''ทนง''แขวะรัฐเหลียวดูส่งออกยังน้อยไป แนะเพิ่มศักยภาพการผลิต-หาตลาดใหม่ มองศก.ไทย 3 ปีโตเฉลี่ย2- 3%

''ทนง''แขวะรัฐเหลียวดูส่งออกยังน้อยไป แนะเพิ่มศักยภาพการผลิต-หาตลาดใหม่ มองศก.ไทย 3 ปีโตเฉลี่ย2- 3%

กูรูเศรษฐกิจ ทนง ชี้เศรษฐกิจไทยปีหน้ากลับเป็นบวก 2 - 3% แน่ แต่ยังต่ำกว่าการศักยภาพ แนะรัฐบาลเร่งเดินหน้ากระตุ้นกำลังการผลิต / หาตลาดส่งออกใหม่ๆ ผลักดันการเติบโตของการส่งออก ขณะที่โครงการไทยเข้มแข็งควรขยายระยะเวลาการลงทุน การเน้นพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ควรมี พร้อมควรกำหนดแผนการชำระหนี้ที่ชัดเจน

ดร.ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง บริบทการเงินใหม่หลังวิกฤติเศรษฐกิจโลก ในงานประชุมเชิงวิชาการด้านเศรษฐกิจมหภาคและบัญชีประชาชาติ ประจำปี 2552 เรื่องวิกฤติการเงินโลกกับการเปลี่ยนแปลงภาคการเงินไทย ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2552 ว่า ล่าสุดแม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น และได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่จะฟื้นในลักษณะใดขณะนี้คงไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน แต่ในระยะสั้นอาจมีแนวโน้มที่จะลากเป็นรูป U Shape โดยที่จะกลับเป็นบวกในช่วง 2 - 3 ปีข้างหน้า แต่ทั้งนี้หากภาคธุรกิจไม่สามารถขยายตัวทัน หากการอัดฉีดงบประมาณภาครัฐบาลทั่วโลกแผ่วลง อาจส่งผลให้เศรษฐกิจดิ่งเหวได้อีกครั้ง

โดยเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้อย่างแท้จริงต้องมาจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ฟื้นตัว ดังนั้นจะบอกว่าเศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดคงไม่ได้ ส่วนการส่งออกที่ดีขึ้น ต้องดูว่าดีขึ้นเพราะอะไร มีความยั่งยืนมากน้อยแค่ไหน เพราะขณะนี้การส่งออกเป็นการสั่งซื้อสินค้าจากความต้องการเดิมที่หายไป และความต้องการบริโภคสินค้าที่จำเป็นของประเทศพัฒนาแล้ว ยังไม่ใช่การส่งออกสินค้าที่มาจากความต้องการใหม่ๆที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวในลักษณะใด จะเป็น V , L หรือ W ต้องในเวลาอย่างน้อย 6 - 12 เดือน จึงจะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจน และหากรัฐบาลหมดแรงที่จะอัดฉีดงบประมาณต่อ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจคว่ำลงอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลทั่วโลกพยายามผลักดันให้ประเทศอื่นทำการอัดฉีดงบประมาณต่อไป

ทั้งนี้จากวิกฤติโลกครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยค่อนข้างรุนแรง จากภาคส่งออกที่ถูกกระทบ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ด้วยการช่วยพยุงและลดความเดือดร้อนของภาคส่งออก การเพิ่มศักยภาพการผลิตภาคเอกชนให้เต็มกำลังผลิต จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 50% ซึ่งนับว่าอยู่ในระดับต่ำมาก ฉะนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีการหาตลาดใหม่ๆ ทางการส่งออก และช่วยให้การส่งออกเติบโตเร็วที่สุด

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลเข้ามาดูแลภาคส่งออกนี้ค่อนข้างน้อย แต่กลับทำการอัดฉีดเม็ดเงิน เพื่อสร้างอำนาจการบริโภคให้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นการกระตุ้นที่ไม่ตรงจุด เพราะไม่ได้ช่วยในด้านความสามารถการผลิตที่ยั่งยืน

ดร.ทนงกล่าวเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ในปี 2553 เฉลี่ย 2.0 - 3.0% จากผลของการอัดฉีดงบประมาณภาครัฐ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แต่เบื้องต้นพิจารณาเห็นว่า ระดับการเติบโตดังกล่าวยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบอัตราการเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาที่ควรเติบโตไม่น้อยกว่า 4.0 - 6.0% ฉะนั้นภาครัฐจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้มากขึ้น

ปัจจุบันกำลังการผลิตที่อยู่ประมาณ 50% ซึ่งถือว่าน้อยมาก แต่การจะเพิ่มขึ้นนั้นมันไม่ยาก มันอยู่ที่กลยุทธ์ของรัฐบาล ส่วนภาระหนี้ของรัฐบาลจริงๆแล้ว ไม่ควรเกิน 50 - 55% แต่รัฐบาลเพิ่มไปที่ 60% แต่ก็ไม่น่าห่วง เพราะต้องดูว่า เมื่อขาดดุล 60% แล้วประเทศจะเติบโตได้กี่เปอร์เซ็นต์ หากโตได้ปี 2 - 3 % / ปี จะน่ากลัวมาก เพราะเงินที่มีในจีดีพีจะนำมาใช้หนี้เป็นหลัก เงินที่จะเอาไปลงทุนจากเดิมที่มีถึง 15 - 25% ไม่มี ซึ่งอนาคตน่าเป็นห่วง อดีตรมว.คลังกล่าว

อดีตรมว.คลังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ประเทศไทยควรมีการปรับเกณฑ์การกำกับดูแลใหม่ และพยายามรวมกลุ่มทางการค้ากับภูมิภาค รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ในส่วนของโครงการๆไทยเข้มแข็ง เป็นเรื่องที่รัฐบาลพยายามเน้นแก้ไขเรื่องระบบขนส่งพื้นฐานของประเทศ ที่ยังต้องเดินหน้าต่อไป แต่ที่น่าห่วงคือ รัฐบาลไม่ได้คำนึงถึงแนวทางการชำระหนี้ในอนาคต และการที่รัฐบาลคาดผลของโครงการจะทำให้เศรษฐกิจที่ระดับ 5.0% / ปี เป็นการประเมินภาพในทางบวกมากเกินไป

เศรษฐกิจยังไม่เติบโตได้ดีขนาดนั้นใน 2 - 3 ปีข้างหน้า อย่างมากคงเติบโตเพียง 2 - 3% เนื่องจากอำนาจการบริโภคในโลก คงยังไม่กระเตื้องขึ้นมาก ดังนั้นจึงต้องเริ่มคิดต่อว่า ไทยเข้มแข็งอาจจะไม่ได้ช่วย หรืออาจจะเร็วเกินไปที่จะลงทุนมากขนาดนั้นใน 3 ปี ต้องพยายามขยายระยะเวลาการลงทุนออกไป แต่โดยส่วนตัวไม่ห่วง เพราะเชื่อว่าโครงการเหล่านี้ประเทศไทยฝันแบบนี้มาตลอด และส่วนใหญ่จะใช้เวลานาน ตั้งเป้า 3 ปี แต่จริงๆใช้เวลาถึง 15 หรือ 30 ปี ซึ่งไทยเข้มแข็งหากใช้เวลา 10 ปี และทำได้ ถือว่าเก่งแล้ว รัฐบาลก็ให้ความหวังที่จะพยายามเร่งรัดขึ้นมา แต่ล่าสุดโครงการที่ผ่านการประมูลไปแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ เนื่องจากยังติดทั้งในด้านข้อกฎหมาย ระเบียบต่างๆ ดร.ทนงกล่าว

Advertisement Replay Ad
มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์