5 ประเภทของคนเป็นโรคติดการช้อปปิ้ง คุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า?

5 ประเภทของคนเป็นโรคติดการช้อปปิ้ง คุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า?

5 ประเภทของคนเป็นโรคติดการช้อปปิ้ง คุณเป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่า?

MoneyGuru

สนับสนุนเนื้อหา

บางคนการเงินติดลบเป็นประจำจนต้องใช้บัตรเครดิตในการหมุนเงิน ทำให้เป็นหนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้น หนึ่งในกุญแจที่สำคัญในการควบคุมพฤติกรรมการใช้จ่ายคือ คุณต้องทราบเหตุผลที่ทำให้คุณใช้จ่ายมากเกินไป ซึ่งผู้ที่ใช้จ่ายมากเกินไปนั้นมีหลายประเภท และคนเหล่านี้มักทำลายงบประมาณของตัวเองในแต่ละเดือนด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ การตระหนักถึงเหตุผลที่ทำให้คุณใช้จ่ายมากเกินไป อาจเป็นก้าวแรกของการต่อสู้กับพฤติกรรมทางที่ไม่ดีของคุณเอง เราลองมาดูกันดีกว่าว่าประเภทของผู้ที่ใช้จ่ายมากเกินไปนั้นมีอะไรบ้าง

1. นักช้อปที่ถูกบังคับ

การโต้เถียงกับแฟนทำให้คุณรู้สึกแย่จนต้องออกไปช้อปปิ้งหรือเปล่า? คุณเครียดจากการทำงานจนต้องออกไปสังสรรค์กับเพื่อนทุกสัปดาห์หรือไม่? ถ้าคำตอบคือ “ใช่” นั่นคือคุณอาจจะเป็นนักช้อปที่โดนบีบบังคับจากความรู้สึก เพราะคุณจะใช้จ่ายทุกครั้งเวลาที่คุณต้องการจะลดความรู้สึกที่ไม่พึงประสงค์ออกไปจากตัวของคุณ ทั้งที่ในความเป็นจริงคุณอาจไม่ได้ต้องการใช้ของที่คุณซื้อมา แต่คุณเพียงแค่ต้องการใช้เงินคลายความเครียดความกังวลเท่านั้น เพราะมันทำให้คุณรู้สึกสบายใจชั่วคราว

2. นักช้อปจอมต่อ (ราคา)

คุณรู้สึกว่าตัวเองชอบต่อรองราคา แม้ว่าสินค้านั้น ๆ คุณไม่จำเป็นต้องซื้อมันหรือไม่? ไม่ผิดอะไรหากคุณจะเป็นคนที่ชอบต่อรองราคาเมื่อไปซื้อของ แต่หากคุณซื้อของเพราะชอบต่อรองราคานี่อาจเป็นเรื่องผิด เพราะมันจะทำให้คุณซื้อของโดยไม่จำเป็น ถึงแม้ว่าสิ่งของนั้นจะราคาถูกแสนถูกก็ตาม และอาจจะทำให้สภาวะการเงินของคุณพังทลายลงไปได้

3. นักช้อปจอมอวด

คุณซื้อรถราคาแพงเพราะคุณต้องการขับแล้วดูดีใช่ไหม? ซื้อกระเป๋าราคาแพงรุ่นล่าสุดเพื่อเอาไปอวดแก๊งเพื่อนสาวที่ทำงานหรือเปล่า? หากสำหรับคุณการใช้สิ่งของราคาแพงคือการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี คุณอาจต้องการให้ทุกคนรู้ว่าคุณเป็นคนมีระดับ แต่น่าเสียดายที่การใช้ของราคาแพงเพื่อให้ดูดีในสายตาคนอื่นอาจทำให้คุณต้องมีหนี้จำนวนมาก! และมันไม่คุ้มเลยที่ภายนอกของคุณจะดูหรูหรา แต่ในกระเป๋าเงินคุณไม่มีเงินสักบาท แถมยังมีบิลเรียบเก็บจากบัตรเครดิตเป็นกองใหญ่เท่าภูเขา

4. นักช้อปผู้มีความลับ

บางครั้งคุณออกบัตรเครดิตใหม่โดยไม่บอกคู่สมรสของคุณใช่ไหม? หรือบางทีคุณซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงและซ่อนมันไว้ด้านหลังตู้เก็บของของคุณหรือเปล่า? การมีความลับแบบนี้อาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจในความสัมพันธ์ของคุณได้นะคะ และอาจทำลายความสัมพันธ์ของคุ่รัก หรือการแต่งงานกับคู่สมรสได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว และที่สำคัญยังสามารถทำลายการเงินในครอบครัวของคุณได้ด้วย

5. ผู้ให้ของขวัญที่ฟุ่มเฟือย

คุณคิดว่าการซื้อใจเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวของคุณด้วยการให้ของขวัญ พาไปทานอาหารในร้านหรูดื่มไวน์ระดับไฮเอนด์ แล้วจะทำให้พวกเขาชอบคุณมากขึ้นใช่ไหม? หรือคุณมักจะใช้เงินเพียงเพื่อซื้อของขวัญที่ดีที่สุดในวันเทศกาลใช่หรือเปล่า? ถ้าใช่เราอยากจะบอกกับคุณว่าวิธีนี้มันไม่ได้ผลหรอกค่ะ เพราะการที่คนจะชอบและจริงใจกับคุณจริง ๆ นั้น มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมอบของให้กับเขามากแค่ไหน แต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมที่คุณแสดงออกมามากกว่า และที่ยิ่งไปกว่านั้น การใช้เงินซื้อใจคุณยิ่มไม่มีทางได้ใจอย่างแท้จริง เพราะวันใดหากคุณหมดเงิน ไม่มีเงินให้พวกเขาอีก เขาก็จะไม่คบคุณอีกต่อไปเพราะคุณหมดประโยชน์แล้วนั่นเอง

ทำอย่างไรจึงจะเอาชนะนิสัยข้างต้น

1. ขั้นตอนแรกคือคุณต้องสร้างงบประมาณในครัวเรือนก่อน ซึ่งงบประมาณดังกล่าวควรจะแสดงรายได้ที่คุณได้รับในแต่ละเดือน และแสดงจำนวนเงินที่คุณใช้จ่ายไป หากคุณทำแล้วคุณจะรู้ได้ทันทีว่าคุณใช้จ่ายเงินเกินงบประมาณไปเท่าไรแล้ว

2. ขั้นตอนต่อไปคุณควรตระหนักว่าทำไมคุณต้องจ่ายเงินมากเกินไป มันทำให้คุณรู้สึกดีและควบคุมได้หรือไม่? มันทำให้คุณรู้สึกมั่งคั่งกว่าที่คุณเป็นหรือเปล่า? มันเป็นเพราะคุณอยากคลายเครียดจากเรื่องบ้านหรือที่ทำงานใช่ไหม? ลองถามตัวเองดูค่ะ

เมื่อคุณรู้ว่าอะไรที่ทำให้เกิดการใช้จ่ายเงิน คุณสามารถแทนที่ด้วยการใช้กลไกในการแก้ปัญหาอื่น ๆ เช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ หรือการผ่อนคลายอื่น ๆ ที่ไม่ทำลายงบประมาณของคุณ นอกจากนี้คุณอาจขอความช่วยเหลือจากคนที่รู้จักที่เก่งเรื่องการแก้ไขปัญหาทางการเงิน ซึ่งไม่ใช่มีเพียงที่ปรึกษาทางการเงินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงจิตแพทย์ได้อีกด้วย

 

 

 

Advertisement Replay Ad
ลุ้นมธุสร 'ล่า' กำไรให้ช่องวัน 31

ลุ้นมธุสร 'ล่า' กำไรให้ช่องวัน 31

ย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมปี 61 ง่ายนิดเดียว

ย้ายโรงพยาบาลประกันสังคมปี 61 ง่ายนิดเดียว

ตั้งธุรกิจใหม่ปี 60 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ตั้งธุรกิจใหม่ปี 60 สูงสุดเป็นประวัติการณ์

คนรวยสุดแค่ 1% ของโลก แต่เป็นเจ้าของสินทรัพย์มากถึง 82%

คนรวยสุดแค่ 1% ของโลก แต่เป็นเจ้าของสินทรัพย์มากถึง 82%

'เฟสบุ๊ก' ประกาศให้ผู้ใช้งานจัดอันดับสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ

'เฟสบุ๊ก' ประกาศให้ผู้ใช้งานจัดอันดับสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ

เหตุผลที่ธุรกิจต้องใช้ Live Streaming

เหตุผลที่ธุรกิจต้องใช้ Live Streaming

ธุรกิจยาหม่องกับเสื้อยืด โตหรือตัน?

ธุรกิจยาหม่องกับเสื้อยืด โตหรือตัน?

อย่ารอช้า! ใช้สิทธิประกันสังคม ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี

อย่ารอช้า! ใช้สิทธิประกันสังคม ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี

รายได้นักแสดง VS นักกีฬา พาความรักรอด?

รายได้นักแสดง VS นักกีฬา พาความรักรอด?

รัฐเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานรับค่าจ้างใหม่

รัฐเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานรับค่าจ้างใหม่

8 ธุรกิจบูมรับสังคมผู้สูงวัย

8 ธุรกิจบูมรับสังคมผู้สูงวัย

ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สามจังหวัดตะวันออกสูงสุด-สามชายแดนใต้ต่ำสุด

ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สามจังหวัดตะวันออกสูงสุด-สามชายแดนใต้ต่ำสุด

8 วิธีจุดกระแสให้ปังบนโลกออนไลน์

8 วิธีจุดกระแสให้ปังบนโลกออนไลน์

10 สุดยอด CEO ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอาเซียน

10 สุดยอด CEO ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอาเซียน

เลี้ยงลูกจนโตใช้เงินเท่าไหร่

เลี้ยงลูกจนโตใช้เงินเท่าไหร่

5 เทคนิคขั้นเทพ สร้างยอดขายปังทะลุเป้า

5 เทคนิคขั้นเทพ สร้างยอดขายปังทะลุเป้า

ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

ม.หอการค้าฯ คาดส่งออกปีนี้แตะ 6.3%

ม.หอการค้าฯ คาดส่งออกปีนี้แตะ 6.3%

กางโพยอาณาจักรอาบอบนวดทำเงินเท่าไหร่

กางโพยอาณาจักรอาบอบนวดทำเงินเท่าไหร่

'Mark Zuckerberg' แจงเหตุผลทำไมต้องรื้อโครงสร้าง News Feed

'Mark Zuckerberg' แจงเหตุผลทำไมต้องรื้อโครงสร้าง News Feed

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์