ธปท.เผยนักธุรกิจผวาปัญหาการเมืองระลอกใหม่ หลังผลสำรวจขยับติดอันดับ 1 ใน 3 ปัจจัยเสี่ยงฉุดศก.ทรุด

ธปท.เผยนักธุรกิจผวาปัญหาการเมืองระลอกใหม่ หลังผลสำรวจขยับติดอันดับ 1 ใน 3 ปัจจัยเสี่ยงฉุดศก.ทรุด

ธปท.ชี้นักธุรกิจห่วงปัญหาการเมืองระลอกใหม่ ชี้ขึ้นมาติดอันดับ 1 ใน 3 ปัจจัยเสี่ยงทำเศรษฐกิจทรุด รองเลขาฯสอท.เชื่อไม่รุนแรงขั้นยุบสภา เหตุพรรคร่วมยังอยากเป็นรัฐบาล นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 กันยายนว่า จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการเกี่ยวกับข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จะเห็นว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เคยลดอันดับความสำคัญลงไป ได้กลับขึ้นมาเป็นข้อจำกัดในการทำธุรกิจ ในเดือนกรกฎาคมอีกครั้ง จากข้อจำกัดในการทำธุรกิจ อันดับแรกคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจ รองลงมากังวลการปรับราคาสินค้าทำได้ยาก และอันดับ 3 คือความไม่แน่นอนทางการเมือง จากเดิมในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอยู่อันดับที่ 4 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาทางการเมืองเริ่มกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง นอกจากนี้เห็นว่าความต้องการของตลาดในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เนื่องจากผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่ายส่งผลให้ผู้ผลิตมีการแข่งขันกันมากขึ้น ด้วยการลดราคาสินค้าเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด สำหรับภาวะการเงิน และสภาพคล่องของผู้ประกอบการพบว่ามีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งจากภาวะดอกเบี้ยที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และผู้ประกอบการได้รับเครดิตจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ขณะที่การให้เครดิตกับลูกค้ายังมีสัดส่วนที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอีก 3 เดือนข้างหน้าผู้ประกอบการสัดส่วน 16.5% คาดว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น และจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อฐานะการเงินของผู้ประกอบการในอนาคต ขณะที่ด้านอัตราแลกเปลี่ยนผู้ประกอบการ 48% คาดว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นนางอมรากล่าว นางอมรากล่าวว่า ภาวะธุรกิจโดยรวมในเดือนกรกฎาคมยังอ่อนตัว เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ระดับ 45 จากเดิมอยู่ระดับ 46.3 ซึ่งต่ำกว่าระดับปกติ 50 เป็นผลมาจากแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้น มาอยู่ที่ระดับ 51.3 ซึ่งสูงกว่าระดับ 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบเกือบทุกด้าน ยกเว้นแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น สำหรับดัชนีการผลิตใน 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 57.7 สอดคล้องกับดัชนีคำสั่งซื้อในประเทศและต่างประเทศที่เริ่มเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ 52.8 และคาดว่าการส่งออกจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 53.8 ชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้นด้วย นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย ส.อ.ท. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ในวันที่ 7 กันยายนนี้ จะมีการหารือเรื่องการแก้กฎหมายศุลกากร ที่เกี่ยวข้องกับการให้รางวัลนำจับ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ปัญหาเรื่องการลดการเก็บค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล และแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมรถไฟฟ้า และระบบขนส่งมวลชน เนื่องจากรัฐบาลมีโครงการที่จะพัฒนาระบบขนส่งมวลชนภายในประเทศเพิ่มเติมตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ภาคเอกชนจึงมองว่าควรจะให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศควบคู่กันไปด้วย เพื่อทดแทนการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศ และจะเป็นการช่วยให้เกิดการจ้างงานในประเทศต่อไป นายธนิตกล่าวว่า นอกจากนี้จะมีการหารือเรื่องการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมการจัดงานระดมความคิดเห็นเรื่องปัญหาการปล่อยสินเชื่อในวันที่ 10 กันยายนนี้ โดยภาคเอกชนจะเป็นผู้นำเสนอปัญหา และอุปสรรคต่อนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่จะมาเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย คาดว่าภายหลังการระดมความคิดเห็นภาคเอกชนน่าจะได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐมากยิ่งขึ้นในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งการร่วมกันระดมความคิดเห็นในครั้งนี้ภาครัฐจะได้รับทราบปัญหา และอุปสรรคของภาคเอกชนโดยตรง และทราบถึงปัญหา และแนวทางการปฏิบัติงานของธนาคารด้วยเช่นเดียวกันนายธนิตกล่าว นายสมมาต ขุนเศษฐ รองเลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่า นอกจากการระดมความคิดเห็นที่มีผู้แทน ธปท. ผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภาคเอกชน และตัวแทนจากสถาบันการเงินร่วม เพื่อหาทางปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ และลดปัญหาการเกิดหนี้เสียให้เหลือน้อยที่สุดแล้ว ที่ประชุมจะหารือเรื่องการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ของ ธปท. ที่เคยอนุมัติเงินในการปล่อยสินเชื่อซอฟต์โลนเป็นวงเงินกว่า 5 หมื่นล้านบาท สำหรับโครงการต่างๆ เช่น สินเชื่อซอฟต์โลนสำหรับผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งหลังจากที่มี พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 ธปท.จะไม่สามารถปล่อยสินเชื่อในส่วนนี้ได้ แต่ปัญหาคือ มาตรการดังกล่าวจะครบกำหนดในสิ้นปีนี้ ขณะที่ยังมีหนี้จำนวนหนึ่งที่ยังคืนไม่หมด จึงต้องหาหน่วยงานอื่นเข้ามาดูแลแทน การหารือเกี่ยวกับประเด็นปัญหานี้จะเสนอต่อกระทรวงการคลัง เพื่อหาหน่วยงานอื่นเข้ามาดูแลแทน โดยวงเงินที่ ธปท.ให้สินเชื่อมาทั้งหมด จำนวน 5 หมื่นล้านบาท และมีการขอใช้จริงไปประมาณ 3 หมื่นล้านบาทนายสมมาตกล่าว นายสมมาตกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม กกร.คงจะไม่มีการยกเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองมาพูด แต่ถ้ามีผู้เสนอเชื่อว่าจะมีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าวแน่ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของการเมืองถือเป็นเรื่องที่สำคัญ หากมีปัญหาจะกระทบต่อภาคการธุรกิจ เช่น การชุมนุมของเสื้อแดง หากเกิดขึ้นและรุนแรงเหมือนเดือนเมษายน จะส่งผลเสียต่อประเทศ ส่วนตัวเชื่อว่าการชุมนุมจะไม่รุนแรงแน่นอน ส่วนปัญหาพรรคร่วมรัฐบาลที่มีกระแสความขัดแย้งออกมา ถือเป็นเรื่องปกติในการทำงานที่ต้องเกิดขึ้น แต่จะไม่รุนแรงถึงขั้นยุบสภา เพราะทุกคนยังอยากเป็นรัฐบาลอยู่ นายสมมาตกล่าว

Advertisement Replay Ad
กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์