สปส.เผยปี 61 ขยายความคุ้มครองเพิ่ม 6 สาขาอาชีพ 1.3 ล้านคน

สปส.เผยปี 61 ขยายความคุ้มครองเพิ่ม 6 สาขาอาชีพ 1.3 ล้านคน

สปส.เผยปี 61 ขยายความคุ้มครองเพิ่ม 6 สาขาอาชีพ 1.3 ล้านคน

S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

สำนักงานประกันสังคม เผย แผนการดำเนินงาน ปี 61 สอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เตรียมขยายความคุ้มครองลูกจ้างในกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ ลูกจ้างส่วนราชการ และแรงงานต่างด้าวผ่อนผัน ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น 1.3 ล้านคน สามารถครอบคลุมผู้ประกันตนได้ถึง 15 ล้านคน


นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผย กับสื่อมวลชน ว่า ตามที่รัฐบาลและกระทรวงแรงงาน มีนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำในทางเศรษฐกิจและสังคมมาอย่างต่อเนื่อง สำนักงานประกันสังคมในฐานะหน่วยงาน ที่มีภารกิจในการสร้างหลักประกันการดำเนินชีวิตให้แก่ผู้ประกันตน มาโดยตลอด ได้ขับเคลื่อนและสานต่อนโยบายของรัฐบาล โดยได้มีการวางแผนยุทธศาสตร์สำนักงานประกันสังคม เป็นระยะเวลา 5 ปี ประกอบด้วย

ยุทธศาสตร์ที่ 1 ยกระดับการให้บริการสู่สากลสร้างการรับรู้
ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาสิทธิประโยชน์ทดแทน ระบบเงินสมทบ ระบบการลงทุน
ยุทธศาสตร์ที่ 3 รื้อปรับ ยกระดับระบบ IT การบริหารสารสนเทศ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาการบริหารจัดการ “ทุนมนุษย์”
ยุทธศาสตร์ ที่ 5 พัฒนาองค์กรสู่องค์กรที่มีประสิทธิภาพสูง (HPO) และ

ในปี 2561 ที่จะถึงนี้ สำนักงานประกันสังคมได้มีแผนการดำเนินงานที่สำคัญเพื่อให้สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ดังนี้

1. แรงงานทุกกลุ่มมีความเท่าเทียมกันในเรื่องสิทธิและโอกาส คือ การขยายความคุ้มครองลูกจ้างในกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ ขยายความคุ้มครองลูกจ้างของส่วนราชการตามกฎหมายเงินทดแทน ขยายความคุ้มครองแก่แรงงานต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันตามมติคณะรัฐมนตรี

คืนสิทธิให้ผู้ประกันตนมาตรา 39 ปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร บริการทางการแพทย์ให้เท่าเทียมกันทุกกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนมาตรา 40 ให้ใกล้เคียงผู้ประกันตนมาตรา 39

ซึ่งในการขยายความคุ้มครองทำให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น 1.3 ล้านคน โดยการเพิ่มสิทธิประโยชน์สามารถครอบคลุมผู้ประกันตนได้ถึง 15 ล้านคน

2. ยุติการจ้างงานในรูปแบบที่ไม่ยอมรับ บูรณาการการทำงานเพื่อจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ โดยมีการตรวจสอบสถานประกอบการเพื่อป้องกันการแสดงประโยชน์จากการใช้แรงงานและกองทุนซึ่งผลที่ได้รับ คือ ปลอดการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ด้านแรงงานลดลง นำไปสู่การหลุดพ้น Tier 2 watch List

3. ยุติความไม่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดค่าใช้จ่าย อำนวยความสะดวก และสร้างการรับรู้แก่ประชาชนให้เข้าถึงบริการ โดยได้มีการสร้างนวัตกรรมดิจิทัล ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนมาตรา 40 ด้วยตนเองผ่าน Website Smartphone (มือถือ), เปลี่ยนสถานพยาบาลผ่าน Website Smartphone (มือถือ), ชำระเงินสมทบผ่านระบบดิจิทัล, เบิกสิทธิประโยชน์ผ่านระบบ E-Claim อีกทั้งสำนักงานประกันสังคมยังมี การสร้างการรับรู้ โดยการให้บริการข้อมูลข่าวสาร อัตโนมัติ 24 ชั่วโมง (ผ่านระบบ Chat Bot),การให้บริการข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อ Social Media

ทั้งนี้ได้มีการพัฒนาองค์กรให้ทันสมัยในเรื่องของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการองค์กร (ERP), บูรณาการคลังข้อมูล Big Data องค์กรและพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ รวมถึงบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งภายในและภายนอกกระทรวง ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับ สามารถลดค่าใช้จ่ายของสำนักงานประกันสังคมได้ 52 ล้านบาท/ปี ภาคประชาชน 638 ล้านบาท/ปี ผู้ประกันตนร้อยละ 80 รับรู้ข้อมูลข่าวสารมากขึ้น เพิ่มระดับความพึงพอใจด้านการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สนับสนุนการบริหารจัดการขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ สามารถอำนวยความสะดวก แก่ นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน

“ในปี 2561 สำนักงานประกันสังคมยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์หลักประกันชีวิตให้แก่นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน โดย “ให้ผู้ประกันตนได้มีหลักประกันชีวิตที่มั่นคง ตลอดจนได้รับบริการที่ทันสมัย เชื่อถือได้ ทั่วถึงและเป็นธรรม” พร้อมทั้งให้การดูแลและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง ผู้ประกันตน ให้ได้รับบริการที่ดี และประโยชน์สูงสุดจากประกันสังคม รวมถึงกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทนเป็นกลไกประชารัฐที่ช่วยสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับผู้ใช้แรงงาน ขณะเดียวกันประกันสังคมได้มีการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวมของประเทศ ภายใต้หลักการดำเนินงาน ที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้และสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมที่สำคัญเพื่อก้าวไปสู่การยอมรับในระดับสากล”

Advertisement Replay Ad
ย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมปี 61 ง่ายนิดเดียว

ย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมปี 61 ง่ายนิดเดียว

ตั้งธุรกิจใหม่ปี 60 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ตั้งธุรกิจใหม่ปี 60 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

'เฟสบุ๊ก' ประกาศให้ผู้ใช้งานจัดอันดับสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ

'เฟสบุ๊ก' ประกาศให้ผู้ใช้งานจัดอันดับสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ

ธุรกิจยาหม่องกับเสื้อยืด โตหรือตัน?

ธุรกิจยาหม่องกับเสื้อยืด โตหรือตัน?

Amazon เผยรายชื่อ 20 เมือง ตัวเลือกสำนักงานใหญ่แห่งที่สอง

Amazon เผยรายชื่อ 20 เมือง ตัวเลือกสำนักงานใหญ่แห่งที่สอง

อย่ารอช้า! ใช้สิทธิประกันสังคม ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี

อย่ารอช้า! ใช้สิทธิประกันสังคม ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี

'กรมบัญชีกลาง' เตรียมจ่ายเงินอุดหนุนทารกเพิ่มอีก 164 ล้านบาท

'กรมบัญชีกลาง' เตรียมจ่ายเงินอุดหนุนทารกเพิ่มอีก 164 ล้านบาท

HSBC ยอมจ่าย 3,000 ล้านบาท ยุติคดีปั่นค่าเงิน

HSBC ยอมจ่าย 3,000 ล้านบาท ยุติคดีปั่นค่าเงิน

‘เนสท์เล่’ ขายธุรกิจลูกกวาดให้ ‘เฟอร์เรโร’

‘เนสท์เล่’ ขายธุรกิจลูกกวาดให้ ‘เฟอร์เรโร’

เอมิเรตส์ต่อลมหายใจ A380 สั่งซื้อล็อตใหญ่

เอมิเรตส์ต่อลมหายใจ A380 สั่งซื้อล็อตใหญ่

เกาหลีใต้ขาดดุลกิมจิให้จีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เกาหลีใต้ขาดดุลกิมจิให้จีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์

รัฐเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานรับค่าจ้างใหม่

รัฐเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานรับค่าจ้างใหม่

'แอปเปิล' พร้อมทุ่มจ่ายภาษี 1.2 ล้านล้านบาท เตรียมหอบกำไรกลับบ้านเกิด

'แอปเปิล' พร้อมทุ่มจ่ายภาษี 1.2 ล้านล้านบาท เตรียมหอบกำไรกลับบ้านเกิด

ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สามจังหวัดตะวันออกสูงสุด-สามชายแดนใต้ต่ำสุด

ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สามจังหวัดตะวันออกสูงสุด-สามชายแดนใต้ต่ำสุด

8 วิธีจุดกระแสให้ปังบนโลกออนไลน์

8 วิธีจุดกระแสให้ปังบนโลกออนไลน์

10 สุดยอด CEO ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอาเซียน

10 สุดยอด CEO ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอาเซียน

เลี้ยงลูกจนโตใช้เงินเท่าไหร่

เลี้ยงลูกจนโตใช้เงินเท่าไหร่

กระตุ้นคนมีลูกเพิ่ม รัฐช่วยลดหย่อนภาษีแถมค่าฝากครรภ์-ทำคลอด

กระตุ้นคนมีลูกเพิ่ม รัฐช่วยลดหย่อนภาษีแถมค่าฝากครรภ์-ทำคลอด

5 เทคนิคขั้นเทพ สร้างยอดขายปังทะลุเป้า

5 เทคนิคขั้นเทพ สร้างยอดขายปังทะลุเป้า

ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์