อายุไม่ถึง ขอเงินชราภาพจากประกันสังคมก่อนได้หรือไม่

อายุไม่ถึง ขอเงินชราภาพจากประกันสังคมก่อนได้หรือไม่

อายุไม่ถึง ขอเงินชราภาพจากประกันสังคมก่อนได้หรือไม่

Money Hub

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ที่ทำงานมีรายได้ประจำกับบริษัทจะต้องสมทบเงินส่วนหนึ่งจากรายได้ทุกเดือนเพื่อเข้ากองทุนประกันสังคม โดยนายจ้างจะเป็นผู้หักเงินสมทบนี้ เพื่อนำส่งเองและนายจ้างจะสมทบอีกครึ่งหนึ่งทุกเดือนเช่นกัน เงินสมทบในอัตรา 5% ของเงินเดือนหรือสูงสุดไม่เกิน 750 บาทนี้ เงินส่วนใหญ่ คือ 60% หรือ 3 ใน 5 หรือเท่ากับ 450 บาท จะเป็นส่วนที่เป็นเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ หรือเป็นค่าเบี้ยชราภาพที่เราจะได้รับคืนเมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และเงินค่าสงเคราะห์บุตร เป็นค่าเบี้ยที่เราจ่ายไปแบบไม่สูญเปล่า

ส่วนที่เหลืออีก 40% จะเป็นค่าเบี้ยประกันกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เบิกคลอดบุตร เสียชีวิต ว่างงาน ซึ่งหากเราไม่ได้ใช้สิทธิ์เบิกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เราก็จะไม่ได้รับค่าเบี้ยนี้คืน เป็นส่วนค่าเบี้ยที่เราจ่ายทิ้งนั่นเอง


กรณีที่ผู้ทำงานมีรายได้ประจำและส่งเงินสมทบประกันสังคมมาตลอด แต่มีอายุยังไม่ถึง 55 ปีบริบูรณ์ อยากจะขอเงินชดเชยเบี้ยชราภาพก่อนได้หรือไม่ เป็นคำถามที่หลายคนอยากทราบ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกับภาพรวมและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนประกันสังคมก่อนว่าทำขึ้นเพื่ออะไร กองทุนประกันสังคมมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นกองทุนที่เป็นหลักประกันให้กับผู้มีรายได้ที่ส่งเงินสมทบต่อเนื่อง ให้สามารถเบิกค่าใช้จ่ายทดแทนได้ ในกรณีเกิดเจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ ที่จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล กรณีคลอดบุตรและต้องเลี้ยงดูบุตร รวมถึงกรณีเบิกค่าใช้จ่ายหากเกิดการว่างงานขึ้นและถือเป็นเงินออมไว้ใช้ในยามเกษียณอีกด้วย


ดังนั้นในส่วนของเงินชดเชยค่าเบี้ยชราภาพที่ทางประกันสังคมมีข้อกำหนดไว้ว่า จะสามารถใช้สิทธิ์เบิกเงินชดเชยได้ในกรณีที่ผู้ประกันตนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ เท่านั้น จึงเป็นข้อกำหนดที่จำเป็นเพื่อให้ได้วัตถุประสงค์ของเงินสมทบที่ออมไว้ใช้ในยามเกษียณ หากผู้ประกันตนมีอายุไม่ถึง 55 ปีบริบูรณ์ จึงไม่สามารถขอเบิกค่าชดเชยกรณีชราภาพได้ ยกเว้นกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อนอายุ 55 ปีเท่านั้น ประกันสังคมถึงจะจ่ายเงินชดเชยให้กับทายาทผู้มีสิทธิ์รับผลประโยชน์


มีหลายความเห็นที่ท้วงติงในเรื่องนี้ว่าทางประกันสังคมควรเปลี่ยนแปลงให้สามารถเบิกใช้สิทธิ์ได้ก่อนที่จะมีอายุ 55 ปีบริบูรณ์ ในความเห็นของผู้เขียนคิดว่าหากประกันสังคมทำแบบนั้น เรื่องการออมเพื่อใช้ในยามเกษียณก็จะไม่สามารถทำได้ตามวัตถุประสงค์ บางคนคิดถึงขั้นหากเราเสียชีวิตไปก่อน เราก็จะไม่ได้ใช้เงิน หรือบางคนคิดว่าเงินของเราเราควรมีสิทธิ์เลือกแต่ทำแบบนี้เหมือนโดนบังคับ นั่นคงเป็นเพราะเรายังไม่เคยแก่ ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์ชดเชยเงินชราภาพ และไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของประกันสังคมนั่นเอง


อย่าลืมว่าเงินสมทบที่เราจ่ายให้กับประกันสังคมทุกเดือน จะคิดที่ฐานเงินเดือนสูงสุดแค่ 15,000 บาท เท่านั้นเอง ไม่ว่าเงินเดือนของเราจะเป็นกี่หมื่น กี่แสน หรือกี่ล้าน เราก็จ่ายสมทบแค่เดือนละ 750 บาทสูงสุด ไม่ได้บังคับไปมากกว่านี้ ที่สำคัญหากเราทำงานกับนายจ้าง นายจ้างจะสมทบอีก 100% คือ 750 บาททุกเดือน เป็นเงินที่จะมาเป็นส่วนเพิ่มให้กับค่าชดเชยเบี้ยชราภาพให้กับเราได้อีกเท่าตัวเลยทีเดียว และหากระยะเวลาในการทำงานของเรายาวนานพอ ส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงตอนเกษียณเงินชดเชยค่าเบี้ยชราภาพที่จะได้แม้จะไม่มากแต่ก็ถือว่าไม่น้อยเช่นกัน


เรามาลองดูกันในรายละเอียดว่าสิทธิ์และเงื่อนไขในการเบิกค่าชดเชยกรณีชราภาพนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง


เงินบำเหน็จชราภาพ รับค่าชดเชยกรณีชราภาพเป็นเงินก้อน

• กรณีส่งเงินสมทบไม่ครบ 12 งวด เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จะได้รับเงินชดเชยเป็นเงินก้อนเรียกว่าเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวนเงินที่ตัวเองส่งสมทบไปเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ในกรณีส่งเงินสมทบอัตราสูงสุดที่ 750 บาทต่อเดือน หากส่งเงินสมทบแค่ 10 เดือน เงินชดเชยที่ได้ก็จะได้เท่ากับ 450 x 10 = 4,500 บาท

• กรณีส่งเงินสมทบครบ 12 งวด แต่ไม่ถึง 180 งวด เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จะได้รับเงินชดเชยเป็นเงินก้อนหรือบำเหน็จเช่นเดียวกับกรณีแรก แต่จะได้มากกว่าคือได้ส่วนที่นายจ้างสมทบเพิ่มด้วย เช่น หากส่งเงินสมทบทั้งหมด 48 เดือน เงินชดเชยที่ได้จะเท่ากับ 450 x 48 = 21,600 บาท บวกเงินสมทบของนายจ้าง 450 x 48 = 21,600 บาท รวมเป็น 43,200 บาท และยังได้ผลประโยชน์ตอบแทนในแต่ละปีตามตารางผลประโยชน์ที่ทางประกันสังคมประกาศไว้เพิ่มเติมด้วย โดยอ้างอิงได้จาก

http://www.sso.go.th/wpr/category.jsp?cat=873


เงินบำนาญชราภาพ รับค่าชดเชยกรณีชราภาพเป็นเงินรายเดือนจนกว่าจะเสียชีวิต

กรณีส่งเงินสมทบครบ 180 งวด เมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ จะได้รับเงินชดเชยเป็นเงินรายเดือนหรือเงินบำนาญชราภาพ โดยเงินบำนาญที่จะได้รับแต่ละเดือน จะคิดจาก 20% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ปกติอัตราเงินเดือนสูงสุดที่ประกันสังคมคิดจะอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน) ส่วนที่ส่งเงินสมทบเกิน 180 งวด ทุก ๆ 12 งวดที่สมทบเพิ่มทางประกันสังคมยังคิดโบนัสเพิ่มให้อีก 1.5% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายให้ด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากส่งเงินสมทบมาเป็นเวลา 20 ปี คือ 240 งวด มีวิธีคิดเงินบำนาญรายเดือนดังนี้


เงินบำนาญรายเดือน = {[20+(1.5*(t-15))]*w}/100


w = ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
t = ระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบกรณีชราภาพ


ส่งเงินสมทบ 15 ปี ได้เงินชดเชย
{[20+(1.5*(15-15))]*15,000}/100 = 20% x 15,000 = 3,000 บาท

ส่งเงินสมทบ 18 ปี ได้เงินชดเชย
{[20+(1.5*3)]*15,000}/100 = 24.5% x 15,000 = 3,675 บาท

เป็นต้น

ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญชราภาพเป็นจำนวน 3,675 บาททุกเดือน จนกว่าจะเสียชีวิตหรือหากเสียชีวิตก่อน คือ ภายใน 5 ปี ทายาทจะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อนเป็นจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญชราภาพที่จะได้รับ หากเป็นกรณีตามตัวอย่างทายาทก็จะได้รับเงิน 3,675 x 10 = 36,750 บาท


มีหลายคนที่ตั้งข้อสังเกตว่าหากเสียชีวิตเร็วเงินชดเชยที่ได้รับกรณีเป็นเงินบำนาญก็จะไม่คุ้ม อย่างตัวอย่างข้างต้น เราจ่ายเงินสมทบส่วนของเบี้ยชราภาพไปทั้งหมดเป็นเงิน 450 x 216 = 97,200 บาท หากเสียชีวิตภายใน 5 ปี หลังเกษียณอายุ 55 ปี ทายาทจะได้รับเงินเพียง 36,750 บาท เท่านั้น หากคำนวณจากเบี้ยที่เราส่งไปเหมือนว่าจะขาดทุนหรือไม่ แต่อย่าลืมว่ากองทุนประกันสังคมนั้น เป็นกองทุนที่เป็นหลักประกันให้แก่ผู้ประกันตนในกรณีต่างๆ และอายุขัยเฉลี่ยของคนในปัจจุบันก็ถือว่ายืนยาวมากขึ้น

หากคิดในมุมกลับกันบ้างว่า ผู้ประกันตนมีอายุยืนยาวไปอีก 20 ปี หลังอายุ 55 ปี เท่ากับว่าผู้ประกันตนเสียชีวิตลงตอนอายุ 75 ปี ยอดเงินบำนาญชราภาพที่ได้รับตลอด 20 ปี จะเป็นยอดเงินสูงถึง 3,675 x 12 x 20 = 882,000 บาทเลยทีเดียว


เงินออมที่ส่งสมทบประกันสังคมเพื่อใช้ในยามเกษียณไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญเป็นเงินที่เราไม่ได้ส่งสมทบไปฟรี ๆ สุดท้ายเงินก้อนนี้ก็จะกลับมาให้เราได้ใช้ทำประโยชน์ สามารถสร้างความอุ่นใจให้ตัวเราเองและคนในครอบครัว เป็นกองทุนที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชน แม้จะไม่ใช่จำนวนเงินที่มากนักแต่ก็สามารถช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนของเราได้เช่นกัน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเงินชราภาพสามารถหาอ่านได้ที่

http://www.sso.go.th/wpr/category.jsp?cat=873

สนับสนุนเนื้อหาโดย MoneyHub

Advertisement Replay Ad
ชี้ช่องรวย! 10 ธุรกิจดาวรุ่งในปี 2561

ชี้ช่องรวย! 10 ธุรกิจดาวรุ่งในปี 2561

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

รู้ก่อนรวย! เปิดโผธุรกิจดาวรุ่ง ดาวร่วง ปี 61

รู้ก่อนรวย! เปิดโผธุรกิจดาวรุ่ง ดาวร่วง ปี 61

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

7 เว็บขายของออนไลน์ฟรี ไม่ต้องตั้งร้านให้เสียเวลา

7 เว็บขายของออนไลน์ฟรี ไม่ต้องตั้งร้านให้เสียเวลา

เก็บเงินให้อยู่ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่รู้จักคำว่า 'เริ่มต้น'

เก็บเงินให้อยู่ ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่รู้จักคำว่า 'เริ่มต้น'

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

กำจัดหนี้อย่างไรไม่ให้มีหนี้เพิ่ม-หนี้สะสมค้างอยู่

กำจัดหนี้อย่างไรไม่ให้มีหนี้เพิ่ม-หนี้สะสมค้างอยู่

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

​SME ควรรู้! 4 พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยปี 2018

​SME ควรรู้! 4 พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยปี 2018

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Alibaba'

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Alibaba'

เปิดรับฟังกฎหมายภาษีออนไลน์ก่อนนำเสนอเข้า ครม.พิจารณา

เปิดรับฟังกฎหมายภาษีออนไลน์ก่อนนำเสนอเข้า ครม.พิจารณา

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์