5 เคล็ดลับวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปี 2558

5 เคล็ดลับวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปี 2558

5 เคล็ดลับวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือนในปี 2558

AomMoney

สนับสนุนเนื้อหา

สวัสดีคร้าบบ วันนี้ @TAXBugnoms กลับมาพร้อมกับบทความใหม่ที่ใครๆหลายคนถามหา กับเรื่อง “การวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือน” สำหรับปี 2558 นี้คร้าบบบ

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา.. เรามาเริ่มต้นที่คำถามแรกกันก่อนครับว่า เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ทุกคนคงทราบดีว่า “มนุษย์เงินเดือน” (กรณีที่เป็นโสดและไม่มีค่าลดหย่อนอื่นๆ) เมื่อมีรายได้มากกว่า 240,000 บาท หรือประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน มีหน้าที่ต้องเสีย “เงินได้บุคคลธรรมดา”

โดยขั้นตอนแรกของการเสียภาษีนั้น เราจะถูกนายจ้างหรือบริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในทุกๆเดือนเมื่อถึงเวลาจ่ายเงินเดือนนั่นเอง หลังจากนั้นพอถึงสิ้นปีหรือต้นปีถัดไปเราจะได้รับเอกสารใบหนึ่งที่มีชื่อว่า “หนังสือรับรองการหักภาษีณ ที่จ่าย” เพื่อสรุปรวมให้เรารู้ว่ายอดว่าตลอดทั้งปีที่ผ่านเรามีรายได้จำนวนเท่าไรและถูกหักภาษีไว้ทั้งหมดเท่าไรบ้าง

ทีนี้ หลายๆคนเมื่อเห็น “หนังสือรับรองการหักภาษีณ ที่จ่าย” มักจะเข้าใจว่าอ้อ.. เราถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไปเรียบร้อยแล้ว ก็แปลว่าเราเสียภาษีแล้ว ไม่ต้องทำอะไรต่่อ ชิวๆกันไป แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ครับ!!!! เพราะมนุษย์เงินเดือนอย่างเรายังมีหน้าที่ต้องยื่นและนำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมด้วย ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป (สำหรับกรณีที่ยื่นแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา) หรือวันที่ 8 เมษายน (สำหรับกรณีที่ยื่นแบบผ่านอินเตอร์เน็ต)

เท่านั้นยังไม่พอ!!! (#ยังไม่จบอีกหรือ) เพราะนอกจากความเข้าใจผิดเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายแล้ว ยังมีอีกหนึ่งความเข้าใจผิดครับ นั่นคือ ถ้าไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ก็แปลว่าฉันไม่ต้องเสียภาษีสินะเธอว์จ๋า ซึ่งผมขอบอกว่าเป็นความเข้าใจที่ผิดอย่างมากครับ เพราะถ้าหากมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ มีรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อปี กฎหมายกำหนดให้เรามีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีทั้งๆที่ไม่ต้องเสียภาษีอยู่ดีแหละครับ!!

 อ่านเหตุผลเพิ่มเติมของเรื่องนี้ จากบทความด้านล่างนี้ได้เลยครับ
เหตุผล ที่ “ทุกคน” ต้องยื่นภาษี

หลังจากที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีไว้แล้ว เพื่อนๆพี่ๆน้องๆบางคนอาจจะได้รับเงินภาษีคืนจากกรมสรรพากร หรืออาจจะต้องเสียภาษีเพิ่มก็แล้วแต่บุญแต่กรรมหรือการวางแผนภาษีที่เราทุกคนทำไว้นั่นเองครับ แต่ถ้าใครยังไม่รู้ผมขอบอกครับว่า มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆนั้น สามารถใช้สิทธิในการหักลดหย่อนภาษีได้มากมายหลากหลายประเภทดังนี้ครับ

อ่านบทความเพิ่มเติมเรื่อง ค่าลดหย่อนมนุษย์เงินเดือนได้ที่
14 รายการลดหย่อนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือน

ยังมีอีกหนึ่งคำถามที่ผมได้รับอยู่เสมอๆ คือ แล้วเราจะคำนวณภาษียังไง หรือใช้รายการค่าลดหย่อนแบบไหนดีล่ะเนี่ย หรือจะวางแผนยังไงเพื่อให้ได้รับประโยชน์มากที่สุด ถ้าเป็นคำถามนี้ผมแนะนำให้อ่านบทความเรื่อง 5 เคล็ดลับคำนวณภาษีสิ้นปี ฉบับมนุษย์เงินเดือนเดินดิน เพิ่มเติมไว้ก่อนเลยคร้าบบบ

เอาล่ะครับ!!.. หลังจากเราเข้าใจทุกๆประเด็นแล้ว คราวนี้ก็มาถึงบทความในตอนนี้เสียที เพราะผมจะแนะนำวิธีและเคล็ดลับง่ายๆที่ตัวผมเองนั้นใช้วางแผนภาษีสำหรับปี 2558 ให้ฟังกันครับ เผื่อว่าจะทำให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆเข้าใจกันและวางแผนภาษีได้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งผมเรียกมันว่า 5 เคล็ดลับวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือนปี 2558 ดังนี้คร้าบ

1. สะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเต็มที่!!
สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ลำดับแรกขอแนะนำให้ลองไปสำรวจก่อนครับว่า บริษัทฯที่เราทำงานอยู่นั้นมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ให้พนักงานบ้างหรือเปล่า ถ้าหากมีแล้วล่ะก็ให้สมัครสมาชิกและเลือกหักเงินสะสมในอัตราสูงสุดที่สามารถจะทำได้ครับ (ตั้งแต่ 2-15%) โดยการหักเงินเพื่อสะสมนั้นจะจากเงินเดือนที่เราได้รับในทุกๆเดือน และกฎหมายให้หักค่าลดหย่อนส่วนนี้ได้สูงสุดถึง 500,000 บาท

สำหรับข้อดีของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น นอกจากมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้วเรายังได้รับเงินสะสมจากนายจ้างเพิ่มขึ้นอีกด้วย เพราะนายจ้างมีหน้าที่จะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนฯให้เราอีกต่อหนึ่ง และเราก็ไม่ต้องนำเงินส่วนนี้มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีอีกด้วย แหม่.. เรียกว่าได้กำไรกันสองต่อเลยทีเดียว (อย่าลืมพิจารณาด้วยนะครับว่า อัตราสมทบที่สูงสุดของนายจ้างคือเท่าไร) อ้อสำหรับกรณีที่เป็นข้าราชการ จะเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แทนนะครับ

2. วางแผนเกษียณดีๆด้วย RMF ให้อุ่นใจ
สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่นายจ้างไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ก็อย่างเพิ่งเสียใจไปครับ เพราะเราสามารถสร้างกองทุนเกษียณของตัวเองผ่าน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ได้สูงสุดถึง 15 % ของรายได้ต่อปี และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท หรือสำหรับใครที่สะสมในข้อ 1 แล้วคิดว่ายังไม่พอที่จะเกษียณก็มาสะสมกันต่อที่ข้อนี้ได้ครับ

3. เอาไปรับกำไรต่อที่ LTF
อย่าลืมแบ่งเงินก้อนที่ 3 มาลงทุนใน “กองทุนหุ้นระยะยาว” (LTF) เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในกองทุนรวมหุ้น โดยจะใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 15 % ของรายได้ต่อปี และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปีครับ

4. ป้องกันความเจ็บ (ใจ) ด้วยประกันชีวิต
สิ่งหนึ่งที่ใครหลายคนลืมไป นั่นคือการวางแผนป้องกันความเสี่ยงของตัวเองด้วยประกันชีวิต ซึ่ง “กรมธรรม์ประกันชีวิต” ที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายในแต่ละปีมาคำนวณลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทครับ

อย่าลืม!! อ่านบทความเพิ่มเติมเรื่องประกันชีวิตได้ที่ 7 ความจริงที่คุณควรรู้ก่อนลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิต (ภาคต้น) และ 7 ความจริงที่คุณควรรู้ก่อนลดหย่อนภาษีด้วยประกันชีวิต (ภาคจบ) นะคร้าบบ

5. สบายแบบโนลิมิตกับ “ประกันชีวิตแบบบำนาญ”
ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นประกันชีวิตอีกประเภทหนึ่งที่ไม่มีเงินคืนระหว่างอายุกรมธรรม์ แต่จะจ่ายคืนเมื่อเรามีอายุมากกว่า 55 ปี โดยที่เราสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญที่จ่ายในแต่ละปีมาคำนวณลดหย่อนภาษีได้ 15% ของรายได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี

ป.ล. เน้นย้ำว่า.. สำหรับข้อ 1+2+5 และ กองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน เมื่อนำมารวมกันแล้ว สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 500,000 บาทเท่านั้นนะคร้าบบบ

โดยส่วนตัวแล้ว @TAXBugnoms เลือกให้น้ำหนักในการวางแผนภาษีทุกๆข้อเท่าๆกันครับ เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของตัวผมเอง และสุดท้ายนี้ผมหวังว่าพี่ๆน้องๆมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายจะสามารถนำประโยชน์จากบทความนี้ไปใช้ได้ไม่มากก็น้อยนะคร้าบบบ

Advertisement Replay Ad
เกาหลีใต้ขาดดุลกิมจิให้จีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เกาหลีใต้ขาดดุลกิมจิให้จีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์

รัฐเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานรับค่าจ้างใหม่

รัฐเร่งพัฒนาฝีมือแรงงานรับค่าจ้างใหม่

'แอปเปิล' พร้อมทุ่มจ่ายภาษี 1.2 ล้านล้านบาท เตรียมหอบกำไรกลับบ้านเกิด

'แอปเปิล' พร้อมทุ่มจ่ายภาษี 1.2 ล้านล้านบาท เตรียมหอบกำไรกลับบ้านเกิด

ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สามจังหวัดตะวันออกสูงสุด-สามชายแดนใต้ต่ำสุด

ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สามจังหวัดตะวันออกสูงสุด-สามชายแดนใต้ต่ำสุด

8 วิธีจุดกระแสให้ปังบนโลกออนไลน์

8 วิธีจุดกระแสให้ปังบนโลกออนไลน์

10 สุดยอด CEO ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอาเซียน

10 สุดยอด CEO ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอาเซียน

เลี้ยงลูกจนโตใช้เงินเท่าไหร่

เลี้ยงลูกจนโตใช้เงินเท่าไหร่

กระตุ้นคนมีลูกเพิ่ม รัฐช่วยลดหย่อนภาษีแถมค่าฝากครรภ์-ทำคลอด

กระตุ้นคนมีลูกเพิ่ม รัฐช่วยลดหย่อนภาษีแถมค่าฝากครรภ์-ทำคลอด

5 เทคนิคขั้นเทพ สร้างยอดขายปังทะลุเป้า

5 เทคนิคขั้นเทพ สร้างยอดขายปังทะลุเป้า

ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

5 เหตุผลผลักดัน 'Bitcoin' มีมูลค่าถึง 100,000 ดอลลาร์

5 เหตุผลผลักดัน 'Bitcoin' มีมูลค่าถึง 100,000 ดอลลาร์

ม.หอการค้าฯ คาดส่งออกปีนี้แตะ 6.3%

ม.หอการค้าฯ คาดส่งออกปีนี้แตะ 6.3%

กางโพยอาณาจักรอาบอบนวดทำเงินเท่าไหร่

กางโพยอาณาจักรอาบอบนวดทำเงินเท่าไหร่

ตลาดจีนหนุนส่งเสริม! ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560 สูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์

ตลาดจีนหนุนส่งเสริม! ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560 สูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์

'ปากีสถาน' เร่งแปรรูปสายการบินแห่งชาติภายในปีนี้

'ปากีสถาน' เร่งแปรรูปสายการบินแห่งชาติภายในปีนี้

'Mark Zuckerberg' แจงเหตุผลทำไมต้องรื้อโครงสร้าง News Feed

'Mark Zuckerberg' แจงเหตุผลทำไมต้องรื้อโครงสร้าง News Feed

เริ่มแล้ววันนี้! กู้ซื้อบ้านสวัสดิการคนจนดอกเบี้ยปีละ 2.75%

เริ่มแล้ววันนี้! กู้ซื้อบ้านสวัสดิการคนจนดอกเบี้ยปีละ 2.75%

เปิดยุทธศาสตร์สมาร์ทโฟน Huawei ปี 2018 และความร่วมมือครั้งสำคัญกับ JOOX

เปิดยุทธศาสตร์สมาร์ทโฟน Huawei ปี 2018 และความร่วมมือครั้งสำคัญกับ JOOX

4 เคล็ดลับเลือกหุ้นโต 10 เท่า

4 เคล็ดลับเลือกหุ้นโต 10 เท่า

เปิดหน้ากาก 'วอริกซ์' ยักษ์เล็กหน้าใหม่ชุดกีฬาไทย

เปิดหน้ากาก 'วอริกซ์' ยักษ์เล็กหน้าใหม่ชุดกีฬาไทย

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์