ใครได้ใครเสีย ปฏิรูป พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถ

ใครได้ใครเสีย ปฏิรูป พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถ

ปัญหาการใช้สิทธิจาก พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถภายใต้ระบบการประกันภัยรถภาคบังคับ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และบริษัทประกันภัย

ที่ใช้มากว่า 17 ปี แต่ก็ยังมีปัญหาเกิดขึ้นมากมายจากการขอใช้สิทธิ แม้จะมีการปรับปรุงใหม่มาแล้ว 4 ครั้งก็ตาม

ทั้งนี้จากข้อมูลของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พบว่า ผู้ประสบภัยจากรถส่วนใหญ่คิดเป็นประมาณ 55.3 % ของกลุ่มตัวอย่างไม่ได้ใช้สิทธิตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ แต่เลือกที่จะใช้สิทธิอื่น ๆ แทน เนื่องจากพบว่ามีความยุ่งยากในการเดินเรื่อง ต้องเสียเวลาในการติดตามนานถึงแม้ว่าจะเป็นการได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยไม่มีเสียค่าใช้จ่ายมาก ส่วนอีก 42% ของผู้ประสบภัยจากรถที่ขอใช้สิทธิตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถก็ยังไม่ได้รับสิทธิอย่างแท้จริง เพราะมีปัญหามากมายจากการขอใช้สิทธิ

ขณะนี้ทั้งนักวิชาการและภาคประชาชน ต่างเห็นตรงกันว่า ควรมีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการ โดยการยกเลิกกฎหมายเดิม เสนอให้มีการออกกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อให้มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งยังหยิบยกประเด็น ในแง่ของปัญหาค่าใช้บริหารงานสูงถึง 41% ถือว่า เกินความจำเป็น (อ่านตารางประกอบ) จากสถิติปี 2550 จำนวนรถยนต์ที่ประกันภัยตาม พ.ร.บ.เดิมมีมากกว่า 25 ล้านคัน เป็นมูลค่าเบี้ยประกันภัยกว่า 10,000 ล้านบาท จนนำไปสู่การระดมความคิดเห็น ว่า ควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติผู้ประสบภัยทางรถ พ.ศ. 2535 ในประเด็นสำคัญอะไรบ้าง

กระทั่ง ดร.อัมมาร์ สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ได้เสนอแนวทางการบริหารจัดการการคุ้มครองผู้ประสบภัยทางจากรถระบบใหม่ โดยให้กรมขนส่งทางบกรับเบี้ยประกันภัยพร้อมกับการรับค่าจดทะเบียนหรือค่าต่อทะเบียนรถ ,กรมบัญชีกลางบริการจัดการค่าสินไหม (สามารถปรับเปลี่ยนได้) เป็นคณะกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถภาคบังคับ ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย เบี้ยประกัน กำกับและติดตามดูแล กองทุนประกันสุขภาพภาครัฐ (สปสช. สปส. กรมบัญชีกลาง) , สำนักงานการแพทย์ฉุกเฉิน และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทำหน้าที่จ่ายชดเชยต่างๆ

ล่าสุด สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งถือว่าเป็นคนกลาง ได้เปิดเวทีเสวนา ความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถภาคบังคับ เข้มแข็ง เพียงพอหรือยัง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2552ที่ผ่านมา เพื่อระดมความคิดเห็นจากหลายฝ่าย โดยเชิญ คปภ. , สมาคมประกันวินาศภัย, บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประกอบการภัยจากรถ,สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เข้าร่วมสัมมนาและให้ข้อมูล เพื่อหลังจากนี้อีก 15 วัน ทางสศค. จะทำการสรุปข้อมูลและข้อคิดเห็นต่างๆ เพื่อนำเสนอต่อกระทรวงการคลังเป็นผู้ชี้ขาดเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลพิจารณาต่อไป

สำหรับบรรยากาศบนเวทีเสวนานี้ แม้ตัวแทนบริษัทประกันภัย จะชี้แจงในทุกข้อโต้แย้งปัญหาต่างๆ ด้วยหลักการประกันภัย พ.ร.บ. ที่ไม่ใช่เหมือนระบบการประกันตน อย่างกองทุนประกันสุขภาพระบบอื่นๆ และได้พยายามปรับปรุงระบบให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นายวิวัฒน์ เกิดไพบูลย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสายกฎหมาย คปภ. กล่าวว่า หาก พ.ร.บ. ฉบับเดิมมีปัญหา ก็สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ และตามกฎหมายก็มีบทลงโทษบริษัทประกันที่ประวิงการจ่ายค่าสินไหมอยู่แล้ว หากร่วมกันปรับปรุงทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจะส่งเสริมการประกันภัยให้ประชาชนเกิดความมั่นใจมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิกหรือเปลี่ยนระบบใหม่ เพราะถ้าทุกหน่วยงานเดินตามกฎหมายแก้ไขปัญหาได้อยู่แล้ว นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทกลางฯ เตรียมแจ้งความคืบหน้าให้กับทุกบริษัทประกันภัยเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจ เพราะมองว่าหลังจากนี้การใช้ พ.ร.บ. ฉบับใหม่ มีความเป็นไปได้มากกว่า 50%

จากการที่ นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และในฐานะเป็นประธานเปิดการเสวนา กล่าวว่า ที่ผ่านมาแม้ คปภ. และบริษัทประกันจะพยายามแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังสร้างปัญหาอยู่ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีและแนวคิดในการยกเลิก พ.ร.บ.ฉบับเก่า เช่นเดียวกับดร.อัมมาร ยืนยันว่า หน่วยงานของรัฐบาลมีความสามารถควบคุมสินไหมและการบริหารจัดการกองทุนได้ดีกว่าภาคเอกชนแน่นอน และคปภ.กับบริษัทประกันภัย ไม่สมควรที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวอีก เพราะที่ผ่านมา คปภ. ไม่มีความสามารถและไม่เข้มงวดที่ดีพอในการควบคุมการให้บริการของบริษัทประกันภัยทั้งหมด จึงส่งผลให้เกิดปัญหาทั้งหมดขึ้น และควรเร่งเสนอให้มีการแก้กฎหมายเดิม โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการกองทุน เพราะสมควรให้มีหน่วยงานที่ดูแลอย่างเป็นกลางมากที่สุด

อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้ว ความเป็นไปได้ที่จะคลอด พ.ร.บ. ฉบับใหม่จึงมีความเป็นไปได้สูงมาก ทำให้ผลประโยชน์ตกสู่ภาครัฐโดยตรง จากเดิมบริษัทประกันภัย และคปภ. สามารถบริหารกองทุนนี้มีกำไรถึง 14% หากรัฐบาลบริหารรัดกุมก็จะสามารถสร้างรายได้ ในช่วงรัฐถังแตกได้ทางหนึ่ง และลดการเบียดบังเงินจากกองทุนประกันสุขภาพอื่นๆ ที่ใช้งบอุดหนุนจากรัฐบาลสูงอยู่แล้ว

แต่ระบบทางเลือกใหม่นี้ จะทำให้ประชาชนจะได้สิทธิประโยชน์เต็มที่ในระยะยาวจริงหรือไม่ ยังเป็นประเด็นต้องติดตาม ว่าภาครัฐจะบริหารความเสี่ยงอย่างไร ค่าบริหารเพียงพอจริงหรือไม่ รัฐต้องอุดหนุนหรือเพิ่มเบี้ยประกันภัย หรือปรับลดความคุ้มครองน้อยกว่าที่นำเสนอหรือในปัจจุบัน ก็จะกลายเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายที่ประชาชนในภายหลังด้วยเช่นกัน

Advertisement Replay Ad
จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์