซื้อขาย 100-300 ล้านบาทต่อบริษัท ซึ่งการซื้อธุรกิจต่างประเทศ จะส่งผลดีด้านสัดส่วนลูกค้าสถาบัน ขณะที่การเจรจาซื้อบลจ.ในสิงคโปร์จะสิ้นสุดลงในช่วง 2 เดือนนับจากนี้ และการเจรจากับบล.ในฮ่องกงจะสิ้นสุด และเห็นผลเป็นรูปธรรมช่วงปลายปีนี้

นั่นคือ แผนธุรกิจของบล.คันทรี่ กรุ๊ปฯ ภายใต้การกุมบังเหียนของดร.ประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ในฐานะมือปืนรับจ้าง ที่คลุกคลีในวงการโบรกเกอร์หุ้นมานานกว่า 20 ปี และบี เตชะอุบล นักบริหารรุ่นใหม่ไฟแรง และในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่

ส่วนเขาทั้งสอง จะนำพาโบรกเกอร์เก่าแก่แห่งนี้(เดิมคือ บล.แอ๊ดคินซันฯ)บรรลุเป้าหมายหรือไม่ น่าติดตามยิ่ง เพราะแผนที่ฉายมาช่างหวือหวาซะเหลือเกิน เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับบล.บีฟิทฯ ที่วันนี้ระส่ำหลังวงแตก

Advertisement Replay Ad
มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์