ธปท.ปรับเป้าศก.ปีนี้หดตัวแรง ลบ3.0-4.5% คาดปีหน้าฟื้น โต 3-5 %

ธปท.ปรับเป้าศก.ปีนี้หดตัวแรง ลบ3.0-4.5% คาดปีหน้าฟื้น โต 3-5 %

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวปรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 2552 และคาดการณ์จีดีพีของปี 2553 โดยนางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ ธปท.ด้านเสถียรภาพการเงิน กล่าวว่า จากตัวเลขจีดีพีในไตรมาสแรกหดตัวแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ธปท.จึงปรับประมาณการณ์จีดีพีปีนี้ โดยคาดว่าจะติดลบ 3-4.5% จากเดิม ที่คาดว่าจะติดลบ 1.5-3.5% โดยภาคที่ยังมีปัญหาคือการท่องเที่ยว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายในและผลกระทบจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีผลทางจิตวิทยาต่อการท่องเที่ยว ในไตรมาส 2 คาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะหดตัวมากกว่าในไตรมาส 1

นางอัจนา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณเศรษฐกิจที่น่าจะเริ่มทรงตัวในไตรมาส 2 โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม เริ่มมีการผลิตเพื่อชดเชยสินค้าคงคลังที่ลดลงมากในช่วงก่อนหน้า ขณะที่การใช้จ่ายของภาครัฐยังขยายตัวได้ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงการขยายตัวของเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดตัวลงจากไตรมาสก่อน เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนเริ่มทรงตัวช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 2 แต่ยังเป็นการทรงตัวในระดับต่ำ

นางอัจนา กล่าวว่า สำหรับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ที่ลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสแรก เป็นผลมาจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน รวมถึงผลจากการลดลงของราคาสินค้าและบริการตามมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล และผลจากนโยบายเรียนฟรี 15 ปี เป็นสำคัญ ทำให้เงินเฟ้อหลุดจากกรอบเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่กำหนดไว้ที่ 0-3.5% ต่อปี แต่หากหักผลจากมาตรการรัฐบาลจะทำให้เงินเฟ้อทั่วไป ในไตรมาสแรก อยู่ที่ 3.6% และไตรมาส 2 อยู่ที่ 0.9% เงินเฟ้อพื้นฐานไตรมาสแรก อยู่ที่ 3.2% ไตรมาส 2 อยู่ที่ 1.8% อย่างไรก็ตาม ธปท. คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไป ทั้งปีจะ ติดลบ 1.5-0% เงินเฟ้อพื้นฐาน ติดลบ 0.5-บวก 0.5%

รองผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า ข้อจำกัดทางเศรษฐกิจในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการส่งผ่านนโยบายการเงิน มากกว่านโยบายการคลังที่เชื่อว่าน่าจะใช้ได้ผลมากกว่า และการไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้งต่อเนื่องของ กนง. ไม่ได้ส่งให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคมากนัก โดยอัตราดอกเบี้ยไทยขณะนี้อยู่ในระดับต่ำกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค

นางอัจนา กล่าวว่า ธปท.มองว่าอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่สะท้อนภาคการส่งออกได้ในระดับหนึ่ง แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่จีดีพีของประเทศคู่ค้าเป็นสำคัญ โดยช่วง 5 เดือนของปีนี้ การส่งออกของประเทศในภูมิภาคส่วนใหญ่หดตัวมากตามอุปสงค์ของตลาดโลก คาดว่าการส่งออกของไทยปีนี้จะหดตัวลดลงจากที่ประเมินไว้ที่คาดว่าจะหดตัว 24.5-27.5% เป็นหดตัว 19.5-22.5% ส่วนปี 2553 คาดว่าจะกลับมาขยายตัว 14.5-17.5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 6.5-9.5%

การใช้จ่ายภาครัฐในปีนี้ยังน้อยกว่าที่คาด แต่ยังเชื่อว่าว่าปี 2553 แผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 จะส่งผลได้ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และส่งผลต่อเนื่องถึงปีหน้าด้วย ทำให้จีดีพีปีหน้าขยายตัวได้ 3-5% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.5-3.5% อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าจะขยายตัวต่ำ การฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด รวมถึงปัญหาเสถียรภาพรัฐบาลอาจจะกระทบต่อความสามารถในการเบิกจ่ายของภาครัฐต่ำกว่าที่คาดได้ โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไข้หวัด 2009 ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ ธปท. ประเมินว่ามีผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป รองผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

ด้านนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทย ว่า ที่ผ่านมาได้ใช้นโยบายการเงินเข้าไปรองรับแรงกระแทกจากวิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดดอกเบี้ย การใช้เงินออมในประเทศมาลงทุน ซึ่งสามารถรองรับผลกระทบได้ระดับหนึ่ง ดังนั้นนับจากนี้เป็นต้นไปคงต้องใช้นโยบายการคลังอย่างเต็มที่

เรื่องนโยบายการเงิน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น เราได้ทำทุกอย่างแล้ว พูดง่ายๆ ว่าไม่มีอะไรจะทำอีกแล้ว จึงต้องไปแก้ปัญหาระยะยาว ซึ่งนโยบายการคลังต้องทำ เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าไปได้ทันที นางธาริษากล่าว

นางธาริษา กล่าวว่า การทำงานของธปท.คือการวางมาตรการล่วงหน้า เพื่อรองรับแรงกระแทกจากเศรษฐกิจโลกตกต่ำ ทั้งเรื่องการปรับลดดอกเบี้ยและการดูแลหนี้สินภาคครัวเรือน เพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่วนปัญหาเรื่องสภาพคล่องของภาคเอกชนนั้น สำหรับรายใหญ่เชื่อว่ายังมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทั้งจากสถาบันการเงินและช่องทางอื่นๆ เช่น การออกหุ้นกู้ แต่สำหรับรายกลางและรายย่อย อาจต้องมีมาตการช่วยเหลือ

ผู้ว่าธปท.กล่าวว่า กรณีรัฐบาลมอบนโยบายให้แบงก์รับ หาทางปล่อยเงินกู้เสริมสภาพคล่องให้เอกชน ก็มีข้อพึงระวัง เนื่องจากธนาคารจำเป็นต้องรักษาวินัยทางการเงินเช่นกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ซึ่งทางออกหนึ่งคือการใช้มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งต่างประเทศก็ใช้วิธีนี้และได้ผล

ที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามใช้วิธีดังกล่าว ผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.)แต่ที่ยังไม่เห็นความคืบหน้า เพราะธนาคารพาณิชย์ต้องเตรียมกระบวนการทำงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปัจจุบันได้รับรายงานว่าเริ่มมีการค้ำประกันเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจแล้ว นางธาริษากล่าว

นางธาริษา กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่การปล่อยกู้ตามโครงการรัฐ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลพยายามผลักดันให้เกิดสภาพคล่อง แต่หลายโครงการไม่สามารถปล่อยกู้ได้ตามเป้าหมาย โดยธนาคารมักจะอ้างว่า หากปล่อยสินเชื่อตามนโยบายรัฐแล้ว ทำให้เกิดหนี้เสีย จะกระทบต่อการประเมินประสิทธิภาพขององค์กรและผู้บริหารนั้น เป็นการอ้างที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีหลักเกณฑ์ให้แยกโครงการรัฐเป็นบัญชีพิเศษ ออกจากบัญชีปกติ จะไม่มีการนำไปประเมินร่วมกัน

Advertisement Replay Ad
ไขปัญหา ค่าลดหย่อนภาษีคืออะไร?

ไขปัญหา ค่าลดหย่อนภาษีคืออะไร?

5 อาชีพเสริม ใช้ทุนน้อย แต่รายได้ดี

5 อาชีพเสริม ใช้ทุนน้อย แต่รายได้ดี

หนี้เยอะ หนี้หลายก้อน ควรจัดการอย่างไรดี?

หนี้เยอะ หนี้หลายก้อน ควรจัดการอย่างไรดี?

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

จุฬาฯ ฟันธงปี 2561 ท่องเที่ยว-ส่งออก-การลงทุนของรัฐ ยังโตต่อเนื่อง

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันไม่มีการค้าร่วมกับเกาหลีเหนือแล้ว

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

คลังชงครม.ลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

แบงก์ชาติ เตือนลงทุน ‘Bitcoin’ ยังไม่มีกฎหมายคุ้มครอง

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Disney' ผู้ยิ่งใหญ่ความบันเทิงในศตวรรษที่ 21

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

มาทำภาษีให้เป็นเรื่องง่าย Plan เองได้ แค่ 3 นาที #แพลนดีมีเหลือใช้

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

"เฟด" ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

ปิดดีล! Disney บรรลุข้อตกลงทุ่มเงิน 2 ล้านล้านบาท 'เทคโอเวอร์' Fox

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

"Facebook" เผยมาตรการหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีย้อนหลัง

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

สายการบินอังกฤษ อาจสูญเสียสิทธิการบินในอียู หลัง Brexit

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

เทนเซ็นต์ส่งบริการใหม่ 'WeChat Official Account' สะพานเชื่อมธุรกิจไทยสู่ชาวจีน

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

กองสลากแนะผู้ซื้อหวยเซ็นชื่อสลักกันถูกโกง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดปีใหม่ 2561 คนกรุงใช้จ่าย 29,600 ล้านบาท

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

มติคณะรัฐมนตรี ประกาศเว้นค่ามอเตอร์เวย์ปีใหม่ 28 ธ.ค.60 - 4 ม.ค.61

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์