15 คำตอบต้องห้าม ถ้าอยากได้งานอย่าเผลอหลุดปาก

15 คำตอบต้องห้าม ถ้าอยากได้งานอย่าเผลอหลุดปาก

15 คำตอบต้องห้าม ถ้าอยากได้งานอย่าเผลอหลุดปาก

Terrabkk

สนับสนุนเนื้อหา

ต่อให้ทำการบ้าน เก็งคำถามคิดคำตอบก่อนเข้าห้องมาดีแค่ไหน แต่เมื่อถึงเวลาต้องลงสนามสัมภาษณ์จริง หลายคนยังไม่วายตกม้าตาย เพราะประหม่าปล่อยให้สติกระเจิง จนเผลอตอบคำถามที่ไม่เข้าท่า หรือ ดิสเครดิตตัวเองแบบไม่ตั้งใจจนทำให้ชวดโอกาสได้งานไปอย่างน่าเสียดาย

เพื่อให้นัดสัมภาษณ์งานครั้งหน้าของคุณผ่านฉลุยดั่งใจคิด เราได้รวบรวมประสบการณ์จริงจากปากของเหล่าผู้นำองค์กรในหลายหลายสาขาอาชีพที่พบเจอในห้องสัมภาษณ์มารวบยอดเป็น 15 คำตอบที่ผู้สัมภาษณ์ไม่อยากได้ยินจากคุณ ไม่ว่าคุณจะเป็นบัณฑิตจบใหม่ป้ายแดง หรือ คนที่ผ่านประสบการณ์ทำงานมาแล้วอย่างโชกโชน

1.”ฉันลาออกจากงานเก่า เพราะสภาพแวดล้อมในการทำงานแย่ แถมนายเก่ายังเป็นพวกจอมบงการ”
หนึ่งในกฏเหล็กที่ต้องจำให้ขึ้นใจเวลาไปสัมภาษณ์งาน คือ อย่าพูดถึงที่ทำงานเก่าในแง่ลบ เพราะทุกบริษัทย่อมไม่ปรารถนาที่จะได้บุคคลากรที่มีทัศนคติแง่ลบติดตัวตั้งแต่วันแรกที่ยังไม่ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรด้วยซ้ำ และอย่าหวังจะใช้ห้องสัมภาษณ์เป็นเวทีประจานเจ้านายเก่าให้หายแค้น เพราะการวิจารณ์เจ้านายเก่านั้น เป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่บรรดาคนสัมภาษณ์ยกให้เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจที่สุด เพราะฉะนั้นต่อให้คุณจะผ่านเรื่องแย่ๆอะไรมาจากที่ทำงานเก่าหรือเจ้านายเก่ามาแค่ไหน คุณก็ไม่จำเป็นต้องมาแถลงไข

2.“อากาศข้างนอกแย่เป็นบ้า”
คำพูดที่ใช้ระบายอารมณ์เหล่านี้ คุณอาจระเบิดออกมาได้เวลาอยู่กับก๊วนเพื่อนสนิท แต่ไม่ใช่กับคนที่กำลังจะสัมภาษณ์งานคุณ

3.“เหตุผลที่เปลี่ยนงานบ่อยๆ เพราะยังไม่เจอที่ที่ใช่ และท้าทายพอ”
คุณอาจจะคิดว่า คำตอบนี้จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกประทับใจในความมุ่งมั่นเพื่อตามหางานที่ราวกับเป็นจิ๊กซอร์ส่วนที่หายไปของชีวิต แต่ความจริงแล้ว คำตอบนี้กลับทำให้คุณดูเป็นพวกไร้จุดหมายในชีวิต แถมยังดูเป็นคนขี้แพ้ ยิ่งกว่านั้นยังจุดประกายให้เกิดคำถามใหญ่ในใจของผู้สัมภาษณ์ว่า แล้วตำแหน่งงานที่คุณกำลังสัมภาษณ์อยู่ตอนนี้ จะใช่สำหรับคุณหรือยัง

4. “บริษัทของคุณดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอะไรและมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ไหน”
กฎพื้นฐานของการสัมภาษณ์งานคือ อย่าตั้งคำถามอะไรก็ตามที่คุณสามารถหาคำตอบได้จาก กูเกิ้ล เพราะเท่ากับคุณกำลังแบไต๋ให้ผู้สัมภาษณ์รู้ว่าคุณไม่ทำการบ้านสักนิดก่อนมาสัมภาษณ์

5.“ผลงานทั้งหมดที่ผ่านมา เป็นฝีมือของผม”
หากคุณกำลังสัมภาษณ์งานในตำแหน่งระดับผู้บริหาร หรือ หัวหน้าแผนก อย่าเผลอดิสเครดิสตัวเองด้วยการเยิ่นยอผลงานความสำเร็จที่ผ่านมาว่าเป็นผลงานของคุณล้วนๆ เพราะต่อให้คนที่ประสบความสำเร็จระดับโลกยังยอมรับเลยว่าทีมที่ดีมีส่วนสำคัญผลักดันให้งานไปถึงเป้าหมาย

6. “อย่าพูดในสิ่งที่ไม่รู้จริง”
การพูดอย่างไม่คิด หรือพูดในสิ่งที่ไม่รู้จริงเพื่อให้ตัวเองดูดี ยิ่งทำให้คุณดูแย่ในสายตาผู้สัมภาษณ์

7.“บริษัทของคุณมีนโยบายเกี่ยวกับวันหยุดอย่างไร”
คำถามที่ฟังดูชิลๆนี้ อาจกลายเป็นธนูอาบยาพิษที่พุ่งสู่ผู้สัมภาษณ์ได้อย่างคาดไม่ถึง เพราะแค่ยังไม่เริ่มงานคุณก็เผยไต๋แล้วว่า ในหัวของคุณมีแต่เรื่องวันหยุด ขณะที่ขุนพลที่บริษัทมองหาคือคนพร้อมนำพาบริษัทให้เติบโต

8.“ขอโทษครับ ผมไม่ใช่คนตรงเวลาเท่าไหร่”
เบื้องหลังนิสัยตรงต่อเวลา คือ เครื่องสะท้อนถึงความมีวินัยอย่างยิ่งยวดของคุณ หากลำพังวินัยในตัวเองยังสร้างไม่ได้ อย่าหวังว่าชนะใจผู้สัมภาษณ์จนยอมรับคุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท

9.“คุณมีหนุ่มหล่อสาวสวยในออฟฟิศบ้างมั้ย”
คำพูดทำนองนี้ อาจดูเป็นมุกสร้างความสัมพันธ์ในหมู่เพื่อน แต่เมื่ออยู่ในห้องสัมภาษณ์ กลับทำให้คุณดูไม่เป็นผู้ใหญ่เอาซะเลย

10.“ขอบข่ายความรับผิดชอบของผมคืออะไร?”
ตำแหน่งงานที่มาสัมภาษณ์อาจจะกำหนดกรอบในการทำงานให้คุณคร่าวๆ แต่คุณไม่จำเป็นต้องติดกับกรอบนั้นจนเกินไป ในทางกลับกันควรเปิดกว้างเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะหากคุณมาสมัครงานในบริษัทเล็กๆ แน่นอนว่าคนที่องค์กรมองหาต้องเป็นพร้อมที่จะยืดหยุ่นและปรับตัว ซึ่งหากคุณแสดงออกให้ผู้สัมภาษณ์รับรู้ จะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจในตัวคุณ

11.“คุณมีหลานหรือเปล่า”
ข้อความระวังในการสร้างความเป็นกันเองกับผู้สัมภาษณ์คือ อย่าตั้งคำถามที่ล้ำเส้น หรือ ละเมิดความเป็นส่วนตัว

12.“ผมเป็นกูรู/ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญ”
เด็กยุคมิลเลนเนียมมักประเมินตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือกูรูในเรื่องนั้นเรื่องนี้ เพราะหวังจะแสดงศักยภาพที่มี แต่หลายครั้งกลับมากเกินไปจนดูเป็นการโอ้อวด เพราะฉะนั้นสัมภาษณ์งานคราวหน้า แทนที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นกูรู ลองลดระดับลงมาใช้คำว่าสิ่งที่ทำให้ตื่นเต้น หรือสนุกกับการเรียนรู้จะดีกว่า

13.“ฉันไม่ได้อัพเดตบล็อกของฉันมา 1 ปีแล้ว”
ฟังดูอาจเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เบื้องหลังคำพูดนี้กลับสะท้อนถึงนิสัยที่ชวนให้ที่ทำงานไม่ปลื้ม นั่นคือ คุณเป็นจำพวกชอบริเริ่มสิ่งใหม่ แต่ไม่สานต่อในสิ่งนั้น

14.“จุดอ่อนของฉันคือ เป็นพวกบ้างาน”
หลายครั้งที่เวลาเจอคำถามเกี่ยวกับจุดอ่อนของตัวเอง ผู้ถูกสัมภาษณ์มักสร้างกำแพงขึ้นมาป้องกันตัว ทั้งที่คำถามนี้เป็นการเปิดทางให้คุณทำคะแนนด้วยการเผยถึงจุดอ่อนของตัวเองพร้อมแนวทางการแก้ไขที่ชาญฉลาด เพื่อทำคะแนนกับผู้สัมภาษณ์แบบง่ายๆ

15.“ฉันไม่มีอะไรจะถาม”
เมื่อใดก็ตามที่ผู้ถูกสัมภาษณ์ทิ้งบอมบ์กลางห้องว่า “ไม่มีคำถามใดๆ” นั่นคล้ายเป็นการส่งสัญญาณกลายๆว่าคุณไม่ได้สนใจในองค์กรหรือตำแหน่งงานในวันนี้เสียเท่าไหร่

ขอบคุณที่มา : www.businessinsider.com

Advertisement Replay Ad
ชี้ช่องรวย! 10 ธุรกิจดาวรุ่งในปี 2561

ชี้ช่องรวย! 10 ธุรกิจดาวรุ่งในปี 2561

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

รู้ก่อนรวย! เปิดโผธุรกิจดาวรุ่ง ดาวร่วง ปี 61

รู้ก่อนรวย! เปิดโผธุรกิจดาวรุ่ง ดาวร่วง ปี 61

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

7 เว็บขายของออนไลน์ฟรี ไม่ต้องตั้งร้านให้เสียเวลา

7 เว็บขายของออนไลน์ฟรี ไม่ต้องตั้งร้านให้เสียเวลา

เก็บเงินให้อยู่ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่รู้จักคำว่า 'เริ่มต้น'

เก็บเงินให้อยู่ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่รู้จักคำว่า 'เริ่มต้น'

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

กำจัดหนี้อย่างไรไม่ให้มีหนี้เพิ่ม-หนี้สะสมค้างอยู่

กำจัดหนี้อย่างไรไม่ให้มีหนี้เพิ่ม-หนี้สะสมค้างอยู่

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

​SME ควรรู้! 4 พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยปี 2018

​SME ควรรู้! 4 พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยปี 2018

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Alibaba'

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Alibaba'

เปิดรับฟังกฎหมายภาษีออนไลน์ก่อนนำเสนอเข้า ครม.พิจารณา

เปิดรับฟังกฎหมายภาษีออนไลน์ก่อนนำเสนอเข้า ครม.พิจารณา

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์