มาร์คฟุ้งปั้นจีดีพีปี53โต4%-13ต.ค.ครม.ถกไทยเข้มแข็งล็อต3

มาร์คฟุ้งปั้นจีดีพีปี53โต4%-13ต.ค.ครม.ถกไทยเข้มแข็งล็อต3

ที่โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ร่วมงานสัมมนาในหัวข้อ "เศรษฐกิจไทยภายใต้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จัดโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "นายกฯ รวมพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวหน้า โดยมีใจความสำคัญว่า รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในภาวะที่หลายฝ่ายวิตกกังวล เพราะโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่สุดในรอบ 80 ปี ซึ่งถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ กอปรกับประเทศไทยตกอยู่ในภาวะขัดแย้งทางการเมืองต่อเนื่อง 2-3 ปี ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศถูกบั่นทอน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าในช่วง 9 เดือนก่อน หลายฝ่ายวิตกกับสถานการณ์ความรุนแรง ความไม่ปกติจากการมีนายกฯ ถึง 4 คนในรอบปี ดังนั้นการแก้ปัญหาบ้านเมืองจึงเกี่ยวพันกันหมด หากไม่คิดแก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจก็เดินหน้ายาก และอาจกลายเป็นวิกฤตด้านความมั่นคงของประเทศได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามได้บอกผู้เกี่ยวข้องว่าอย่าให้เรื่องอื่นๆ มาเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือทำให้เสียสมาธิในการทำงาน ไม่ว่าปัญหาเฉพาะหน้าจะหนักเพียงใด หรือมีคนประเมินว่ารัฐบาลจะฝ่ามรสุมไปได้หรือไม่ แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือรัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพียงอย่างเดียว แต่มีหน้าที่วางรากฐานที่มั่นคงให้ประเทศด้วย ดังนั้นอย่าให้การแก้ปัญหาหนึ่งไปสร้างอีกปัญหาหนึ่ง หรือบั่นทอนศักยภาพของประเทศ นายกฯ กล่าวต่อว่า ในระยะแรก รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเน้นช่วยเหลือประชาชน และทำให้เงินหมุนลงไปในระบบผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการเรียนฟรี 15 ปี, โครงการเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท, โครงการเลี้ยงผู้สูงอายุ ฯลฯ ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างมาก แต่ในช่วงเดือนมีนาคมเงินก็เริ่มไปถึงมือประชาชน และพบว่าตัวเลขเศรษฐกิจตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมามีแนวโน้มดีขึ้น จึงถือว่ามาตรการต่างๆ ได้ทำหน้าที่หยุดยั้งการไหลลง และสามารถประครองเศรษฐกิจได้ นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ส่วนในระยะที่ 2 รัฐบาลได้เตรียมแผนปฏิบัติการ "ไทยเข้มแข็ง ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 3 ปีมานี้ เนื่องจากมีเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท โดยรัฐบาลได้อนุมัติโครงการต่างๆ ไปแล้ว 2 แสนล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และล่าสุดมีข่าวดีจากกระทรวงการคลังว่าสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น 1.5 แสนล้านบาท ก็จะนำมาทำโครงการตามปฏิบัติการ "ไทยเข้มแข็ง ซึ่งในการประชุมครม. วันที่ 13 ตุลาคมนี้ ครม. จะได้พิจารณาโครงการต่างๆ เพิ่มเติมตามกรอบงบประมาณ 1.5 แสนล้านบาท อาทิ โครงการกองทุนหมู่บ้าน โครงการรับประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร ฯลฯ นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า จากการไล่ดูตัวเลขทางเศรษฐกิจล่าสุดพบสัญญาณบ่งบอกว่าทุกอย่างเริ่มดีขึ้น จากที่การเจริญโตโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ติดลบร้อยละ 7.1 ก็เหลือติดลบร้อยละ 4.9 ในไตรมาส 2 จึงรู้สึกมั่นใจว่าในไตรมาส 3 นี้จะติดลบไม่เกินร้อยละ 3 และกลับสู่แดนบวกอย่างแน่นอนในไตรมาส 4 ส่วนในปี 2553 ก็มีหลายสำนักประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจจะโตร้อยละ 3 แต่เราจะพยายามทำให้ได้ร้อยละ 4 "ขณะนี้เราอาจก้าวพ้นปัญหาที่เคยวิตกเมื่อ 9 เดือนก่อนไปได้ เพราะตัวเลขการว่างงานที่เคยกลัวกันว่าจะพุ่งถึง 2 ล้านคน ได้หยุดที่ 5-7 แสนคนแล้ว ส่วนเศรษฐกิจที่เคยคิดกันว่าจะติดลบในปี 2553 ก็แน่ชัดแล้วว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะตายใจ หรือประมาท แต่สิ่งสำคัญคือการได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งภาคกชน ภาคประชาชน และภาคการเมือง นายกรัฐมนตรีกล่าว นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของภาคเอกชน รัฐบาลได้รับฟังความคิดเห็นผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมเอกชนและภาครัฐ (กรอ.) ส่วนภาคประชาชน ตนได้พยายามพูดคุยและสร้างความสมดุลระหว่างการให้เอกชนทำงานได้ กับการรักษาสิทธิและดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างกรณีมาบตาพุด จ. ระยอง ที่มีปัญหาเรื่องมาตรา 67 ของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อมีกระบวนการศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ต้องยอมรับว่าไม่ง่าย ก็จะพยายามหาจุดที่ลงตัวเพื่อให้เดินหน้าไปได้ ขณะที่เรื่องการเมืองได้พยายามบริหารจัดการ โดยให้ความสำคัญกับรัฐสภา พร้อมกับการเคารพสิทธิของประชาชน และจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเมื่อเดือนเมษายนอีก "แน่นอนว่าความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา ส่วนหนึ่งเป็นความรับผิดชอบของผมและครม. แต่ปัจจัยสำคัญที่สุดคือสภาวะแวดล้อมที่เอื้อให้ทุกฝ่ายทำงานได้ ซึ่งภายหลังผมได้เดินทางไปต่างประเทศก็ได้รับทราบว่านานาประเทศเข้าใจและมั่นใจในมาตรการด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลอย่างชัดเจน แต่ที่มีคำถามกันมากคือเรื่องการเมืองไทยและสังคมไทยว่าเรามีวิธีจัดการหรือไม่ ซึ่งผมตอบว่ามี แต่ไม่มั่นใจว่าจะทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็นประเทศชาติสะดุด หรือเสียโอกาส ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับคนส่วนใหญ่ว่าจะช่วยกันทำอย่างไรไม่ให้บ้านเมืองสะดุด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนให้เดินหน้าไปได้ นายกฯ กล่าว

Advertisement Replay Ad
กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์