''ศุภมาศ พยัคฆพันธ์'' นักวิเคราะห์กองทุนรวม แนะจัดพอร์ตลงทุน

''ศุภมาศ พยัคฆพันธ์'' นักวิเคราะห์กองทุนรวม แนะจัดพอร์ตลงทุน

ศุภมาศ พยัคฆพันธ์เป็นนักวิเคราะห์กองทุนรวมคนแรกของประเทศไทย ปัจจุบันเธอทำงานอยู่ที่บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ฟิลลิป(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) การจัดตั้งฝ่ายวิเคราะห์กองทุนรวมของบล.ฟิลลิปฯเพื่อต่อยอดธุรกิจบริการขายกองทุนภายใต้ชื่อ ฟิลลิป ฟันด์ ซุปเปอร์มาร์ท ที่ปัจจุบันเป็นตัวแทนขายกองทุนรวมให้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหรือบลจ.จำนวน 21 โดยมีกองทุนให้เลือกมากถึง 500 กอง

ก่อนเข้าสู่คำแนะนำในการจัดพอร์ตเพื่อลงทุนในกองทุนรวม ศุภมาศขอทำความเข้าใจว่ากรอบการวิเคราะห์ของเธอ จะเน้นในเชิงปริมาณมากกว่าเชิงคุณภาพเพื่อเป็นการจัดอันดับกองทุนแต่ละประเภท โดยการวิเคราะห์จะอิงปัจจัยอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และสถานการณ์เศรษฐกิจ

โดยเธอคาดว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของประเทศหลักๆอย่างสหรัฐอเมริกา และยุโรป ยังคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปในระยะ 6-12 เดือนข้างหน้า เพื่อรอทิศทางเศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน รวมทั้งที่ผ่านมาอัตราดอกเบี้ยก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทำให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากขึ้น เช่น หุ้น น้ำมัน และทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวทั้งในทิศทางเดียวกันและตรงข้ามกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างผันผวนมากเช่นกัน

เช่นเดียวกับค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าต่อเนื่องจากปัจจัยการเกินดุลในประเทศและการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศเพื่อลงทุนในตลาดหุ้นไทย

จากปัจจัยข้างต้นศุภมาศจึงแนะนำสำหรับพอร์ตที่ลงทุนในระยะ 6-12 เดือนข้างหน้า ให้ลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหุ้นในประเทศและต่างประเทศ และน้ำมัน ที่ปรับขึ้นไปมากแล้ว โดยหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นไปแล้ว 40-70 % บางประเทศปรับขึ้นถึง100 % จึงมองว่าสินทรัพย์เสี่ยงจะเข้าสู่ช่วงปรับฐาน และหากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจนอาจทำให้การปรับฐานครั้งนี้ค่อนข้างรุนแรง

ขณะที่แนะนำให้พักเงินในกองทุนรวมตลาดเงิน หรือมันนี่ มาร์เก็ต ซึ่งเป็นกองทุนที่สามารถไถ่ถอนเงินลงทุนได้ทุกวัน โดยให้ลงทุนในกองทุนที่มีอายุประมาณ 3-6 เดือน เพื่อรอการปรับฐานของสินทรัพย์เสี่ยง โดยให้เพิ่มการลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน ประมาณ 15-20% ของพอร์ต แม้ว่าอัตราผลตอบแทนของกองทุนประเภทนี้จะลดต่ำกว่า 1% ต่อปีก็ตาม หรือให้ผลตอบแทนประมาณ 0.5-1% ต่อปี

สำหรับตัวอย่าง กองทุนรวมตลาดเงินที่มีสภาพคล่องสูง และมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและเงินฝากเท่านั้น คือ กองทุนเปิดฟิลลิปบริหารเงิน (P-CASH) ให้ผลตอบแทน 0.69-0.8 % ต่อปี ติดอันดับ 1 ใน 5 กองทุนรวมตลาดเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด และกองทุนเปิดกรุงศรี-พรีมาเวสท์ มันนี่(KPM) โดยในช่วง1-2 เดือนที่ผ่านมา (มิ.ย.-ก.ค.) ติดอันดับ 1 กองทุนรวมตลาดเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด ด้วยผลตอบแทน 0.94 % ต่อปี

สำหรับนักลงทุนที่ร้องยี้กับผลตอบแทนกองทุนรวมตลาดเงินศุภมาศแนะนำกองทุนรวมตราสารหนี้ พร้อมยกตัวอย่าง กองทุนรวมทหารไทยธนวัฒน์ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนรวมตลาดเงิน ประมาณ 1% เนื่องจากเป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนหลักในหุ้นกู้เอกชน แต่ก็มีตราสารหนี้ภาครัฐประมาณ 40% ของพอร์ตลงทุนด้วย

นอกจากนี้แนะนำให้ลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศด้วยเนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงกว่าในประเทศ แต่ควรเลือกลงทุนกองตราสารหนี้ภาครัฐต่างประเทศ ที่มีนโยบายลงทุนหลากหลายประเทศ โดยนอกจากจะทำให้ผลตอบแทนโดยรวมสูงกว่าการลงทุนในประเทศแล้วยังสามารถลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ด้วย เนื่องจากการลงทุนในหลายสกุลเงินจะช่วยลดความผันผวนได้เองอยู่แล้ว

กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ศุภมาศแนะนำ คือ กองทุนเปิดธนชาตโกลบอล บอนด์ฟันด์(T-Global Bond) ที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 4.9% ต่อปี ในระยะ 1 ปีข้างหน้า( นับจากสิ้นมิ.ย.52 )

ศุภมาศ ยังแนะนำสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ ประเภททองคำและน้ำมันว่า จากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่ยังมีอยู่ ฉะนั้นควรเลือกลงทุนในกองทุนที่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้ง 100%

พร้อมแนะนำกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ ที่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน คือ กองทุนเปิดเค โกลด์ (K-GOLD ) และกองทุนเปิดแอสเซทพลัสโกลด์(ASP-GOLD) สำหรับกองทุนรวมน้ำมันที่แนะนำ คือ กองทุนเปิดเค ออยล์ (K-OIL) กับ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสออยล์ (ASP-OIL)

สำหรับนักลงทุนที่ชอบการลงทุนในกองทุนทองและน้ำมัน ศุภมาศแนะนำให้เกาะติดความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจโลก

โดยหากมีสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจน ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกองทุนน้ำมัน เพราะมีโอกาสขึ้นแรงกว่าหุ้น แม้ที่ผ่านมากองทุนบริหารความเสี่ยง(เฮดจ์ฟันด์)เริ่มเข้าไปเก็บช่วงราคาน้ำมันอยู่ที่ระดับ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลก็ตาม แต่คาดว่าปี 2553 มีโอกาสที่เฮดจ์ฟันด์จะขายทำกำไร จนทำให้ราคาน้ำมันอาจปรับลงมาอยู่ที่ระดับ60-65 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล แต่นักลงทุนสามารถเข้าลงทุนได้ที่ระดับราคาดังกล่าว และยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ประมาณ 15 %ต่อปี

เช่นเดียวกับการลงทุนในหุ้น ที่ศุภมาศแนะนำว่า หลังจากได้ปรับฐานมาแล้ว แต่ในระยะ 1 ปีข้าง นักลงทุนมีโอกาสกำไรประมาณ 10-15 % ต่อปี

ส่วนทิศทางหุ้นไทย จะต้องจับตาไตรมาส4 นี้ว่าสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นหรือไม่ หากยังไม่ฟื้น ถือว่าหุ้นต่างประเทศน่าสนใจกว่า โดยหุ้นแถบเอเชียยังน่าสนใจมากที่สุด เช่น จีน อินเดีย และกลุ่มบริค (บราซิล รัสเซีย อินเดียและจีน)รวมทั้งเอเชีย- แปซิฟิก ด้วย

Advertisement Replay Ad
ไขปัญหา ค่าลดหย่อนภาษีคืออะไร?

ไขปัญหา ค่าลดหย่อนภาษีคืออะไร?

5 อาชีพเสริม ใช้ทุนน้อย แต่รายได้ดี

5 อาชีพเสริม ใช้ทุนน้อย แต่รายได้ดี

หนี้เยอะ หนี้หลายก้อน ควรจัดการอย่างไรดี?

หนี้เยอะ หนี้หลายก้อน ควรจัดการอย่างไรดี?

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์