"ที่ดินจำนอง" 30ล.ไร่เสี่ยงหลุดมือชาวนา หนี้ท่วม-ราคาพืชร่วง-นายทุนแห่กว้านซื้อรับเมกะโปรเจ็กต์

"ที่ดินจำนอง" 30ล.ไร่เสี่ยงหลุดมือชาวนา หนี้ท่วม-ราคาพืชร่วง-นายทุนแห่กว้านซื้อรับเมกะโปรเจ็กต์

"ที่ดินจำนอง" 30ล.ไร่เสี่ยงหลุดมือชาวนา หนี้ท่วม-ราคาพืชร่วง-นายทุนแห่กว้านซื้อรับเมกะโปรเจ็กต์

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

เสี่ยงสุด ๆ เกษตรกรติดจำนอง-ขายฝาก 30 ล้านไร่ จ่อหลุดมือไปเป็นของเจ้าหนี้นอกระบบ สถาบันการเงินรัฐและเอกชน ผลวิจัยกลุ่มปฏิบัติงานท้องถิ่นไร้พรมแดนระบุแนวโน้มการสูญเสียที่ดินของชาวนารุนแรงขึ้น เหตุเผชิญปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งหนี้สินท่วม ค่าใช้จ่ายพุ่ง ราคาพืชผลตกต่ำ ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่ ไฮสปีดเทรน มอเตอร์เวย์หนุนนายทุนแห่กว้านซื้อที่ดินอีกระลอก


นางสาวสมจิต คงทน หัวหน้าฝ่ายรณรงค์ กลุ่มปฏิบัติงานท้องถิ่นไร้พรมแดน สภาเครือข่ายองค์กรเกษตรกรแห่งประเทศไทย (สค.ปท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันปัญหาที่ดินหลุดมือชาวนายังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง เพราะในปัจจุบันเกษตรกรยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งภาระหนี้สิน ค่าใช้จ่ายที่มากกว่ารายได้จากการทำนา ราคาพืชผลการเกษตรที่ยังอยู่ในภาวะตกต่ำ รวมทั้งปัญหาภัยธรรมชาติอย่างภัยแล้งที่ทำให้การเพาะปลูกไม่ได้ผลดี จึงมีแนวโน้มว่าในอนาคต สถานการณ์ดังกล่าวก็จะยังไม่ดีขึ้น

ชาวนาเปลี่ยนฐานะเป็นผู้เช่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ผ่านมาแม้จะมีความพยายามแก้ไขปัญหาการสูญเสียที่ดินและความยากจนของเกษตรกรมาหลายยุคหลายสมัยแต่เห็นได้ชัดว่าปัญหาดังกล่าวก็ยังคงมีอยู่และค่อยๆบ่อนทำลายกระดูกสันหลังของชาติไปทีละน้อยภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้น้ำหนักและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

จากรายงานการวิจัยของกลุ่มปฏิบัติงานท้องถิ่นไร้พรมแดน เกี่ยวกับการสูญเสียที่ดินของเกษตรกร พบว่านับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502-2518 เป็นต้นมา มีเกษตรกรที่สูญเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินเนื่องจากการจำนองรวมกว่า 260,000 ไร่ หรือเฉลี่ยปีละ 16,250 ไร่

โดยระหว่างปี พ.ศ. 2510-2516 ชาวนาต้องสูญเสียที่ดินไปกว่า 92,410 ไร่ หรือเฉลี่ยสูญเสียปีละประมาณ 13,200 ไร่

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า ในปี 2554 เกษตรกรไทยต้องเช่าที่ดินเพื่อทำการเกษตรกว่า 30.5 ล้านไร่หรือประมาณ 45% จากพื้นที่ทางการเกษตรของไทยทั้งหมดกว่า 149 ล้านไร่ โดยพื้นที่ที่มีการเช่าที่ดินเพื่อการทำเกษตรกรรมมากที่สุดคือ ภาคกลาง ซึ่งมีมากกว่า 10 จังหวัดที่มีอัตราการเช่าที่ดินมากกว่าร้อยละ 40 อีกทั้งกว่า 41% ของครัวเรือนเกษตรกรในภูมิภาคนี้ยังเช่าที่ดินแบบไม่ทำสัญญาด้วย


ที่ดินติดจำนอง/ขายฝาก 30 ล.ไร่

ล่าสุดในปี 2557 พบว่าพื้นที่การเกษตรกว่า 149 ล้านไร่ทั่วประเทศ มีที่ดินที่เป็นของเกษตรกร 71.59 ล้านไร่ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นที่ดินที่กำลังติดจำนองหรือขายฝากมากถึง 30 ล้านไร่ และมีความเสี่ยงจะหลุดมือจากเกษตรกรไปเป็นของเจ้าหนี้นอกระบบ หรือสถาบันการเงินทั้งของรัฐและเอกชน หากไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนดได้

ขณะที่นางสาวพงษ์ทิพย์ สำราญจิตต์ ผู้อำนวยการกลุ่มปฏิบัติงานท้องถิ่นไร้พรมแดน ได้เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกษตกรกรรายย่อยสูญเสียที่ดินนั้นมาจากปัญหาหนี้ทั้งนอกและในระบบและอัตราดอกเบี้ยที่สูงทำให้เกษตรกรถูกฟ้องล้มละลายหรือขายที่ดินทอดตลาดรวมทั้งการถูกนายทุนกว้านซื้อที่ดิน

กรณีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชาวนามีการเช่าที่ดินมากที่สุดถึงร้อยละ 72 ของพื้นที่เกษตรกรรมที่มีอยู่กว่า 1.14 ล้านไร่ ในปี 2553 ซึ่งพบว่ามีเกษตรกรที่เช่าที่ดินทำกินกว่า 8 แสนไร่และในปี 2555 เกษตรกรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยากว่า 85% ก็ยังคงเช่าที่นาทำเกษตรกรรมอยู่

หลุดมือ - ที่ดินถือเป็นปัจจัยการผลิตในการประกอบอาชีพที่สำคัญที่สุดของเกษตรกร แต่ปัจจุบันเกษรกรไทยจำนวนมากยังต้องเช่าที่นา รวมทั้งประสบปัญหาการสูญเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินมากขึ้น โดยในปี 2557 พบว่ามีที่ดินถึงกว่า 30 ล้านไร่ ที่เกษตรกรนำไปจำนองและขายฝากไว้กับสถาบันการเงิน

เมกะโปรเจ็กต์เอื้อที่ดินหลุดมือ

ในงานวิจัยยังได้ระบุถึงสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ที่ดินหลุดมือจากชาวนาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามากขึ้นคือโครงการเมกะโปรเจ็กต์จากรัฐบาลที่พาดผ่านเมืองอยุธยาเช่นรถไฟทางคู่รถไฟความเร็วสูงมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา ทำให้เกิดการกว้านซื้อที่ดินในจังหวัดจากนายทุนมากขึ้น รวมทั้งยังมีการกดดันจากเหล่านายหน้าให้ยอมขายที่ดิน ด้วยการซื้อที่ดินปิดทางเข้า-ออก เพื่อให้เป็นที่ดินตาบอดด้วย

นอกจากนี้อีกสาเหตุหลักทำให้ที่ดินหลุดมือชาวนา คือ การที่เกษตรกรนำที่ดินที่มีอยู่ไปจำนองกับนายทุน หรือสถาบันการเงินรัฐและเอกชนเพื่อนำมาลงทุนทำนา แต่เมื่อผลผลิตขาดทุนและมีหนี้สิน ทำให้ต้องขายที่ดินเพื่อนำเงินไปชำระหนี้ หรือขายที่ดินเพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ รวมทั้งการถูกยึดที่นาจากการไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดด้วย

เช่นเดียวกับกรณีของจังหวัดชัยนาทที่มีพื้นที่การเกษตรประมาณ1.22ล้านไร่หรือคิดเป็นร้อยละ80ของทั้งจังหวัด มีประชากรในจังหวัดที่ทำการเกษตรประมาณร้อยละ 45 โดยในปี 2549 พบว่าชัยนาทมีเนื้อที่ถือครองเฉลี่ยของครัวเรือนภาคเกษตรประมาณ 34.88 ไร่ต่อครัวเรือน ขณะที่การถือครองที่ดินขนาดใหญ่เกิน 100 ไร่ขึ้นไปนั้น ล้วนแล้วแต่อยู่ในกำมือของนักการเมืองนักธุรกิจ นายทุนเงินกู้ รวมแล้วกว่า 5,600 ไร่

ขณะเดียวกันสัดส่วนของครัวเรือนที่สูญเสียกรรมสิทธิ์ในที่ดินและที่ทำกินในจังหวัดก็มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นโดยในปี2557จังหวัดชัยนาทมีการลงทะเบียนเกี่ยวกับปัญหาที่ดินมากเป็นอันดับ2ประมาณ 20,082 ราย และจากข้อมูลของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดชัยนาท ปีงบประมาณ 2556-57 ยังพบว่ามีการใช้ที่ดินเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันถึงกว่า 7,200 ไร่

ส่วนกรณีในจังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2508-2554 มีเกษตรกรจำนวน 10 รายที่สูญเสียที่นาและที่สวนตั้งแต่ 2-20 ไร่ เฉลี่ยแล้วเกษตรกรสูญเสียที่ดิน 7.9 ไร่ต่อราย โดยมีสาเหตุหลักมาจากการนำที่ดินไปจำนองกับนายทุนทั้งในและต่างจังหวัด เพื่อนำมาลงทุนกับการทำเกษตรกรรมที่ขาดทุนไป ไม่มีเงินมาชำระหนี้ หรือขายเพื่อปลดหนี้ รวมทั้งถูกนายทุนนอกระบบยึดที่นาเพื่อใช้แทนหนี้อีกด้วย

ดร.เขมรัฐ เถลิงศรี ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เคยเปิดเผยถึงเส้นทางการการสูญเสียที่ดินของเกษตรกรว่า เริ่มมาจากการนำที่ดินมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ และระยะที่สอง คือการผ่อนชำระหนี้ของเกษตรกรที่ผูกพันกับที่ดินที่ถูกจำนองเอาไว้ และระยะที่สาม คือเกษตรกรถูกศาลฟ้องและถูกบังคับคดีให้ขายที่ดินทอดตลาดจนสูญเสียที่ดิน เนื่องจากไม่สามารถชำระหนี้ได้

ดังนั้น ตราบใดที่กระบวนการกู้ยืมแต่เริ่มแรกผูกติดอยู่กับการค้ำประกันหลักทรัพย์ในที่ดิน โอกาสที่เกษตรกรจะสูญเสียที่ดินซึ่งป็นเครื่องมือทำมาหากินที่สำคัญที่สุดก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้จะมีมาตรการพักชำระหนี้และกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ก็เป็นเพียงการยืดเวลาการชำระหนี้ แต่ไม่ได้ช่วยให้เกษตรกรชำระหนี้ได้

Advertisement Replay Ad
ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สามจังหวัดตะวันออกสูงสุด-สามชายแดนใต้ต่ำสุด

ไฟเขียวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สามจังหวัดตะวันออกสูงสุด-สามชายแดนใต้ต่ำสุด

8 วิธีจุดกระแสให้ปังบนโลกออนไลน์

8 วิธีจุดกระแสให้ปังบนโลกออนไลน์

10 สุดยอด CEO ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอาเซียน

10 สุดยอด CEO ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอาเซียน

เลี้ยงลูกจนโตใช้เงินเท่าไหร่

เลี้ยงลูกจนโตใช้เงินเท่าไหร่

กระตุ้นคนมีลูกเพิ่ม รัฐช่วยลดหย่อนภาษีแถมค่าฝากครรภ์-ทำคลอด

กระตุ้นคนมีลูกเพิ่ม รัฐช่วยลดหย่อนภาษีแถมค่าฝากครรภ์-ทำคลอด

5 เทคนิคขั้นเทพ สร้างยอดขายปังทะลุเป้า

5 เทคนิคขั้นเทพ สร้างยอดขายปังทะลุเป้า

ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

ไขตัวเลขมูลค่าแบรนด์นาฬิกาหรูระดับโลก

5 เหตุผลผลักดัน 'Bitcoin' มีมูลค่าถึง 100,000 ดอลลาร์

5 เหตุผลผลักดัน 'Bitcoin' มีมูลค่าถึง 100,000 ดอลลาร์

ม.หอการค้าฯ คาดส่งออกปีนี้แตะ 6.3%

ม.หอการค้าฯ คาดส่งออกปีนี้แตะ 6.3%

กางโพยอาณาจักรอาบอบนวดทำเงินเท่าไหร่

กางโพยอาณาจักรอาบอบนวดทำเงินเท่าไหร่

ตลาดจีนหนุนส่งเสริม! ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560 สูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์

ตลาดจีนหนุนส่งเสริม! ยอดขายรถ ‘โฟล์กสวาเกน’ ปี 2560 สูงทุบสถิติเป็นประวัติการณ์

'ปากีสถาน' เร่งแปรรูปสายการบินแห่งชาติภายในปีนี้

'ปากีสถาน' เร่งแปรรูปสายการบินแห่งชาติภายในปีนี้

'Mark Zuckerberg' แจงเหตุผลทำไมต้องรื้อโครงสร้าง News Feed

'Mark Zuckerberg' แจงเหตุผลทำไมต้องรื้อโครงสร้าง News Feed

เริ่มแล้ววันนี้! กู้ซื้อบ้านสวัสดิการคนจนดอกเบี้ยปีละ 2.75%

เริ่มแล้ววันนี้! กู้ซื้อบ้านสวัสดิการคนจนดอกเบี้ยปีละ 2.75%

เปิดยุทธศาสตร์สมาร์ทโฟน Huawei ปี 2018 และความร่วมมือครั้งสำคัญกับ JOOX

เปิดยุทธศาสตร์สมาร์ทโฟน Huawei ปี 2018 และความร่วมมือครั้งสำคัญกับ JOOX

4 เคล็ดลับเลือกหุ้นโต 10 เท่า

4 เคล็ดลับเลือกหุ้นโต 10 เท่า

เปิดหน้ากาก 'วอริกซ์' ยักษ์เล็กหน้าใหม่ชุดกีฬาไทย

เปิดหน้ากาก 'วอริกซ์' ยักษ์เล็กหน้าใหม่ชุดกีฬาไทย

กรณีใดบ้างที่ ประกันภัยรถชั้น 1 ไม่คุ้มครอง

กรณีใดบ้างที่ ประกันภัยรถชั้น 1 ไม่คุ้มครอง

มูลค่าหุ้น AOT ทะยานถึง 1 ล้านล้านบาท นี่คือสนามบิน หรือ ฐานยิงจรวด?

มูลค่าหุ้น AOT ทะยานถึง 1 ล้านล้านบาท นี่คือสนามบิน หรือ ฐานยิงจรวด?

5 ข้อต้องระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์

5 ข้อต้องระวังแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์