Daily View - บล.กสิกรไทย

Daily View - บล.กสิกรไทย

เพิ่มความระมัดระวัง แต่ยังเก็งกำไรต่อได้           ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มอย่างโดดเด่น ข่าวลบทางเศรษฐกิจอาทิ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดครั้งแรกในรอบ 3 ปีของญี่ปุ่น ไม่อาจเขย่าตลาดที่ปกคลุมด้วยความคาดหวังเชิงบวกต่อการแก้ปัญหาหนี้กรีซได้ ซึ่งล่าสุดจำ นวนเจ้าหนี้ภาคเอกชนที่ยอมเข้าร่วมการแลกเปลี่ยนพันธบัตรอยู่ที่ราว 95% ทำให้ความหวังของการปรับโครงสร้างหนี้กรีซสดใส และปัญหาหนี้กรีซในยกนี้น่าจะจบได้ด้วยดีทั้งนี้กระทรวงการคลังกรีซจะแถงเรื่องดังกล่าวตรงกับเวลาประมาณ 13.00 น.ของประเทศไทย ด้านธนาคารรกลางยุโรป (ECB) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% คาดการณ์ GDP ติดลบ 0.1% ลดลงจากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% ทั้งนี้จากคาดการณ์เงินเฟ้อเฉลี่ยที่ 2.4% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ 2.0% ทำให้มีตลาดน่าจะคาดการณ์ว่าอาจจะไม่มีการปรับลดอกเบี้ยหรือออกมาตรการการเงินแบบผ่อนคลายเพิ่มขึ้นอีกSET Index ฟื้นตัวจากบริเวณ 1150+/- นำโดยธนาคารและพลังงาน และมีโอกาสลุ้นขึ้นทดสอบ 1170-1180 หรืออาจจะสูงกว่าอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเราขอให้นักลงทุนระมัดระวังการปรับขึ้นของตลาดในขานี้เป็นพิเศษ พร้อมทั้งกำหนด Stop level สำหรับการลงทุนทุกครั้ง และติดตาม Fund Flow ต่างชาติที่พลิกเป็นขายสุทธิเมื่อวานว่าว่าเกิดจาการที่ตลาดเราหยุดทำการ หรือเกิดจากการที่นักลงทุนเริ่มปรับทิศทางการลงทุนกลับไปยัง Developed market มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้หุ้นเราขึ้นUnderperform กว่าช่วงที่ผ่านมา           กลยุทธ์การลงทุน: ยังเน้นเก็งกำไร laggard ที่วางกลยุทธ์การลงทุนง่าย วันนี้แนะนำ BAY TCAP SF SAMART SVI สำหรับหุ้นอื่นที่อาจพิจารณาเข้าเก็งกำไรได้อาทิ BH TICON TVO STA SF RS MINT SAT IHL LH AP HMPRO KK KCE CCET           สำหรับนักลงทุนระยะกลางที่ลดพอร์ตทำกำไรไปแล้ว ให้ Wait and See หากจะซื้อกลับขอให้เป็นส่วนน้อย และเราจะพิจารณาจุดซื้อและกลยุทธ์ของนักลงทุนระยะกลางอีกครั้ง   ปัจจัยสำคัญวันก่อนหน้า           - EU: ECB คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% แต่ปรับลดคาดการณ์ GDP -0.1% (จาก +0.3%)           - US: จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 มี.ค. เพิ่มขึ้น 8,000 ราย มาอยู่ที่ 362,000 ราย ปัจจัยสำคัญวันนี้           - China: CPI, Industrial Production, Retail Sales           - US: Employment Situation, International Trade   ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า           - EU: ZEW Survey (Econ. Sentiment) วันที่ 13 มี.ค.           - US: Retail Sales, FOMC Meeting Announcement วันที่ 13 มี.ค.           - EU: CPI, Industrial Production วันที่ 14 มี.ค.           - US: Import and Export Prices, Ben Bernanke Speaks วันที่ 14 มี.ค.           - US: Jobless Claims, PPI, Empire State Mfg Survey, Philadelphia Fed Survey วันที่ 15 มี.ค.           - US: CPI, Industrial Production, Consumer Sentiment วันที่ 16 มี.ค.   สรุปตลาดต่างประเทศ:           DJIA+70.61/+0.55%           S&P+13.28/+0.98%           NASDAQ+34.73/+1.18%           FTSE+68.32/+1.18%           CAC+86.03/+2.54%           DAX+163.43/+2.45%           ลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนมีมุมมองเป็นบวกว่ากรีซจะ สามารถหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ หลังจำนวนเจ้าหนี้เอกชนที่ตกลงเข้าร่วมโครงการสว็อปพันธบัตรเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด นอกจากนนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลด้านแรงงานของสหรัฐ   สรุปตลาด Commodity:           Oil USD106.58/bbl/+0.42           Gold USD1,698.7/Once/+14.8           สัญญาน้ำมันดิบและทองคำยังคงปรับตัวขึ้นตือเนื่อง ภายหลังข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซ ช่วยให้นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์   ECONOMICS & POLITICS           - กบง.เก็บเงิน \"NGV และ LPG\" เข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม ส่งผลราคาขยับอีก 50 และ 75 สต./กก. มีผล16 มี.ค.-15 เม.ย.55 ส่วนเบนซิน 91 ยังไม่เคาะขอดูตลาดโลก พร้อมทำแผนฉุกเฉินรับมือวิกฤตอิหร่านดันสำรองน้ำมันเพิ่มเป็น 64 วัน นอกจากนี้ กบง.ยังขออนุมัติให้กองทุนน้ำมันกู้เงินเพิ่ม 20,000 ล้านบาท รวมเป็น 30,000 ล้านบาท หลังแบกภาระหนี้จำนวนมาก           - สมาคมโรงกลั่นน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือถึง รมว.พาณิชย์ ให้ดูแลราคาน้ำมันปาล์มทั้งระบบให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากราคาผลปาล์มดิบในประเทศเพิ่มขึ้นมาจากก่อนหน้านี้กก. 4 บาทกว่า เป็นกก. 6.20-6.30 บาท และราคาน้ำมันปาล์มดิบโลกและในประเทศก็ปรับตัวขึ้นมากเกินกก. 38 บาทแล้ว จึงต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ปรับแนวทางการดูแลราคาน้ำมันปาล์มใหม่           - สำนักงานสถิติแห่งชาติ(สสช.) เปิดเผยผลสำรวจยอดขายไตรมาส 4 ปี 54 จากสถานประกอบการที่จำหน่ายปลีกสินค้าและบริการทั่วประเทศประมาณ 1.2 ล้านแห่ง พบว่าภาพรวมของธุรกิจทั่วประเทศหดตัว 1.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขยายตัว 14% โดยธุรกิจเกือบทุกประเภทมีมูลค่ารายรับลดลง โดยเฉพาะธุรกิจการให้เช่าของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือนมีรายรับลดลง 11.3% จากช่วงเดียวกันปี 2553 รองลงมาคือธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหารมีรายรับลดลง 8.4% ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ รายรับลดลง2% และหอพัก และธุรกิจค้าปลีก มีรายรับลดลง1.1%           - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ระหว่างการพิจารณาการขอจัดสรรวงเงินในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปีพ.ศ.2554 (ซอฟต์โลน) ของธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ซึ่งได้ทยอยการขอจัดสรรวงเงินสินเชื่อมาแล้วในวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา โดยการขอจัดสรรวงเงินสินเชื่อซอฟต์โลนดังกล่าวจะแยกประเภทเป็นการให้สินเชื่อใหม่กับผู้ประกอบการขนาดกลางและ ขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รายละไม่เกิน 30 ล้านบาท ทั้งลูกหนี้เดิม และลูกหนี้ใหม่ และวงเงินสินเชื่อเพื่อบุคคลธรรมดารายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ทั้งลูกหนี้เก่า และลูกหนี้ใหม่เช่นกัน   ประเด็นการเมือง           - ศาลแขวงดุสิตสั่งจำคุกคู่แฝดชกหน้า \"วรเจตน์\" คนละ 6 เดือนสารภาพลดโทษเหลือคุกคนละ 3 เดือนไม่รอลงอาญา แฝดพี่ศาลบวกโทษผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน รวมจำคุก 10 เดือน ผบ.ทบ.ย้ำฝาแฝดไม่เคยเป็นทหารพราน ด้าน ผบ.กรมทหารพรานที่ 26 ยันฝาแฝดใช้เอกสารปลอม           - เปิดลงทะเบียนเยียวยาม็อบการเมือง วันแรกคึกคัก \"เสื้อแดง\" โผล่รับสิทธิ์เงินล้น กว่า 500 คน ศาลปกครองไม่รับสั่งระงับ เหตุแค่อยู่ขั้นลงทะเบียน \"ยงยุทธ\" เมินสั่งเดินหน้าจ่ายจนกว่าศาลฯ มีคำสั่ง คนเพื่อไทยรุมอัด ปชป.คับแคบ   INDUSTRY NEWS           - กลุ่มค้าปลีก: นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมพัฒนาผู้ระกอบการธุรกิจค้าปลีกทุนไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในปีนี้ที่มีมูลค่าประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท มีโอกาสเติบโตได้ 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากนโยบายการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำวันละ 300 บาทที่ทำให้กำลังซื้อของประชาชนมีมากขึ้น สถานการณ์ท่องเที่ยวในไทยที่อยู่ในภาวะดีต่อเนื่อง และราคาพืชผลทางการเกษตรที่สูงขึ้น ทำให้เกษตรกรมีกำลังซื้อดีขึ้นส่งผลให้ภาคธุรกิจค้าปลีกมีความคึกคักมาก           - กลุ่มยานยนต์: บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประ เทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าทางบริษัทที่ผลิตอะไหล่และชิ้นส่วนรถยนต์ ซึ่งเป็นพันธมิตรคู่ค้ากับโตโยต้าที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และนวนคร จ.พระนคร ศรีอยุธยา กว่า 10 บริษัทที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใหญ่ในปีที่แล้วจะกลับมาผลิตได้ทั้งหมด ส่งผลให้การผลิตรถของโตโยต้าทั้ง 3 โรงงานจะกลับมาผลิตได้เต็มที่ และจะเพิ่มการผลิตล่วงเวลาในวันเสาร์ด้วย จากปัจจุบันผลิตเต็มที่เวลาทั้ง 3 กะ และคาดว่ากลางปีนี้ปัญหายอดรถตกค้างจะคลี่คลาย           - กลุ่มท่องเที่ยว: นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน เปิดเผยถึงสถานการณ์ยอดการจองทัวร์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2555 ของนักท่องเที่ยวจีนว่าสมาคมคาดว่าจะมีบริษัททัวร์พานักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยแบบเช่าเหม่าลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) เพียง 100 ลำ เท่ากับปี 2554 เนื่องจากนักท่องเที่ยวจีนยังมีความกังวลเรื่องเหตุระเบิดในไทยว่าอาจจะเกิดขึ้นอีกในช่วงสงกรานต์   EXTERNAL FACTOR           - DJIA ปิดบวก 70.61 จุด หรือ 0.55% ปิดที่ 12,907.94 จุด ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 13.28 จุด หรือ 0.98% ปิดที่ 1,365.91 จุด ดัชนี NASDAQ เพิ่มขึ้น 34.73 จุด หรือ 1.18% ปิดที่ 2,970.42 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ขานรับข่าวจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลกรีซที่ว่า เกือบ 95% ของผู้ถือพันธบัตรของกรีซได้ตกลงที่จะมีส่วนในโครงการสว็อปพันธบัตร ด้วยการยอมรับการขาดทุนตามเงื่อนไขการปรับลดมูลค่าหน้าตั๋วพันธบัตรของรัฐบาลกรีซลง 53.5% ซึ่งมีเป้าหมายที่จะช่วยบรรเทาภาระหนี้สินสาธารณะของกรีซ โดยสัดส่วน95% ของกลุ่มผู้ถือพันธบัตรนั้น อยู่ในระดับสูงกว่าที่รัฐบาลกรีซตั้งเป้าเอาไว้ที่ 90% โดยข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซช่วยหนุนตลาดหุ้นทั่วยุโรปและตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นถ้วนหน้า และยังช่วยให้ตลาดคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากดัชนี CBOE Volatility Index ซึ่งเป็นดัชนีวัดความผันผวนในตลาดที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าระดับ 18 จุด นอกจากนี้ ตลาดได้รับแรงหนุนมากขึ้นเมื่อกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 มี.ค. เพิ่มขึ้น 8,000 ราย มาอยู่ที่ 362,000 ราย ซึ่งถึงแม้ว่าจะเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานก็ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีและสะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ปิดตลาดหุ้นแอปเปิลพุ่งขึ้น 2.1% หลังจากบริษัทแอปเปิล อิงค์ ประกาศเปิดตัว iPad 3 ซึ่งจะสามารถรองรับเทคโนโลยี 4G LTE โดยแอปเปิลจะวางจำหน่าย iPad 3 ในตลาดสหรัฐ ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆในวันที่ 16 มี.ค. ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารพุ่งขึ้นแข็งแกร่งโดยหุ้นธนาคารเวลส์ ฟาร์โก พุ่งขึ้น 3.3% หุ้นเจพีมอร์แกนดีดตัวขึ้น 1.2% ขณะเดียวกันหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ และกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นอัลโค อิงค์ ซึ่เงป็นผู้ผลิตอลูมิเนียมรายใหญ่สุดของสหรัฐ พุ่งขึ้น2.3% หุ้นแคทเตอร์พิลลาร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องมือที่ใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและเหมืองแร่ ทะยานขึ้น 1.9% หุ้นเอ็กซอนโมบิล ร่วงลง 1.2% หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่าปริมาณการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจะลดลง3% ในปี 2555 ส่วนหุ้นอเมริกัน อินเตอร์เนชันแนล กรุ๊ป (AIG) ดิ่งลงเกือบ 4% หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศว่าจะขายหุ้นใน AIG มูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์           - ราคาน้ำมัน NYMEX ส่งมอบเดือน เม.ย.เพิ่มขึ้น USD0.42/bbl หรือ 0.4% อยู่ที่ระดับ USD106.58/bbl ภายหลังข่าวที่ว่าจำนวนเจ้าหนี้เอกชนที่ตกลงเข้าร่วมโครงการสว็อปพันธบัตรเพื่อช่วยลดภาระหนี้สินของกรีซนั้นเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นว่ากรีซจะรอดพ้นจากการผิดนัดชำระหนี้           - สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้น USD14.8 หรือ 0.9% อยู่ที่ระดับ USD1,698.70/ounce เนื่องจาก ข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ของกรีซ ช่วยให้นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อการลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงทองคำ           - ดัชนีค่าระวางเรือ บวก 14 จุด หรือ 1.75% อยู่ที่ระดับ 812 จุด   TODAY’S REPORTS           - Energy sector: เพิ่มสำรองน้ำมันเป็น 64 วัน เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์ที่อิหร่าน Bloomberg รายงานว่า TOP เห็นชอบต่อการปรับเพิ่มสำรองน้ำมันจากเดิม 55 วัน เป็น 64 วัน ซึ่งเรามองว่าข่าวดังกล่าวจะส่งผลกดดันต่อราคาหุ้นในกลุ่มโรงกลั่นในระยะสั้น โดยเราประมารการว่าจำนวนวันทำการที่ปรับเพิ่มขึ้นเพียง 9 วันทำการ (ต่ำกว่าประมาณการของเราเมื่อวานนี้ที่ 11 วัน) จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรปี 55 ของกลุ่มโรงกลั่นเพียง 1.8% (PTTGC ได้รับผลกระทบต่ำสุดที่ 1.2% ขณะที่ BCP ได้รับผลกระทบสุงที่สุดที่ 3.3%) ส่วน PTT คาดว่าจะได้รับผลกระทบต่อกำไรสุทธิปี 55 เพียง 0.6% (613 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามเรายังคงมีความกังวลต่อการสำรองน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการบันทึกกำไร/ขาดทุนจาก stock เนื่องจากราคาน้ำมันที่ผันผวน เรายังคงคำแนะนำ Neutral สำหรับกลุ่มพลังงาน           - BGH: เรายังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 85 บาทเรามีมุมมอง Neutral หลังจากการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ โดย BGH ยังคงตั้งเป้าการเติบดตของรายได้ปี55 ที่ 11%YoY และมองว่าการเติบโตของกลุ่มโรงพยาบาลพยาไทและเปาโลจะช่วยหนุนการเติบโตให้แก่ BGH ขณะที่การเปิดโรงพยาบาลเอกชนของโรงพยาบาลศิริราชนั้น ทาง BGH มองว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อ BGH อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้เราคาดว่า BGH จะมีรายได้เติบโต 23%YoY ในปี 55 และยังคงคำแนะนำ Buy ราคาพื้นฐาน 85 บาท   ALTERNATIVE INVESTMENT STRATEGY พลอย ตั้งอุทัยสุข (ploy.t@kasikornsecurities.com; Tel +662 696-0056)   Gold Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์           จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค ราคาทองโลก (RTXGL) ในระยะสั้นมีความเสี่ยงมากขึ้น แม้จะพยายามรีบาวด์กลับขึ้นมา โดยมีแนวต้านที่ $1,709-1,712, $1,718 และ $1,725 ซึ่งถ้าสามารถทะลุผ่าน $1,725 ขึ้นไปได้ สถานการณ์จะเริ่มดูดีขึ้น สำหรับแนวรับมีที่ $1,678 และ $1,663 และ/หรือ $1,655           สำหรับ Gold Futures (GFJ12) ทาง Technical มีโอกาสแกว่งลงมาทดสอบที่ 24,500 และ 24,140 หรือต่ำกว่านั้นที่ 23,900-23,800 โดยสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น ถ้าสามารถทะลุและยืนได้เหนือ 25,000-25,150 ซึ่งมีแนวต้านระหว่างทางที่ 24,880   กลยุทธ์การลงทุน:           1)กรณี Long GFJ12 แนะนำให้รอดูจังหวะไปก่อน หลังจากปิด Long ใน GFJ12 ไปแล้ว           2)กรณี Short GFJ12 แนะนำให้ถือ Short ใน GFJ12 ที่เหลือ (หลังแบ่งทำกำไรไปแล้วที่ 24,630) เพื่อรอจังหวะลงมาแบ่งทำกำไรที่ 23,900-23,880 (ขยับจาก 24,300) โดยใช้ 24,800 เป็น Stop   SET50 Futures: เราแนะนำ 2 กลยุทธ์           จากการวิเคราะห์ทางเทคนิค คือ S50H12 สามารถตั้งหลักกลับขึ้นมา และทะลุแนวต้านที่ 827 ขึ้นมา โดยมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 832-833 หรือสูงกว่านั้นที่ 839-840 อย่างไรก็ตาม ถ้าระหว่างวันหลุด 825-824 ลงมามีโอกาสถอยลงมาทดสอบบริเวณ 820-819 หรือต่ำกว่านั้นที่ 817-815   กลยุทธ์การลงทุน :           1) กรณี Long แนะนำให้ถือ Long หลังจากเปิดสถานะเพิ่มไปแล้วเมื่อวานนี้ เพื่อรอจังหวะขึ้นไปแบ่งทำกำไรส่วนหนึ่งที่ 832-833 และ 839-840 โดยใช้ 824 เป็น Stop สำหรับส่วนที่เพิ่มเข้ามาใหม่ อย่างไรก็ตามเราแนะนำให้ลดพอร์ตบางส่วนถ้าแกว่งหลุด 824 และ 819 ลงมาระหว่างวัน           2) กรณี Short แนะนำให้รอดูจังหวะไปก่อน (อาจมีสัญญาณให้เปิด Short ถ้าปิดหลุด 812 ลงมา)(S50H12 มีแนวต้าน 832-833 และ 839-840 แนวรับ 825-824, 820-819 และ 817-815)   MARKET EVENT   Thai Event           - 10/03/12 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดชุมนุมกำหนดท่าทีเคลื่อนไหวต่อต้านแก้รัฐธรรมนูญ           - สัปดาห์ที่ 2 ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค           - 21/03/12 ธปท.ประชุมนโยบายการเงิน ครั้งที่ 2/2555           - สัปดาห์ที่ 3 กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกของไทย           - สัปดาห์ที่ 4 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.)แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์           - สัปดาห์ที่ 5 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง           - 28/03/12 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน           - 30/03/12 ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน   World Event           - 09/03/12 China: CPI*           - 09/03/12 China: Industrial Production           - 09/03/12 China: Retail Sales           - 09/03/12 US: Employment Situation*           - 09/03/12 US: International Trade*           - 13/03/12 EU: ZEW Survey (Econ. Sentiment)*           - 13/03/12 US: Retail Sales*           - 13/03/12 US: FOMC Meeting Announcement*           - 14/03/12 EU: CPI*           - 14/03/12 EU: Industrial Production           - 14/03/12 US: Import and Export Prices           - 14/03/12 US: Ben Bernanke Speaks           - 15/03/12 US: Jobless Claims*           - 15/03/12 US: PPI*           - 15/03/12 US: Empire State Mfg Survey           - 15/03/12 US: Philadelphia Fed Survey*           - 16/03/12 US: CPI*           - 16/03/12 US: Industrial Production*           - 16/03/12 US: Consumer Sentiment           *Markets will pay more attention to these figures               กวี ชูกิจเกษม Kavee.c@kasikornsecurities.com, +662 696-0030           กิจพล ไพรไพศาลกิจ Kitpon.p@kasikornsecurities.com +662 696-0057           ปณิธิ จิตรีโภชน์ Paniti.j@kasikornsecurities.com, +662 696-0053             โดย บริษัทหลักทรัพย์ จำกัด ประจำวันที่ 9 มี.ค. 2555

Advertisement Replay Ad
แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 15 ธ.ค. 2017

วิเคราะห์ตลาดภาคบ่าย Afternoon Trade 15 ธ.ค. 2017

Thailand in focus : 15/12/2017

Thailand in focus : 15/12/2017

Market Talks : 15/12/2017

Market Talks : 15/12/2017

ZOOM : 15/12/2017

ZOOM : 15/12/2017

ASL Daily Market Trend 15 Dec 2017

ASL Daily Market Trend 15 Dec 2017

TECHNICAL EXPRESS : 15/12/2017

TECHNICAL EXPRESS : 15/12/2017

Daily Strategy : 15/12/2017

Daily Strategy : 15/12/2017

Traders Spectrum : 15/12/2017

Traders Spectrum : 15/12/2017

Daily Trading Focus : 15/12/2017

Daily Trading Focus : 15/12/2017

Sector Update - ธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG) : 15/12/2017

Sector Update - ธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERG) : 15/12/2017

SAWAD - ทยอยซื้อ : บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) - SAWAD

SAWAD - ทยอยซื้อ : บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) - SAWAD

Daily Market Monitor : 15/12/2017

Daily Market Monitor : 15/12/2017

DEMCO - Buy : บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) - DEMCO

DEMCO - Buy : บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) - DEMCO

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 15/12/2017

ครบเครื่องการลงทุนกับฟิลลิป : 15/12/2017

Daily Strategy : 15/12/2017

Daily Strategy : 15/12/2017

Talk the Walk บทวิเคราะห์กลยุทธ์ทางเทคนิค : 15/12/2017

Talk the Walk บทวิเคราะห์กลยุทธ์ทางเทคนิค : 15/12/2017

Trends & Turns : 15/12/2017

Trends & Turns : 15/12/2017

Retail Market Monitor : 15/12/2017

Retail Market Monitor : 15/12/2017

Stock calendar & Change of Management holdings report : 15/12/2017

Stock calendar & Change of Management holdings report : 15/12/2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์