สศค.ปรับตัวเลขศก.28ก.ย. ชี้ปีฒ53ต้องโต6.5% ไร้ปัญหาจ่ายหนี้ พท.ขย่มกม.งบฯไม่ผ่านมาร์คต้องลาออก

สศค.ปรับตัวเลขศก.28ก.ย. ชี้ปีฒ53ต้องโต6.5% ไร้ปัญหาจ่ายหนี้ พท.ขย่มกม.งบฯไม่ผ่านมาร์คต้องลาออก

สศค.ปรับตัวเลขศก.28ก.ย. ทั้งปีใหม่ เหลือลบ 2.5-3% หนุนเอดีบีใช้นโยบายคลังดัน ต้องโต6.5% จะได้ไร้ปัญหาจ่ายหนี้ สาทิตย์ ซัดเพื่อไทยยื่นตีความพ.ร.บ.งบฯ 53 ซ้ำซาก กระทบการกระตุ้นศก. พท. ขย่มต่อหากพ.ร.บ.งบไม่ผ่านฯอภิสิทธิ์ต้องลาออก มาร์คคุยต่างชาติหนุนไทยเข้มแข็ง ไม่มีอะไรบ่งชี้ศก.โตดับเบิ้ลยู

สศค.ปรับตัวเลขศก.อ้างมีปัจจัยบวก

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ด้านเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)และโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผย เมื่อวันที่ 23 กันยายนว่า สศค.จะประกาศประมาณการณ์เศรษฐกิจไตรมาส 3 วันที่ 28 กันยายน คาดว่าจะอยู่ในช่วงลบ 3-4% และจะปรับประมาณการทั้งปีใหม่อยู่ในช่วงลบ 2.5-3.5 % ดีขึ้นจากเดิมที่ประมาณการณ์ติดลบ 3-3.5% เนื่องจากขณะนี้เริ่มมีปัจจัยบวกต่างๆมากขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า เช่น จีน อินเดีย อินโดนีเซียและเวียดนาม ฟื้นตัวดีขึ้นมาก ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกของไทย

นอกจากนั้น ยังเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนจากยอดซื้อรถยนต์ และจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้มากขึ้นเป็น 3.6 หมื่นล้านบาทต่อเดือน จากช่วงต้นปี 3.1-3.2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน ซึ่งสะท้อนการบริโภคที่หดตัวน้อยลง ขณะที่การจ้างงานมากขึ้น โดยอัตราการว่างงานลดเหลือ 1.2% จากต้นปีที่อยู่ที่ 2.1% หรือมีจำนวนคนว่างงานไม่ถึง 5 แสนคนจากต้นปี 8 แสนคน จากประมาณอาจถึง 1-2 ล้านคน

หนุนเอดีบีใช้นโยบายคลังดัน

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ดังนั้นต้องเร่งเบิกจ่ายให้มากขึ้นและต่อเนื่อง เพราะจะเห็นว่าในงบกลางปี 1.16 แสนล้านที่สามารถเบิกจ่ายได้ 77-78% นั้น ส่วนใหญ่เป็นโครงการโอนเงินเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ทั้งโครงการเช็คช่วยชาติ หรือเงินผู้สูงอายุ แต่ที่เบิกจ่ายช้าคือ งบลงทุนที่จะมีการจ้างงาน

"เราเห็นด้วยกับธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย(เอดีบี) ว่านโยบายการคลังยังต้องดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้ และสิ่งที่เป็นห่วงและเห็นตรงกันคือ ความไม่มั่นคงทางการเมือง อาจจะทำให้การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งได้ไม่เต็มที่และจะทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตน้อยลงนายเอกนิติกล่าว

นายเอกนิติกล่าวต่อว่า ตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 2 น่าจะเป็นตัวบอกชัดที่สุดว่า นโยบายการคลังตัวเดียวที่ทำให้การหดตัวของเศรษฐกิจลดลง เหลือเพียงลบ 4.9% จากไตรมาสแรกที่ติดลบถึง 7.1% และน่าจะต่อเนื่องถึงไตรมาส 3 ที่หดตัวน้อยลงเช่นกัน และในไตรมาสที่ 4 แม้ว่าจะไม่ดีเท่ากับไตรมาส 3 แต่จะเป็นบวกเกือบ 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ติดลบถึง 4.2% และเชื่อว่ามีโอกาสที่จะเป็นบวกสูง หากไม่เจอปัญหาการเมืองรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออกเหมือนช่วงสงกรานต์

ต้องโต6.5%จะได้ไร้ปัญหาจ่ายหนี้

นายเอกนิติกล่าวถึงกรณีเอดีบีเตือนเรื่องภาวะฟองสบู่จากภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างว่า ประเทศไทยจะเกิดขึ้นน้อยกว่าประเทศอื่นแน่นอน เห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขซื้อบ้านที่ยังไม่เพิ่มขึ้น ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนยังติดลบ และดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังอยู่ที่ 1.25% สูงกว่าหลายประเทศที่อยู่ที่ 0-0.5% เชื่อว่าเอดีบีน่าจะเป็นห่วงประเทศอื่นที่ฉีดเงินเข้าระบบมากกว่าไทย

สำหรับข้อกังวลของนักวิชาการที่เกรงว่า การเติบโตของเศรษฐกิจไทยจะไม่เพียงพอต่อภาระการชำระหนี้ในอนาคต นายเอกนิติกล่าวว่า ศักยภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะอยู่ที่ 5-5.5% แต่ปี 2553 สศค.ใช้การประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 2.5% หากจะมีความยั่งยืนในการชำระหนี้ในภาวะที่ภาระดอกเบี้ยหนี้สาธารณะอยู่ที่ 3.8-3.9% นั้น อัตราการเติบโตเฉลี่ยของเศรษฐกิจไทยในช่วง 3 ปี จะอยู่ที่ 4% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น ขณะที่อัตรายู่ที่ 2% และรายได้ของประเทศควรจะขยายตัว 6.5% ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญว่า รัฐบาลจะต้องขับเคลื่อนเติบโตให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาในการชำระหนี้ได้

สาทิตย์ซัดเพื่อไทยยื่นตีความพ.ร.บ.งบฯ 53 ซ้ำซาก กระทบการกระตุ้นศก.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเลื่อนทูลเกล้าฯ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 เนื่องจากนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ไปยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ แล้วศาลรัฐธรรมนูญรับไว้วินิจฉัย ว่า ขณะนี้สำนักงบประมาณ ได้เตรียมที่จะไปชี้แจง แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้รัฐบาลประกาศใช้พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ทัน ทำให้รัฐบาลต้องกลับไปใช้พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ไปก่อน ซึ่งมีข้อจำกัดเยอะมาก เช่น 1.โครงการใหม่จะไม่สามารถจ่ายเงินได้ 2.โครงการอื่นต้องดูตามแผนงานที่มีไว้แล้วในปี 2552 ซึ่งหากรายละเอียดก็สามารถจ่ายเงินได้ แต่จะจ่ายได้จำกัดตามกฎหมายที่เขียนไว้ การยื่นตีความกฎหมายของนายสุรพงษ์สามารถทำได้แต่ความจริงควรคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศด้วย เพราะหากกระบวนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญล่าช้า การใช้จ่ายเงินจบประมาณซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศก็จะได้รับผลกระทบมาก

นายสาทิตย์ กล่าวว่า เคารพการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศด้วย เพราะนายสุรพงษ์ไม่ได้ยื่นครั้งเดียวแต่กลับยื่นถึง 2 ครั้ง สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน คำนึงถึงประโยชน์ประเทศชาติ ไม่ใช่เล่นเกมการเมืองอย่างเดียว ซึ่งในอนาคตคงแรงขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงเตรียมรับมือไว้ เห็นได้จากคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 กันยายน จึงคิดได้ว่ าเกมการเมืองที่ พ.ต.ท.ทักษิณวางไว้กับกลุ่มคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย ก็น่าจะมีความรุนแรงขึ้น และที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่เคยส่งสัญญาณเรื่องการเจรจาใดๆมาถึงรัฐบาลเลย ที่สำคัญการที่ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า หากขณะนี้ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่จะเลิกเล่นการเมือง ความจริงถ้าจะหยุดก็ขอให้หยุดตอนนี้ประเทศจะได้ไม่ป่วน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ต้องเดินหน้าทำงานต่อไป การเดินทางไปสหรัฐอเมริกาของนายกรัฐมนตรีเที่ยวนี้ คิดว่าประเทศไทยคงได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศมาก และจะต้องจำกัดวงความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในประเทศไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจ ดังนั้น จึงต้องใช้สื่อชี้แจงให้มากขึ้น เพราะประเมินเหตุการณ์ล่วงหน้าได้อยู่แล้ว

พท. ขย่มต่อหากพ.ร.บ.งบไม่ผ่านฯอภิสิทธิ์ต้องลาออก

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จนเป็นเหตุให้คณะรัฐมนตรีระงับการทูลเกล้าฯ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมา ว่า คาดว่า ศาลรัฐธรรมนูญคงจะเรียกตนขึ้นเบิกความในเร็วๆนี้ โดยตนจะนำพยานสำคัญ 2 ปากจากคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 คือนางฐิติมา ฉายแสง ส.ส.ฉะเชิงเทรา และนางนฤมล ธารดำรงค์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ขึ้นเบิกความด้วย เนื่องจากกมธ.ทั้ง 2 คนนี้ยืนยันว่าไม่เคยเห็นรายละเอียดของโครงการใดๆ ทั้งนี้หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพ.ร.บ.ดังกล่าวตราขึ้นไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่งตามคำร้องของตนนั้น เท่ากับว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2553 ต้องเป็นตกทั้งฉบับ และนายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบด้วย การยุบสภา หรือ ลาออกเท่านั้น

มาร์คคุยต่างชาติหนุนไทยเข้มแข็ง

ทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ให้สัมภาษณ์สดผ่านระบบเว็บคอนเฟอร์เรนซ์ มายังตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาลเมื่อเวลา 10.00น.โดยแจ้งให้ทราบถึงภารกิจต่างๆ เช่น ร่วมกิจกรรมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่นัดให้พบกับนักลงทุนที่มีกิจการในประเทศไทย และมีแนวทางการขยายการลงทุนเพิ่ม ประชุมกับผู้ประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการประชุมสัมมนาที่เตรียมแผนจัดในไทย พบกับชุมชนไทยที่สหรัฐฯ คุยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นโดยแสดงความยินดีที่เข้ารับตำแหน่ง และประธานาธิบดีจีน ย้ำคำเชิญมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนเป็นเวลาสั้นๆ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพบปะกับนักลงทุนสหรัฐฯ และผู้จัดนิทรรศการและการประชุมนั้น เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ ประทับใจประเทศไทยเป็นพื้นฐานด้านต่างๆ มีการสอบถามแนวนโยบายของรัฐบาล ซึ่งนักลงทุนให้การสนับสนุนแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เพราะเห็นว่าจะเป็นการขยายโอกาส ความสามารถในการแข่งขันและเอื้อให้ธุรกิจของนักลงทุนมีต้นทุนที่ต่ำลง

ไม่มีอะไรบ่งชี้ศก.โตดับเบิ้ลยู

ส่วนกรณีธนาคารพัฒนาเอเชีย(เอดีบี) ปรับตัวเลขคาดการณ์ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยจัดลำดับประเทศไทยต่ำสุดในอาเซียน นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้เห็นตัวเลข ขอดูตัวเลขก่อน ก่อนหน้านี้ในช่วงที่ตนแถลงผลงาน 6 เดือนรัฐบาล เคยเอาตัวเลขการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมาดู เทียบเคียงกับบางประเทศเช่น สิงคโปร์ พบว่า ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก สิงคโปร์ ในช่วงที่ตกจะตกไปต่ำกว่าไทยมาก เวลาฟื้นก็จะดูเร็วกว่า

เมื่อถามว่า มีการเปรียบเทียบตัวเลขว่าไทยจะขยายตัวแค่ร้อยละ 3 เวียดนาม ร้อยละ 6.5 อินโดนิเซีย ร้อยละ 5.4 จึงมีความเป็นห่วงของไทยจะโตแบบตัววีอย่างที่เคยบอก หรือ ตัวยู หรือ ดับเบิลยูกันแน่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นดับเบิลยู เพราะตัวเลขเดือนต่อเดือน ไตรมาสต่อไตรมาส ไปในทางบวกทั้งสิ้น ตัวเลขที่เอามาพูดถึงเป็นตัวเลขทั้งปี สมมัติว่าติดลบอยู่ที่ร้อยละ 3 หรือ 3.5 ก็ย่อมหมายความว่าครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรกแน่นอน เพราะครึ่งปีแรกอัตราติดลบมันมากกว่าร้อยละ 3 ทั้ง 2 ไตรมาส ฉะนั้นเวลานี้ยังไม่มีอะไรบ่งบอกว่าเป็นดับเบิลยู และไม่ใช่ตัวยู เพราะมันมีการดีดตัวขึ้นมาตนยังมองว่าเป็นไปตามที่เคยพูดไว้ในช่วงต้นปีว่าการฟื้นตัวจะเป็นลักษณะนี้ ส่วนการฟื้นตัวของเวียดนามและอินโดนิเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยจากปัญหาเศรษฐกิจโลก

นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์จากประเทศสหรัฐอเมริกาผ่านระบบเว็บคอนเฟอร์เรนซ์ ว่า สิ่งที่นายกฯกล่าวกับชุมชนชาวไทยในการให้ความมั่นใจถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและสังคมไทย รวมถึงความมุ่งมั่นที่รัฐบาลพยายามนำมาซึ่งความปรองดองแห่งชาติ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

Advertisement Replay Ad
จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์