กรณ์ไฟเขียวตั้งกองทุนบำนาญแห่งชาติ อุ้มผู้สูงอายุตั้งแต่51ปีขึ้นไป อยู่นอกประกันสังคม24ล้านคน

กรณ์ไฟเขียวตั้งกองทุนบำนาญแห่งชาติ อุ้มผู้สูงอายุตั้งแต่51ปีขึ้นไป อยู่นอกประกันสังคม24ล้านคน

รมว.คลังไฟเขียวร่างกองทุนบำนาญแห่งชาติเข้า ครม. ช่วยผู้อยู่นอกระบบประกันสังคม 24 ล้านคน เอาใจคนอายุ 51 ปีขึ้นไป รัฐสมทบให้หนึ่งเท่า ส่วนที่เหลือรับเพิ่ม 0.5-0.75 เท่าตามกลุ่มอายุ อภิสิทธิ์ ปลื้มใจประชาชนแห่ซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็ง เตรียมกระจายเม็ดเงินลงทุนทั่วประเทศ

นายสมชัย สัจจพงศ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า วันที่ 20 กรกฎาคม จะประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุน โดยจะพิจารณาการแปรสภาพตลาดทุนไทย การแก้ไขกฎหมายต่างๆ รวมถึงเสนอการปรับปรุงระบบภาษีเพื่อพัฒนาตลาดทุน และเสนอรูปแบบการออมเพื่อการเกษียณอายุ เพื่อให้สิทธิกับประชาชนนอกระบบประกันสังคมให้มีระบบการบำนาญรองรับเมื่อเกษียณอายุ

ทั้งนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นชอบในหลักการร่างกองทุนบำนาญแห่งชาติ (กบช.) แล้ว เหลือเพียงการเสนอร่าง พ.ร.บ.กบช.เท่านั้น ซึ่งในหลักการสมทบจะแบ่งเป็น อายุระหว่าง 20-30 ปี หากประชาชนใส่เงินเข้ามาใน กบช. 100 บาท รัฐบาลจะสมทบให้ 50 บาท อายุ 31-50 ปี ใส่เงินเข้า 100 บาท รัฐบาลจะสมทบให้ 80 บาท และหากอายุ 51 ปี ขึ้นไปรัฐบาลจะสมทบให้ 100 บาท

นอกจากนั้นในรูปแบบการบริหาร กบช. รัฐบาลจะรับประกันผลตอบแทนให้ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำอายุ 1 ปี และการจ่ายคืนตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไป ด้วยการทยอยจ่าย อย่างน้อยเดือนละ 2,000-2,500 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยผู้สูงอายุอีกเดือนละ 500 บาท จะทำให้ผู้สูงอายุมีรายได้ต่อเดือนที่ 3,000 บาท น่าจะเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานให้กับคนแก่ที่อยู่นอกระบบการประกันสังคม และนอกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 24 ล้านคนได้

สำหรับแนวทางการลดหย่อนภาษีจากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นั้น ขณะนี้กรมสรรพากรกำลังศึกษารายละเอียด เพื่อให้สะดวกกับการจัดเก็บภาษี ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับประชาชนหลายล้านคน เพราะรายได้จากการจัดเก็บภาษีส่วนนี้ไม่มาก แต่มีคนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก และรัฐบาลไม่กลัวว่าจะสูญเสียรายได้จากขยายวงเงินลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยนี้ แต่ต้องการช่วยเหลือ 6-7 ล้านบัญชีที่มีในปัจจุบันมากกว่า

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท. 11) เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ถึงกรณีรัฐบาลได้เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ในโครงการ ไทยเข้มแข็ง เพื่อระดมทุน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก ต้องใช้คำว่า เกินคาด จนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องอนุมัติให้ขยายโควต้าการออกพันธบัตรอีก 3 หมื่นล้านบาท จากเดิมกำหนดไว้ 5 หมื่นล้านบาท ทำให้ขณะนี้รัฐบาลมีความพร้อมที่จะเดินหน้าใช้จ่ายโครงการต่างๆ ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งแล้ว พร้อมกันนี้ ครม. ยังอนุมัติระเบียบที่จะใช้เป็นตัวกำกับการใช้จ่ายเงิน และกำหนดแนวทางในการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ เพราะต้องการดำเนินการให้รัดกุม โปร่งใส ที่สำคัญจะเข้มงวดกวดขันไม่ให้โยกโครงการที่กลั่นกรองและผ่านการพิจารณามาแล้ว

ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเป็นการลงทุน และยกเครื่องประเทศไทยครั้งใหญ่ เพื่อสร้างความพร้อมให้กับประเทศทั้งเรื่องของแหล่งน้ำ ถนน โรงเรียน โรงพยาบาล สถานีอนามัย ฯลฯ ซึ่งจะมีโครงการไทยเข้มแข็งทั่วประเทศ ทุกภูมิภาค ทุกจังหวัด จึงอยากเชิญชวนประชาชนให้ช่วยกันติดตามเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และมีความโปร่งใสมากที่สุด ที่ผ่านมาได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการทุกอย่างให้โปร่งใส ทำให้โครงการต่างๆ เดินไปล่าช้า นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า การลงไปของเม็ดเงินตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งทำให้โครงการด้านการขนส่งต่างๆ ที่พูดกันมานานเริ่มต้นได้ ในปี 2552-2557 จะเริ่มก่อสร้างรถไฟสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) อีกทั้งจะเปิดแอร์พอตลิงก์จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สถานีรถไฟฟ้ามักกะสันในช่วงปลายปี 2552 ด้วย จากนั้นในปี 2554-2559 จะเริ่มก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-ท่าพระ-บางซื่อ-บางแค)

นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบให้ต่ออายุ 5 มาตรการ 5 เดือนไปจนถึงสิ้นปี 2552 จากเดิมหมดอายุในปลายเดือนกรกฎาคม เพื่อสนับสนุนการลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ประกอบด้วย การตรึงราคาก๊าซหุงต้ม การลดหย่อนค่าประปา การลดหย่อนค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ที่ใช้น้ำและไฟน้อย การให้บริการรถเมล์ และรถไฟฟรี ส่วนที่ประชาชนมีความห่วงใยเรื่องราคาน้ำมันนั้น ขอย้ำว่าในการขึ้นภาษีน้ำมัน รัฐบาลได้ใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปเป็นตัวรับภาระในเรื่องภาษีทั้งหมด ถึงขณะนี้ยังไม่มีการส่งต่อภาระภาษีไปยังประชาชนผู้ใช้น้ำมันแต่อย่างใด เพียงแต่ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น แต่ขณะนี้มีข่าวดีว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกกำลังปรับลดลง รัฐบาลจึงปรึกษาหารือกัน และจะบริหารจัดการไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน หากราคาน้ำมันในตลาดโลกกลับมาเป็นขาขึ้นเมื่อไร ก็จะมีแนวทางบรรเทาผลกระทบ หรือภาระที่เกิดขึ้นกับประชาชน นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงวางแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรด้วยการประกันราคาพืชผลและรับซื้อสินค้าเกษตรว่า จากเดิมที่ใช้วิธีรับจำนำ ซึ่งตั้งราคาจำนำไว้ค่อนข้างสูง ทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างตามมา สำหรับปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสนใจที่สุดหากทำตามแนวทางเดิมคือ มีเกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการไม่ถึงครึ่ง บางโครงการมีผู้ได้รับประโยชน์เพียง 1 ใน 4 หรือ 1 ใน 5 เท่านั้น แต่แนวทางใหม่จะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรได้ทุกราย โดยจะขึ้นทะเบียนเกษตรการทั้งหมดในเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อมีข้อมูลว่าเกษตรกรแต่ละรายในแต่ละฤดูกาลนั้น เพาะปลูกพืชผลตัวใด ในปริมาณเท่าไร จะได้ไปช่วยเหลือเรื่องรายได้ให้เกษตรกรได้อย่างทั่วถึง

ขณะนี้ ครม.อนุมัติการรับซื้อข้าวโพด และมันสำปะหลังไปแล้ว ในวันที่ 21 กรกฎาคม จะพิจารณาเรื่องการรับซื้อข้าวนาปี เพื่อแก้ไขปัญหาจากการที่โครงการรับจำนำได้ทำลายกลไกตลาดในเรื่องของข้าว ทำให้หลายฝ่ายห่วงใยว่าข้าวไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก การปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งนี้จะเป็นตัวสำคัญในการหยุดยั้งปัญหาที่เกิดขึ้น และทำให้ข้าวไทยสามารถที่จะแข่งขันในตลาดโลกได้ นายกรัฐมนตรีกล่าว

ด้าน นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าขอสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงนโยบายในการช่วยเหลือเกษตรกร จากการที่รัฐบาลเปลี่ยนนโยบายการรับจำนำพืชผลการเกษตรมาใช้การประกันราคาพืชผลว่า เป็นความกล้าหาญของรัฐบาลที่กล้าเปลี่ยนแปลง เพราะพิจารณาแล้วว่าผลประโยชน์หรือรายรับที่เกษตรกรควรได้จากการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ เพื่อให้การรับจำนำอย่างที่รัฐบาลก่อนๆ เคยทำมา ไม่เคยตกถึงมือเกษตรกรโดยตรง เพราะยังมีการทุจริตคอร์รัปชั่น ระหว่างผู้ประกอบการรับจำนำสินค้าเกษตรกับข้าราชการ รวมถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ดังนั้น การใช้นโยบายประกันราคาสินค้าเกษตรนั้นจะมีผลดีคือ

1.ตัดวงจรการทุจริตคอร์รัปชั่นในขั้นตอนต่างๆ

2.ช่วยประหยัดงบประมาณของรัฐ ที่จะถูกคอร์รัปชั่นไปตามกระบวนการต่างๆ ได้มากมาย

3.ช่วยเหลือให้เกษตรกรได้รับประโยชน์โดยตรง และเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ทั้งเป็นการสร้างความหวังให้เกษตรกรว่าลงทุนลงแรงไปแล้วจะไม่สูญเปล่า แม้จะมีปัญหาในชั้นปฏิบัติบ้าง เพราะเป็นการเริ่มใช้นโยบายนี้ในปีแรกที่ต้องลงข้อมูลประวัติของเกษตรกรที่เพาะปลูกพืชประเภทต่างๆ เพื่อทำฐานข้อมูลโดยภาครัฐจะได้ให้การช่วยเหลือได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอุดรูรั่วที่จะเปิดให้มีการทุจริตตามมา ซึ่งจะเป็นปัญหาไม่จบสิ้น

Advertisement Replay Ad
5 อาชีพเสริม ใช้ทุนน้อย แต่รายได้ดี

5 อาชีพเสริม ใช้ทุนน้อย แต่รายได้ดี

หนี้เยอะ หนี้หลายก้อน ควรจัดการอย่างไรดี?

หนี้เยอะ หนี้หลายก้อน ควรจัดการอย่างไรดี?

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์