ภาษีขายของออนไลน์ สำหรับปี 2560 พร้อมวิธีคำนวณภาษีง่ายๆด้วยตัวเอง

ภาษีขายของออนไลน์ สำหรับปี 2560 พร้อมวิธีคำนวณภาษีง่ายๆด้วยตัวเอง

ภาษีขายของออนไลน์ สำหรับปี 2560 พร้อมวิธีคำนวณภาษีง่ายๆด้วยตัวเอง

AomMoney

สนับสนุนเนื้อหา

• สรุปเรื่องความเข้าใจภาษีขายของออนไลน์ตั้งแต่ต้นจนจบ เริ่มต้นแนวคิด และ หลักการในการบริหารจัดการภาษี เพื่อปรับทัศนคติที่มีต่อระบบภาษีไทยไปถึงจนเทคนิคการวางแผนภาษีอย่างถูกต้อง

• วิธีคำนวณภาษีสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ พร้อมตัวอย่างการคำนวณภาษี

• การวางแผนภาษี จัดการภาษี รวมถึงเรืองของภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับการขายของออนไลน์

•ความเข้าใจผิดเรื่องการจดทะเบียนต่างๆที่เกี่ยวกับการขายของออนไลน์

•ตอบคำถามว่า ขายของออนไลน์ ต้องจดบริษัทไหม?


ขายของออนไลน์ต้องเสียภาษีไหม
เปิดร้านมานานแล้ว แต่ไม่เคยยื่นภาษี ควรจะทำยังไงดี?
อยากรู้เรื่องภาษีแต่ไม่เข้าใจ ยากจังเลย

 

สวัสดีครับผม วันนี้พรี่หนอมจะมาแนะนำเคล็ดลับ วิธีคิด และคำนวณภาษีสำหรับคนขายของออนไลน์ให้เข้าใจง่ายๆ โดยอธิบายเป็นภาษาคนให้ฟังกัน ซึ่งเรื่องนี้เคยสอนไปหลายครั้งแล้วในเพจ TAXBugnoms แต่วันนี้จะมาสรุปทุกความเข้าใจเป็นบทความให้อ่านกันแบบยาวๆตั้งแต่ต้นจนจบไปเลยครับ

ทำความเข้าใจ “เรื่องภาษี” พื้นฐานก่อน

tax-o2

1. มีรายได้ = ยื่นภาษี และคำนวณภาษีให้ถูกต้อง เพราะกฎหมายกำหนดไว้ ถ้ารายได้ที่มีไม่ได้สิทธิ์ยกเว้นภาษี ก็ต้องเอามาคำนวณภาษี ซึ่งรายได้จากการขายของออนไลน์นั้นเป็นรายได้ที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีแน่ๆครับ ดังนั้นต้องคำนวณภาษีให้ถูกต้องครับ

2. ไม่เสียภาษีสรรพากรตรวจไหม? จะรู้ว่าเรามีรายได้หรือเปล่า? โอเคครับ พรี่หนอมอยากให้ลองคิดก่อนว่า ถ้าเราทำผิด ก็มีโอกาสโดนตรวจสอบถูกไหมครับ (ถ้าสงสัยว่าไม่ยื่นภาษีผิดตรงไหน กรุณาอ่านข้อ 1 ซ้ำอีกรอบครับผม)

สำหรับคนที่คิดจะทำผิดก็สำรองเงินไว้จ่ายภาษีด้วยละกันครับผม เพราะเบี้ยปรับและเงินเพิ่มโทษหนักสุดคือ 4 เท่าของภาษีที่ต้องจ่าย ทำเอาหลายคนปิดกิจการมานักต่อนักแล้วล่ะครับ ดังนั้นระวังไว้ด้วยนะครับ

3. สิ่งที่ต้องทำก่อนจะไปถึงเรื่องของภาษี คือ “บัญชีรายรับรายจ่าย” เรื่องนี้โคตรสำคัญกว่าภาษีหลายเท่า เพราะมันคือตัวกำหนดชีวิตของธุรกิจเราเลยล่ะครับ เพราะถ้าไม่รู้ว่าตอนนี้มีรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ไปจนถึงเงินสดเท่าไร พูดได้เลยครับว่า หายนะชัวร์ๆครับผม

เมื่อเข้าใจหลักการแล้ว สิ่งต่อมาที่เราต้องรู้ก็คือ ไม่เสียภาษี ก็ยังมีหน้าที่ยื่นภาษี เพราะสองเรื่องนี้มันคือคนละเรื่องเดียวกันครับ นั่นคือการยื่นภาษี หมายความว่า เมื่อเราขายของออนไลน์มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต้องยื่นภาษี แม้ว่าจะไม่เสียก็ตามจ้า แต่ในขณะที่ การเสียภาษี คือ การนำรายได้จากการขายของออนไลน์มาคำนวณภาษีตามวิธีที่กฎหมายบอก แล้วถ้ามีภาษีต้องเสียก็ต้องจ่ายนั่นเองครับ

เอ๊ะๆๆ แต่เคยได้ยินเขาว่ากันว่า ถ้ามีรายได้ไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี ไม่ต้องเสียภาษีนี่นา อันนี้ก็ต้องเข้าใจว่าคำว่า "ไม่ต้องเสียภาษี" ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องยื่นภาษีนะครับผม เพราะกฎหมายกำหนดไว้ตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากรไว้ว่า ถ้ามีรายได้ต่อปีเกิน 60,000 บาทต้องยื่นภาษีทุกกรณีนั่นเองครับ

ภาษีเสียเป็น "คน" ไม่ใช่เสียเป็นประเภท
ตังนั้นต้องเอารายได้ทุกประเภทมารวมกัน

หลายคนเข้าใจผิดว่า มีรายได้หลายทางให้แยกคำนวณภาษี คำตอบคือไม่ใช่ครับเพราะภาษีเสียเป็นคน โดยแต่ละคนต้องเอารายได้ทุกประเภทมารวมกันแล้วหักค่าใช้จ่ายไปคำนวณภาษี เช่น สมมติว่าพรี่หนอมเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้จากการขายของออนไลน์ด้วย มันแปลว่าพรี่หนอมต้องเอารายได้ทุกประเภทมายื่นภาษีในชื่อของพรี่หนอมนั่นเองครับ

ทีนี้รายได้ขายของออนไลน์ของเรา
มันเป็นรายได้ประเภทไหนทางภาษีกันนะ

รายได้จากการขายของออนไลน์ ถือว่าเป็นรายได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) ครับ ไม่ว่าจะขายอะไรยังไง ก็ถือว่าเป็นรายได้ประเภทนี้นั่นแหละครับ ซึ่งเวลาคำนวณภาษีนั้น จะคำนวณเป็นรายปี นั่นคือ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคมของทุกปี

แต่สำหรับรายได้ประเภทที่ 8 กฎหมายกำหนดเพิ่มเติมไว้ด้วยครับว่า คนที่มีรายได้ประเภทนี้ จะต้องเสียภาษีปีละสองครั้ง นั่นคือ ภาษีครึ่งปี และ ภาษีทั้งปี

ทวนอีกทีนะครับ รายได้ขายของออนไลน์ ถือเป็น รายได้ประเภทที่ 8 หน้าที่ คือ เสียภาษีปีละ 2 ครั้ง คือ ครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) กับเต็มปี (ภ.ง.ด.90)

มาถึงตรงนี้ มันจะเชื่อมโยงกับคำถามที่ว่า ถ้าไม่รู้ว่าเรามีรายได้เท่าไร เราจะคำนวณภาษีเพื่อเสียไม่ได้ครับ เพราะว่าภาษีมันคำนวณจากรายได้ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย จะเสียภาษีได้ยังไงกัน นั่นแหละคือประเด็นสำคัญที่สุดในมุมมองของพรี่หนอมครับผม

พรี่หนอมว่าตอนนี้มันหมดยุคที่ต้องมารอให้สรรพากรประเมินเพื่อเสียภาษีแล้วนะครับ เพราะในยุค Thailand 4.0 แบบนี้ สิ่งที่เราต้องมีและเริ่มต้นคือ การวางแผนอย่างถูกต้อง คงจะมาทำแบบเดิมๆประเมินจ่ายกันแบบเหมาๆ แบบนี้คงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไรแล้วล่ะครับ

เพื่อความเข้าใจมากขึ้น
ลองมาดูตัวอย่างประกอบกันครับ

สมมติ นายบักหนอม เป็นมนุษย์เงินเดือนที่ขายของออนไลน์ แปลว่า นายบักหนอมจะมีรายได้ที่เป็นเงินเดือน #ประเภทที่หนึ่งและรายได้จากขายของออนไลน์ #ประเภทที่แปด

 tax-o3

 วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปกติมี 2 วิธี คือ วิธีแรก (เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี และ วิธีที่สอง เงินได้ x 0.5% วิธีนี้คิดเป็นภาษีเลย โดยจะใช้วิธีนี้เมื่อตัวเรามีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเกิน 1 ล้านบาทต่อปี หลังจากนั้นค่อยเลือกเสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่า

เริ่มกันที่ รายได้ ก่อน จากตัวอย่างข้างต้นแปลว่านายบักหนอมจะต้องเอารายได้ทั้งที่เป็นเงินเดือนและรายได้จากการขายของออนไลน์มาเสียภาษี

ทีนี้มาที่เรื่องของ ค่าใช้จ่าย กันบ้างกฎหมายบ้านเรากำหนดให้หักค่าใช้จ่ายของรายได้แต่ละประเภทแตกต่างกันตามนี้ครับ

 tax-o4


เช่น เงินเดือนหักได้ 50% ของรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนขายของออนไลน์หักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบเลือกเอาคือ เหมาไปเลย 60% หรือหักตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง

แต่อย่าลืมว่ากรณีขายของออนไลน์ที่พรี่หนอมยกมานี้ มันคือกรณีที่ซื้อมาและขายไปเท่านั้นที่สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% ได้ไม่ใช่ผลิตเองนะถึงจะหักค่าใช้จ่ายแบบนี้ได้นะครับผม เพราะถ้าผลิตเองและขายเองต้องหักตามค่าใช้จ่ายจริงเท่านั้นครับ

จากตัวอย่าง สมมติให้รายได้นายบักหนอมเป็นดังนี้
- เงินเดือนเดือนละ 100,000 บาท
- ขายของออนไลน์ได้เดือนละ 150,000 บาท

เท่ากับว่านายบักหนอมจะมีรายได้รวมทั้งปี คือ
- เงินเดือนทั้งปี 1,200,000 บาท
- รายได้ขายของออนไลน์ทั้งปี 1,800,000 บาท

ส่วนการหักค่าใช้จ่ายปี 2560 นั้น คือ
- เงินเดือนหักได้ 50% ของรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท
- ขายของออนไลน์ เลือกหักค่าใช้จ่าย เหมาไปเลย 60% หรือค่าใช้จ่ายจริง

ดังนั้น เงินได้ - ค่าใช้จ่าย ตามวิธีการคำนวณภาษีจะได้ออกมาเป็น
- ฝั่งเงินเดือน 1,200,000 - 100,000 = 1,100,000 บาท
- ฝั่งขายของ 1,800,000 - 1,080,000 = 720,000 บาท (เลือกหักเหมา)

ดังนั้น (อีกที) เงินได้ - ค่าใช้จ่าย รวมกันก่อนหักค่าลดหย่อนคือ
1,100,000 + 720,000 = 1,820,000 บาท

จากวิธีการคำนวณภาษีเงินได้วิธีที่ 1 คือ
(เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี
ตอนนี้เราจะได้เหลือตามนี้ คือ (1,820,000 - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี

พักไว้สักนิด มาดูตัวอย่างการคำนวณภาษีเงินได้ วิธีที่ 2 กันก่อนครับ โดยอย่าลืมว่า วิธีคำนวณภาษีแบบนี้จะถูกเอามาคิดก็ต่อเมื่อ เรามีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเกิน 1 ล้านบาทต่อปี หลังจากนั้นเลือกเสียภาษีตามวิธีที่คำนวณได้มากกว่า

จากตัวอย่างที่บอกว่านายบักหนอม เป็นมนุษย์เงินเดือน + ขายของออนไลน์ มีรายได้เงินเดือนเดือนละ 100,000 บาท และขายของได้เดือนละ 150,000 บาท สรุปได้อีกทีว่า รายได้จากขายของออนไลน์ต่อปีคือ 1,800,000 บาท ซึ่งแปลว่าต้องคำนวณตามวิธีที่ 2 ด้วย เพราะมีรายได้ที่ไม่ใช่เงินเดือนเกิน 1 ล้านบาท

โดยวิธีนี้คิดง่ายๆ ก็คือ 1,800,000 x 0.5%
ได้ออกมาเป็นภาษี 9,000 บาท
โอเค... เก็บตัวเลข 9,000 นี้ไว้ก่อน

ทีนี้กลับมาดูกันต่อว่าถ้าจะคำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 จะได้เป็นภาษียังไงเท่าไร ซึ่งตอนแรกที่เราคำนวณไว้จากวิธีการคำนวณคือ (เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี จะได้เป็น (1,820,000 - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี

ถ้าหากนายบักหนอมลองเช็คค่าลดหย่อนตามบทความ สรุปรายการค่าลดหย่อนภาษีประจำปี 2560 แล้วพบว่าตัวเองไม่มีค่าลดหย่อนอะไรเลยทั้งหมด ไม่ได้ซื้อ LTF, RMF หรือประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี แม้แต่น้อย ดังนั้นนาย

บักหนอมก็ต้องหักได้แค่ ค่าลดหย่อนส่วนตัว คือ 60,000 บาท จึงทำให้ เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน (เรียกอีกชื่อว่า "เงินได้สุทธิ) เหลือเพียง = 1,760,000 บาท (1,820,000 - 60,000) ทีนี้ก็ต้องคูณด้วยอัตราภาษีตามตารางนี้

 tax-o5

จากตารางอัตราภาษี จะเห็นว่า "เงินได้สุทธิ" = 1,760,000 บาท คิดเป็นภาษีที่ต้องเสียได้ทั้งสิ้น 305,000 บาทนั่นเองครับผม

วิธีแรก (เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี ได้ภาษีออกมาจำนวน 305,000 บาท ส่วนวิธีที่สอง เงินได้ x 0.5% ได้ภาษีออกมาจำนวน 9,000 บาท เพราะฉะนั้นต้องเสียตามวิธีที่มากกว่า นั่นก็คือ 305,000 บาทนั่นเองครับ

เดี๋ยวก่อน...ยังมีเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มอีกนะ

หลังจากเราเข้าใจวิธีการคำนวณภาษี มาถึงจำนวนที่ต้องเสียแล้ว ทีนี้อีกเรื่องที่ต้องเข้าใจเพิ่มเติม คือ เรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเองครับ

มีคนถามเข้ามาเยอะเหลือเกินว่ามีรายได้ 1,800,000 บาทต่อปีต้องจด VAT ไหมอะไรยังไงดี พรี่หนอมตอบสั้นๆฟันธงไป!! ถ้าเกินล้านแปดเมื่อไรต้องจด VAT ครับผม

ส่วนเหตุผลที่ต้องจดคือกฎหมายกำหนดไว้ว่าถ้าเป็นการขายสินค้าหรือให้บริการที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อเกิน 1.8 ล้านบาทก็ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเองครับ

อย่างไรก็ตามมีบางธุรกิจได้รับสิทธิไม่ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนกันครับ หากเข้าข่ายว่าเป็น กิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ตามที่กฎหมายกำหนดครับ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วต้องบอกตรงๆครับว่า "ยาก"

อย่าลืมนะครับว่า
จด VAT = เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
แต่มีรายได้ = เสียภาษีเงินได้
มันคนละเรื่องกัน แต่ต้องทำทั้งสองแบบ

ส่วนเรื่องของการ "จดทะเบียนพาณิชย์" นั้น "ไม่เกี่ยวกับภาษี" ดังนั้นแปลว่าจะทำธุรกิจรูปแบบไหนก็ได้ ส่วนคำว่า "จดทะเบียนบริษัท" นั้นหมายถึงเปลี่ยนจากการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไปเป็น "การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล" ซึ่งมีวิธีการคำนวณภาษีที่แตกต่างกันไปครับ แต่คนที่เลือกจดทะเบียนบริษัทนั้นอาจจะมีโอกาสที่จะประหยัดภาษีมากกว่า

พรี่หนอมขอยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจเรื่องนี้ครับ เช่น นายบักหนอม ขายของในเน็ต ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ แต่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท นายบักหนอมก็ต้องจด VAT และเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

แต่ถ้านายบักหนอมไปจดทะเบียนพาณิชย์ บักหนอมก็ต้องจด VAT และเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหมือนเดิม แต่มีทะเบียนพาณิชย์ไว้ให้ลูกค้าตรวจสอบและเพิ่มความน่าเชื่อถือของตัวเอง

หรือต่อให้นายบักหนอมไปจดบริษัทด้วย นายบักหนอมก็ยังต้องจด VAT แต่เปลี่ยนมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแทนนั่นเองครับ

 tax-o6

เมื่อมาถึงตรงนี้ มักจะมีคำถามต่อมาว่า แล้ว ขายของออนไลน์ ควรจะจดบริษัทดีไหม? เพราะอะไรมันบีบมามากมายเหลือเกิน ทั้งนโยบายภาษีที่มีมาเรื่อยๆ ทั้งอีเพย์เม้นท์ พร้อมเพย์ นู่นนั่นนี่ ทุกวันนี้บอกเลยว่าเหนื่อยกับความเสี่ยงที่จะถูกตรวจสอบ แบบนี้ทำให้ถูกต้องไปเลยดีไหม

คำตอบนะครับ…การจดบริษัท ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาและไม่ได้บอกว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้อง แต่มันแค่บอกว่าเราเลือกประกอบธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคลเท่านั้น การเป็นบุคคลธรรมดาขายของง่ายๆก็สามารถเลือกเสียภาษีให้ถูกต้องได้เหมือนกันครับ

ย้ำอีกทีว่า สิ่งถูกต้องที่เราควรรู้ก่อนคือ เรามี รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร/ขาดทุนและกระแสเงินสด มากมายแค่ไหน? ซึ่งพรี่หนอมขอพูดตรงๆเลยนะครับว่า ถ้าเรื่องพวกนี้ยังไม่รู้ ก็แปลว่าไม่มีความหมายที่จะเรียนรู้เรื่องภาษีหรอกครับ การที่ไม่มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสิน มันไม่มีประโยชน์ใด รู้แค่กำไรก็ไม่ใช่ว่าจะจบ เพราะสิ่งที่รู้คือ รู้ทั้งหมดให้ครบถ้วน (ภ.ง.ด.94)

มาต่อที่ด่านสอง คือ การที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต้องไปจด VAT ซึ่งมันเป็นคนละเรื่องกับจดบริษัท และไม่ใช่เรื่องเดียวกันกับภาษีเงินได้ที่เสียเช่นเดียวกัน การเป็นบุคคลธรรมดาก็สามารถจดภาษีมูลค่าเพิ่มได้เช่นเดียวกันครับ

แต่พรี่หนอมคะ หนูเสียแบบเหมา ให้สรรพากรคำนวณให้ในแต่ละปีแบบนี้ไม่โอเคเหรอคะ ใช่ครับ การที่ให้สรรพากรช่วยคำนวณให้ ไม่ได้แปลว่าเสียภาษีถูกต้องเพราะไม่มีข้อมูลอะไรเลยครับ ดังนั้นย้ำอีกทีเป็นครั้งสุดท้ายว่าต้องรู้ข้อมูลทั้งหมดก่อน แล้วค่อยคิดว่า การเปลี่ยนเป็นบริษัทฯจะคุ้มค่าไหม

ความคุ้มค่าดูจากตัวแปรต่อไปนี้ครับ ภาษีที่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายในการจดบริษัท ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมต่างๆ เพราะถ้าเสียภาษีลดลง 100,000 บาท แต่เพิ่มค่าใช้จ่ายมาอีก 200,000 บาท แบบนี้ไม่ต้องฉลาดก็รู้ว่าไม่ควรทำ จริงไหมครับ? เพราะกลายเป็นว่าเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกต่างหากครับผม

สรุป

บทความนี้ พรี่หนอมตั้งใจเขียนเพื่ออธิบายให้ทุกคนรู้จักกับวิธีการคำนวณภาษีเงินได้ ภาษีที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการจัดการวางแผนและเข้าใจภาษี รวมถึงความเข้าใจผิดต่างๆเกี่ยวกับการจดทะเบียนที่คนมักถามเข้ามาในเพจ TAXBugnoms ครับ ซึ่งเชื่อว่าถ้าหากใครตั้งใจอ่านและคิดตามอย่างละเอียด น่าจะได้อะไรหลายๆอย่างไปปรับปรุงในการจัดการธุรกิจของตัวเองแน่นอนครับ

สุดท้ายนี้ สิ่งที่อยากจะฝากไว้ คือ จงรู้ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจให้มากที่สุด โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจขายของออนไลน์ เพราะเรื่องภาษีนี่แหละครับ เป็นตัวชี้เป็นชี้ตายเลยว่า เรานั้นรักและเข้าใจการเงินของธุรกิจมากแค่ไหน

ฝากไว้ด้วยนะครับ :)

taxb1
by TAXBugnoms

Advertisement Replay Ad
'ขนมครกแม่พลอย' ขนมไทยใส่ไอเดีย สร้างยอดขายหลายหมื่นต่อเดือน

'ขนมครกแม่พลอย' ขนมไทยใส่ไอเดีย สร้างยอดขายหลายหมื่นต่อเดือน

อุตสาหกรรมอาหารมาแรง ครองแชมป์ขออนุญาตตั้งโรงงาน

อุตสาหกรรมอาหารมาแรง ครองแชมป์ขออนุญาตตั้งโรงงาน

วิธีเลี้ยงสุกรพันธุ์จินหัว (Jinhua) ยอดหมูสำหรับผลิตแฮม

วิธีเลี้ยงสุกรพันธุ์จินหัว (Jinhua) ยอดหมูสำหรับผลิตแฮม

'ฮาร์ทบีท' ลูกอมวาเลนไทน์พันล้าน

'ฮาร์ทบีท' ลูกอมวาเลนไทน์พันล้าน

‘กุหลาบ’ แพง สงขลาขายดอกไม้ช่อละ 500-3,000 บาท

‘กุหลาบ’ แพง สงขลาขายดอกไม้ช่อละ 500-3,000 บาท

ปลูก 'แตงโมรูปหัวใจ' ปลอดสารพิษ ขายดีรับเทศกาลวาเลนไทน์

ปลูก 'แตงโมรูปหัวใจ' ปลอดสารพิษ ขายดีรับเทศกาลวาเลนไทน์

การใช้งานระบบการซื้อขายและการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ 4-M Commerce

การใช้งานระบบการซื้อขายและการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ 4-M Commerce

‘ดอกกุหลาบ’ ราคาแพงขึ้นเท่าตัว รับวาเลนไทน์

‘ดอกกุหลาบ’ ราคาแพงขึ้นเท่าตัว รับวาเลนไทน์

วัดสำโรงใต้ นำร่องวัดไทยยุค 4.0 รับเงินทำบุญด้วยคิวอาร์โค้ด

วัดสำโรงใต้ นำร่องวัดไทยยุค 4.0 รับเงินทำบุญด้วยคิวอาร์โค้ด

'เทศกาลวาเลนไทน์' โอกาสของธุรกิจหาคู่?

'เทศกาลวาเลนไทน์' โอกาสของธุรกิจหาคู่?

วิธีปลูก 'กุยช่าย' ขายทำเงิน ทั้งง่ายและเร็ว

วิธีปลูก 'กุยช่าย' ขายทำเงิน ทั้งง่ายและเร็ว

ขาย 'เมล่อน' ออนไลน์ สลักชื่อ-สลักลายฟรี คาดสร้างรายได้กว่า 50,000 บาท

ขาย 'เมล่อน' ออนไลน์ สลักชื่อ-สลักลายฟรี คาดสร้างรายได้กว่า 50,000 บาท

'ผักหวานป่า' พืชผักสวนครัว หากินง่าย สร้างรายได้ดี

'ผักหวานป่า' พืชผักสวนครัว หากินง่าย สร้างรายได้ดี

มะกรูดในกระถาง ปลูกง่าย ได้ประโยชน์

มะกรูดในกระถาง ปลูกง่าย ได้ประโยชน์

บริหารเงินสไตล์ 'เป็กกี้ ศรีธัญญา' และ 'กัน นภัทร'

บริหารเงินสไตล์ 'เป็กกี้ ศรีธัญญา' และ 'กัน นภัทร'

มหัศจรรย์ 'ข้าวโพดหวานม่วง' พันธุ์ใหม่-ฝักใหญ่ ฝีมือคนไทย

มหัศจรรย์ 'ข้าวโพดหวานม่วง' พันธุ์ใหม่-ฝักใหญ่ ฝีมือคนไทย

รัฐบาลคลอดแนวทางผลักดันไทยสู่มหานครผลไม้โลก

รัฐบาลคลอดแนวทางผลักดันไทยสู่มหานครผลไม้โลก

วิธีเลี้ยงหอยขมในกระชังเพื่อสร้างรายได้

วิธีเลี้ยงหอยขมในกระชังเพื่อสร้างรายได้

ส่องรายได้แสนล้านในมือ 'อิตาเลียนไทย' ยักษ์รับเหมาเบอร์หนึ่งของประเทศ?

ส่องรายได้แสนล้านในมือ 'อิตาเลียนไทย' ยักษ์รับเหมาเบอร์หนึ่งของประเทศ?

'เปรมชัย กรรณสูต' กับ  'อิตาเลียนไทย' ขุมทรัพย์รับเหมายักษ์ใหญ่ของประเทศ

'เปรมชัย กรรณสูต' กับ 'อิตาเลียนไทย' ขุมทรัพย์รับเหมายักษ์ใหญ่ของประเทศ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์