แท็ก

การลงทุน

ดาวโจนส์ร่วง 17 จุด-น้ำมันดิบดิ่ง 1.54$

ดาวโจนส์ร่วง 17 จุด-น้ำมันดิบดิ่ง 1.54$

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดเมื่อวานนี้ (24 พ.ย.)ปรับลดลงหลังข้อมูลเศรษฐกิจออกมาซบเซากดดันให้ดาวโจนส์ร่วง 17.24 จุด ขณะที่น้ำมันดิบดิ่ง 1.54 ดอลล์

รัฐบาลญี่ปุ่นหวั่นเงินฝืดขวางเศรษฐกิจฟื้น

รัฐบาลญี่ปุ่นหวั่นเงินฝืดขวางเศรษฐกิจฟื้น

รัฐบาลญี่ปุ่นยอมรับ เศรษฐกิจในประเทศเข้าสู่ภาวะเงินฝืดเต็มตัวแล้ว ขณะบีโอเจตรึงดอกเบี้ยตามคาด

บาทเปิดตลาด33.18/19 ทรงตัวตามภูมิภาค

บาทเปิดตลาด33.18/19 ทรงตัวตามภูมิภาค

ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตลาดที่ 33.18/19 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัว สอดคล้องค่าเงินในภูมิภาค คาดอยู่ในกรอบ 33.15-33.25 บาท/ดอลลาร์

สิงคโปร์ประกาศพ้นภาวะถดถอย

สิงคโปร์ประกาศพ้นภาวะถดถอย

สิงคโปร์ - สิงคโปร์ประกาศหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งรุนแรง หลังข้อมูลแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจโตติดต่อกันเป็นไตรมาส 2

ดาวโจนส์บวก 30 จุด-น้ำมันดิบบวก 0.24 $

ดาวโจนส์บวก 30 จุด-น้ำมันดิบบวก 0.24 $

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดเมื่อวานนี้(17 พ.ย.)ขยับขึ้นหลังน้ำมันปรับขึ้นมีแรงซื้อในหุ้นพลังงานหนุนหุ้นดาวโจนส์บวก 30.46จุด น้ำมันดิบบวก 24 เซนต์

ไอเอ็มเอฟขายทอง 2 ตันให้มอริเชียส

ไอเอ็มเอฟขายทอง 2 ตันให้มอริเชียส

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประกาศขายทองคำ 2 ตันให้ธนาคารกลางมอริเชียส คิดเป็นมูลค่าเกือบ 72 ล้านดอลลาร์

บาทเปิดตลาด33.25/27 แข็งค่าตามภูมิภาค

บาทเปิดตลาด33.25/27 แข็งค่าตามภูมิภาค

ค่าเงินบาทเช้า นี้เปิดตลาดที่ระดับ 33.25/27 บาท/ดอลลาร์ แนวโน้มแข็งค่าตามภูมิภาคเอเซีย คาดเคลื่อนไหวในกรอบ 33.20-33.28 บาท/ดอลลาร์

นายกฯหนุนพัฒนาตลาดทุนไทยเชื่อมอาเซียน

นายกฯหนุนพัฒนาตลาดทุนไทยเชื่อมอาเซียน

นายกฯหนุนพัฒนา ตลาดทุนไทย เชื่อมโยงกลุ่มอาเซียน หวังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เปิดแผน 5 ปี ดันตลาดหลักทรัพย์โต 130% เทียบจีดีพี

นายกฯหนุนพัฒนาตลาดทุนไทยเชื่อมอาเซียน

นายกฯหนุนพัฒนาตลาดทุนไทยเชื่อมอาเซียน

นายกฯหนุนพัฒนา ตลาดทุนไทย เชื่อมโยงกลุ่มอาเซียน หวังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เปิดแผน 5 ปี ดันตลาดหลักทรัพย์โต 130% เทียบจีดีพี

ทองรูปพรรณทำสถิติสูงสุดใหม่แตะ 18,100

ทองรูปพรรณทำสถิติสูงสุดใหม่แตะ 18,100

ทองคำในประเทศ พุ่งกระฉูด!ตามตลาดโลก ล่าสุดเปิดตลาดภาคเช้าทองแท่งขายออกบาทละ 17,700 บาท ทองรูปพรรณทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 18,100 บาท

AKRเชื่อปี53พลิกกำไร หลังจากขาดทุนQ3/52

AKRเชื่อปี53พลิกกำไร หลังจากขาดทุนQ3/52

นายเกียรติพงศ์ น้อยใจบุญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR กล่าวว่า ไตรมาส 3/2552 บริษัทจะพลิกเป็นขาดทุน 72.40 ล้านบาท จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 3.88 ล้านบาท แต่ไม่รู้สึกกังวล เนื่องจากต้องยอมรับว่าบริษัท เอกรัฐโซล่าร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยยังมีผลประกอบการที่ไม่ดีนัก ประกอบกับคำสั่งซื้อสินค้ายังเข้ามาไม่เต็มที่ แต่ปี 2553 คาดว่าหลังจากที่บริษัทสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้แล้ว และบริษัทลูกดังกล่าวเริ่มมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นคงสามารถพลิกกลับมาเป็นกำไรได้\"แม้ว่าช่วงไตรมาส 3 บริษัทจะขาดทุนแต่ก็ไม่ถือว่าเข้าสู่ช่วงเลวร้ายอะไร เพราะช่วงที่ผ่านมามีปัญหาการระงับโครงการ 76 โครงการที่มาบตาพุด ซึ่งจากเดิมจะทำให้บริษัทลูกสามารถมียอดขายที่ดีขึ้น แต่ยอดขายยังไม่เข้ามาเต็มที่ก็หวังว่าในปีหน้าสถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้น และพลิกเป็นกำไรจากปีนี้ที่คาดว่าจะยังไม่มีกำไรและปีก่อนขาดทุน 47.54 ล้านบาท\"นายเกียรติพงศ์ กล่าว    

YLGหวัง SET in the cityดันลูกค้าเปิดบัญชีใหม่อื้อ

YLGหวัง SET in the cityดันลูกค้าเปิดบัญชีใหม่อื้อ

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานกรรมการ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิว เจอร์ส จำกัด กล่าวว่า บริษัทคาดหวังว่าการเข้าร่วมงาน SET in the city กรุงเทพมหานคร 2009 ระหว่างวันที่ 12-15 พ.ย.52 นี้จะช่วยให้มีลูกค้ารายใหม่เข้ามาเปิดบัญชีประมาณ 100 บัญชี ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้เป้าหมายจำนวนลูกค้าที่จะเปิดบัญชีในปีนี้แตะ 700 บัญชี 'ในช่วงเช้าที่ผ่านมาตั้งแต่เปิดบูธก็มีลูกค้าให้ความสนใจและเข้ามาเปิดบัญชีค่อนข้างเยอะ ซึ่งก็ตั้งเป้าไว้ว่าการร่วมงาน SET in the city ในครั้งนี้จะมีลูกค้าเปิดบัญชี 100 ราย เพราะครั้งที่จัดงานที่ศูนย์สิริกิติ์ก็มีลูกค้าใหม่มาเปิดบัญชี 200 ราย' นางพวรรณ์ กล่าว

SCIB ซื้อพอร์ตสินเชื่อบุคคลรายย่อยจาก บง.ฟินันซ่า

SCIB ซื้อพอร์ตสินเชื่อบุคคลรายย่อยจาก บง.ฟินันซ่า

                ธนาคารนครหลวงไทยเร่งสร้างโอกาสทางการตลาดกลุ่มลูกค้ารายย่อยลงทุนซื้อพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลจาก บง.ฟินันซ่า มูลค่า 134  ล้านบาท จำนวนลูกหนี้ 2,599 บัญชี พร้อมต่อยอดการให้บริการแบบครบวงจรที่เป็นประโยชน์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง คาดสิ้นปีฐานสินเชื่อส่วนบุคคลโตเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1.1 พันล้านบาท ภายหลังจากเริ่มให้บริการอย่างจริงจังเพียง 1 ปี                   นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารเข้าซื้อพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลรายย่อยที่มีคุณภาพดีจากบริษัทเงินทุนฟินันซ่า จำกัด ในวงเงิน 134 ล้านบาท จำนวนลูกหนี้รวมทั้งหมด 2,599 บัญชี เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขยายโอกาสทางการตลาดสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคาร ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ธนาคารได้ลงทุนโดยการซื้อพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลรายย่อยเข้ามาบริหารซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของธนาคารถึงแม้ว่ายอดสินเชื่อจำนวน 134 ล้านบาท จะไม่สูงมากนัก แต่ธนาคารกลับได้รับผลดีจากการลงทุนในครั้งนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากในพอร์ตสินเชื่อดังกล่าวมีกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่มีศักยภาพซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของธนาคารอยู่จำนวนมาก โดยธนาคารรับซื้อเฉพาะหนี้ที่มีคุณภาพดีเท่านั้น และธนาคารเองก็พร้อมที่จะเข้าไปซื้อพอร์ตสินเชื่อเพิ่มเติมอีกหากโอกาสทางการตลาดเหมาะสมทั้งในเรื่องของการลงทุนและการขยายฐานลูกค้า ตลอดจนรองรับการแข่งขันสินเชื่อส่วนบุคคลที่จะมีเพิ่มมากขึ้นในอนาคต “ภายหลังจากที่ธนาคารมีนโยบายในการขยายฐานลูกค้ารายย่อยอย่างจริงจังทำให้สามารถขยายฐานสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทเงินกู้มีกำหนดระยะเวลาทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันได้เกือบ 1 เท่าตัว ภายในเวลาประมาณ 1 ปีเท่านั้น โดยเพิ่มขึ้นสุทธิมาอยู่ที่ระดับ 1,214 ล้านบาท จาก 671 ล้านบาท จากที่เริ่มต้นเมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวก็ตาม แต่ธนาคารก็ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การปล่อยกู้ที่เข้มงวดเพิ่มเติมแต่อย่างใดเพียงแต่ใช้นโยบายในการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจนเท่านั้น และคาดว่าในสิ้นปี 2552 จะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นสุทธิได้ราว 1,100 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,314 ล้านบาท” นายชัยวัฒน์ กล่าว สำหรับแนวทางในการขยายฐานสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารในช่วงที่เหลือของปีนี้และต่อเนื่องปี 2553 ธนาคารยังคงใช้นโยบายในการให้สินเชื่อส่วนบุคคลโดยการกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจนเช่นเดิม เช่น กลุ่มลูกค้าสินเชื่อรายเก่าที่มีศักยภาพ และกลุ่มลูกค้าพันธมิตรโดยการให้สินเชื่อบุคคลที่มีลักษณะเป็นสินเชื่อสวัสดิการที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งจะเน้นบริการทางการเงินแบบครบวงจรที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากกว่าที่จะเน้นในเรื่องของการแข่งขันทางด้านราคาหรืออัตราดอกเบี้ยกับกลุ่มลูกค้าทั่วไป พร้อมทั้งชูจุดขายในเรื่องของการทราบผลการอนุมัติสินเชื่อเฉลี่ยภายใน 3-5 วันทำการ รวมทั้งการขยายฐานกลุ่มลูกค้าไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ผ่านสาขาของธนาคารทั้ง 411 สาขาทั่วประเทศ และการออกบูธเดินตลาดเพื่อแนะนำบริการของธนาคารเอง ตลอดจนร่วมออกบูธในงานมหกรรมต่าง ๆ เป็นต้น  

ออมสินเตรียมขยายพอร์ตการลงในหุ้น-บอนด์ปีหน้าเพิ่ม

ออมสินเตรียมขยายพอร์ตการลงในหุ้น-บอนด์ปีหน้าเพิ่ม

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า  ธนาคารเตรียมขยายพอร์ตการลงทุนปีหน้าเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ในปีนี้ที่ 250,000 ล้านบาท ทั้งในส่วนของตราสารทุนและตราสารหนี้ ทั้งนี้ การขยายพอร์ตการลงทุนดังกล่าวเพื่อต้องการบริหารสภาพคล่องที่มีอยู่จำนวนมาก ที่สำคัญในช่วงปีหน้าธนาคารตั้งเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นจากปีนี้ ดังนั้น เพื่อให้สภาพคล่องเป็นไปในทิศทางที่ดีธนาคารก็จำเป็นต้องขยายการลงทุนดังกล่าวขึ้น โดยธนาคารจะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนรวมกันไม่เกิน 30% และอีก 70% ที่เหลือธนาคารจะเน้นในเรื่องของสินเชื่อ ทั้งนี้ ธนาคารมีสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ระดับ 30%   อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน ธนาคารมียอดสินเชื่ออยู่ที่ระดับ 740,000 ล้านบาท เงินฝากของธนาคารมีประมาณ 850,000 ล้านบาท ส่วนสินทรัพย์ของธนาคารขณะนี้มีประมาณ 990,000 ล้านบาท โดยมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL)อยู่ที่ 2.6%  อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงยืนยันว่า ธนาคารไม่มีเป้าหมายในการลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารทุนที่ธนาคารถืออยู่ในมือแน่นอน ทั้งหุ้น BBL ,MCOT, IRPC ฯลฯ เนื่องจากธนาคารยอมรับว่าธนาคารยังคงได้กำไรจากหุ้นเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง     “พอร์ตการลงทุนของธนาคารตอนนี้มีเยอะมาก แต่ในปีหน้าธนาคารจำเป็นต้องขยายพอร์ตเพิ่ม เนื่องจากทิศทางการปล่อยสินเชื่อปีหน้ายังอยู่ในระดับสูง ที่สำคัญจะช่วยในเรื่องของการบริหารสภาพคล่องให้กับแบงก์ด้วย ” นายเลอศักดิ์ กล่าว

PTTEP ได้ดีน้ำมัน-ก๊าซหนุนกำไร Q4ดี

PTTEP ได้ดีน้ำมัน-ก๊าซหนุนกำไร Q4ดี

นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP กล่าวว่า แนวโน้มกำไรไตรมาส 4 น่าจะปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ขณะที่ยอดขายจะใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน สำหรับสาเหตุที่ประเมินว่ากำไรในไตรมาส 4 จะดีขึ้นจากไตรมาส 3 มาจากปัจจัยสนับสนุนจากปัจจัยราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้ก๊าซยังคงอยู่ในระดับที่ดี แม้จะปรับตัวลดลงจากไตรมาส 3 เล็กน้อย ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล เนื่องจากในไตรมาสนี้มีอากาศที่เย็นลง จึงส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้ก๊าซ   

BCP คาดค่าการตลาดปีนี้ 1.50บ.-ปีหน้า 1.70บ.

BCP คาดค่าการตลาดปีนี้ 1.50บ.-ปีหน้า 1.70บ.

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ BCP กล่าวว่า ค่าการตลาดปีนี้น่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.50 บาท/ลิตร ส่วนปี 2553 คาดว่าค่าการตลาดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยในส่วนของบริษัท คาดว่าอยู่ที่ 1.70 บาท/ลิตร เนื่องจาก บริษัท มีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งพื้นที่เช่าที่สูงขึ้นทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ยอมรับว่าการปรับเพิ่มค่าการตลาดในปี 2553 จะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่จะต้องแบกรับภาระ แต่ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บริษัทต้องปรับค่าการตลาดขึ้น อย่างไรก็ดีการปรับขึ้นค่าการตลาดของบริษัทอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก เนื่องจากมีหลายสถาบันที่ได้ประเมินระดับค่าการตลาดในปีหน้าไว้ที่ระดับ 1.80-2.00 บาท/ลิตร

CPALLชู Q3ดี-ทั้งปียอดขายสาขาเดิมโต 3-5%

CPALLชู Q3ดี-ทั้งปียอดขายสาขาเดิมโต 3-5%

นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL กล่าวว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2552 น่าจะดีกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีการขยายสาขาเพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดขายจากสาขาเดิมก็เติบโตต่อเนื่อง ทำให้บริษัทมั่นใจว่ายอดขายจากสาขาเดิมในปีนี้น่าจะเติบโต 3-5%  ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2553 บริษัทยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยคงต้องรอให้ประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2552 ก่อน

**SETปิดเช้านี้ที่ 705จุด ลดลง 12.90จุด

**SETปิดเช้านี้ที่ 705จุด ลดลง 12.90จุด

**เช้าวันนี้ดัชนีฯ ปิดที่ 705.00 จุด ลดลง 12.90 จุด หรือ 1.80% มูลค่าการซื้อขาย 15,112.56 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่1.PTT ปิดที่ 240.00 บาท ลดลง 10.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,254.00 ลบ.2.PTTEP ปิดที่ 139.00 บาท ลดลง 5.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,698.48 ลบ.3.BANPU ปิดที่ 466.00บาท เพิ่มขึ้น 4.00  บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,667.24 ลบ.4.CPF  ปิดที่ 10.20 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 594.27 ลบ.5.TTA ปิดที่ 28.75 บาท ลดลง 0.75  บาท มูลค่าการซื้อขาย 561.29 ลบ. **เช้าวันนี้ดัชนีตลาด mai ปิดที่ 215.47 จุด ลดลง 0.89 จุด หรือ-0.41%**เช้าวันนี้ SET50 Index ปิดที่ 497.17 จุด ลดลง 10.92 จุด หรือ -2.15%**เช้าวันนี้ SET100 Index ปิดที่ 1075.92 จุด ลดลง 22.49  จุด หรือ -2.05%

PTT รับกำไรปีนี้ใกล้เคียงปีก่อนหลังไม่มีขาดทุนสต็อก

PTT รับกำไรปีนี้ใกล้เคียงปีก่อนหลังไม่มีขาดทุนสต็อก

 นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กล่าวว่า รายได้ปีนี้น่าจะลดลงจากปีก่อนตามความต้องการใช้น้ำมันที่ลดลงส่งผลให้ยอดขายลดลง ขณะที่แนวโน้มของกำไรในปีนี้จะใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากในปีนี้บริษัทไม่มีการขาดทุนจาก stock loss เหมือนเช่นในช่วงไตรมาส 4/2551 ที่ผ่านมา