มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังไม่ส่งผลกระตุ้นการบริโภคอย่างชัดเจน

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังไม่ส่งผลกระตุ้นการบริโภคอย่างชัดเจน

ฉบับนี้ผมขอนำท่านผู้อ่านกลับมาติดตามสถานการณ์ล่าสุดของเศรษฐกิจสหรัฐฯว่ามีความคืบหน้าอย่างไร หลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ารวม 787,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ภาพโดยรวมของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯจะเน้นการโอนเงินในรูปแบบต่างๆ ให้กับประชาชนมากกว่าจะเป็นการลงทุนโดยตรงของรัฐ โดยเฉพาะในปี 2552 ที่รัฐบาลสหรัฐฯมีการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ในระดับต่ำเพราะมาตรการเกือบทั้งหมดจะเป็นการโอนเงินให้ประชาชนและการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในลักษณะนี้จะส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะนำเงินที่ได้รับโอนมาไปใช้จ่ายมากน้อยขนาดไหน นอกจากนี้ เม็ดเงินส่วนใหญ่ของมาตรการจะถูกใช้ระหว่างปี 2552 - 2554 ถ้าหลังจากนี้แล้วการใช้จ่ายภาคเอกชนโดยเฉพาะการบริโภคยังไม่ฟื้นตัว จะทำให้แรงผลักที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวต่ออ่อนแรง ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดชี้ว่า มาตรการที่ใช้ยังมีผลต่อการบริโภคของภาคเอกชนอย่างจำกัด จึงมีความเป็นไปได้ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯในครั้งนี้อาจจะไม่ยั่งยืน

ในการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯครั้งนี้ มูลค่าประมาณครึ่งหนึ่งเป็นการโอนเงินให้ประชาชนในรูปแบบต่างๆ เช่น การโอนเงินครั้งเดียวให้ประชาชน คนละ 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ, การลดภาษีเงินได้ 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อคนหรือ 800 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อครอบครัว นอกจากนี้ ยังมีการโอนเงินในรูปแบบอื่นๆ เช่น การให้เงินช่วยเหลือทหารผ่านศึกเพิ่มเติม การให้เงินช่วยเหลือประกันสังคมเพิ่มเติม และการเพิ่มเงินบำนาญให้กับพนักงานรถไฟที่เกษียณ โดยมาตรการทั้งหมดมีเป้าหมายให้ประชาชนนำเงินดังกล่าวไปใช้ในการบริโภค เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดตัวลงไป อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาต่างๆ และข้อมูลล่าสุด แสดงค่อนข้างชัดเจนว่าการบริโภคไม่ได้เพิ่มขึ้นดังที่รัฐบาลคาดหวังไว้

การศึกษาโดยศ.Robert J. Barro แห่งมหาวิทยาลัย Harvard พบว่า มาตรการของรัฐบาลสหรัฐฯแทบไม่มีผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ เลย ข้อสรุปของศ. Barro สอดคล้องกับข้อมูลการใช้จ่ายในการบริโภคในไตรมาส 2 ที่ลดลงร้อยละ 1.0 จากไตรมาสแรก (หลังจากที่เคยขยายตัวจากไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วในอัตราร้อยละ 0.6) แม้ว่าในไตรมาส 2 เศรษฐกิจจะหดตัวลดลงเหลือเพียงร้อยละ1.0 (จากที่หดตัวร้อยละ 6.4 ในไตรมาส 1) ก็ตาม

สาเหตุที่เศรษฐกิจสหรัฐฯหดตัวน้อยลงในไตรมาส 2 ทั้งๆ ที่การบริโภคหดตัว ก็เนื่องมาจากการลงทุนหดตัวลดลง โดยในไตรมาสนี้การลงทุนหดตัวเพียงร้อยละ 24.4 จากที่เคยหดตัวถึงร้อยละ 50 ในไตรมาสแรก เหตุผลที่การลงทุนหดตัวลดลงคาดว่าน่าจะมาจากการที่ตลาดการเงินปรับตัวดีขึ้น ทำให้มีการปล่อยสินเชื่อ ขณะเดียวกันธุรกิจก็ลดการตื่นตระหนก ทำให้การลงทุนมีเสถียรภาพมากขึ้นในไตรมาส 2 อีกทั้งการที่ภาครัฐเร่งการใช้จ่ายทั้งในการบริโภคและการลงทุน ซึ่งทำให้การใช้จ่ายรวมของภาครัฐขยายตัวถึงร้อยละ 6.4 ในไตรมาส 2 จากที่หดตัวร้อยละ 2.6 ในไตรมาสก่อน ก็มีส่วนอย่างมากที่ทำให้เศรษฐกิจหดตัวลดลง จึงกล่าวได้ว่า การหดตัวที่ลดลงของเศรษฐกิจสหรัฐฯในไตรมาส 2 เป็นผลมาจากการลงทุนของภาคเอกชนที่เริ่มมีเสถียรภาพบวกกับการขยายตัวของการใช้จ่ายภาครัฐ แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่มีผลต่อการบริโภคแต่อย่างใด

ผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าทำไมเมื่อมีการโอนเงินให้ประชาชนแล้วกลับไม่มีการนำเงินเหล่านั้นไปใช้จ่าย เหตุการณ์นี้อธิบายได้ง่ายๆ จากทฤษฎีการบริโภคของศ. Milton Friedman และศ. Franco Modigliani ที่กล่าวโดยย่อได้ว่า การบริโภคจะขึ้นอยู่กับการคาดการณ์รายได้ตลอดชีวิตไม่ใช่รายได้ในปัจจุบัน เมื่อรัฐบาลโอนเงินให้ประชาชนเพียงครั้งเดียวจึงไม่มีผลต่อการคาดการณ์รายได้ในอนาคตและรายได้ตลอดชีวิตว่าจะเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผลต่อการบริโภคในปัจจุบันจึงมีอย่างจำกัด นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก เช่น ครัวเรือนมีหนี้สินมาก มูลค่าสินทรัพย์หรือความมั่งคั่งที่ลดลงมากจากการลดลงของราคาบ้านและดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ และการว่างงานยังมีสูงมาก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กดดันให้ครัวเรือนออมเงินมากขึ้นและบริโภคลดลง

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าการบริโภคภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัว แม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะการโอนเงินให้ประชาชน ซึ่งถ้าการบริโภคของสหรัฐฯยังไม่ฟื้นตัวในปีหน้า จะส่งผลระยะยาวต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯในปี 2554 อย่างมาก เนื่องจากการใช้จ่ายในการบริโภคของภาคเอกชนมีสัดส่วนสูงถึงประมาณร้อยละ 70 ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ (GDP) และถ้าการบริโภคไม่ฟื้นตัวก็จะทำให้การลงทุนขยายตัวได้อย่างจำกัด เนื่องจากอุปสงค์ของสินค้าและบริการไม่ได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ จากการศึกษาของสำนักงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (Congressional Budget Office) พบว่า แม้ว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีระยะเวลา 10 ปี ทว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลต่อเศรษฐกิจอย่างมากในปี 2553 ถ้าการทุ่มการใช้จ่ายของภาครัฐในครั้งนี้ไม่ทำให้การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวในปี 2554 เพื่อที่จะผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจแทนกลไกของภาครัฐ รัฐบาลสหรัฐฯอาจจะไม่มีกำลังเพียงพอที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังจากนั้น เพราะมีหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูงมาก ดังนั้น เศรษฐกิจสหรัฐฯอาจจะชะลอตัวลงมากหรือหดตัวได้ในปี 2554 ซึ่งผู้อ่านควรจะติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด

Advertisement Replay Ad
เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์