ผ่ามุมมอง''คีรี-กวิน'' 2พ่อ-ลูก''กาญจนพาสน์ '' ประกาศลุยอสังหาฯหมื่นล.

ผ่ามุมมอง''คีรี-กวิน'' 2พ่อ-ลูก''กาญจนพาสน์ '' ประกาศลุยอสังหาฯหมื่นล.

การกลับมาลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกครั้งของ คีรี กาญจนพาสน์ หลังจาก พัฒนาโครงการขนาดใหญ่ที่สร้างชื่อคือ ธนาซิตี้ ย่านบางนา-ตราด และห่างหายไปนับตั้งแต่ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อกว่า 10 ปีก่อน และหันมา โลดแล่นให้บริการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพหรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส และส่วนต่อขยายในปัจจุบัน โดยใช้ชื่อว่า บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)

การกลับมาครั้งนี้ คีรี ผู้พ่อ ได้ผนึกลูกชายหัวแก้วหัวแหวน กวิน กาญจนพาสน์ เสริมทัพให้แข็งแกร่ง พร้อมประกาศจุดยืนที่จะเดินหน้าพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตามแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่เขาได้ ใบเบิกทางธุรกิจด้านการให้บริการรถไฟฟ้ากรุงเทพมาก่อนหน้านี้แล้ว รวมถึงแผนพัฒนาที่ดินที่มีอยู่ในมือทั่วประเทศ เขาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ขณะเดินทางไปเซ็นสัญญา กับ เครือแลงแฮม โฮเต็ลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อให้บริหารโรงแรม ในประเทศไทย ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 2-4 สิงหาคม 2552ที่ผ่านมา ดังนี้

+++ แผนลงทุนปัจจุบัน

โดยคีรี เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันมี 3 โครงการซึ่งเป็นโรงแรม ได้แก่ 1.ทำเลสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พญาไท มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบ 2.สถานีนานา มูลค่า 4,000 ล้านบาทขึ้นไป และ3.สถานีสุรศักดิ์ มูลค่าเกือบ 3,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ เชื่อว่าควรลงทุนโรงแรมในเวลาที่เศรษฐกิจ ไม่ดี ไม่ควรลงทุนโรงแรมในช่วงเศรษฐกิจบูม เพราะอะไรก็แพง ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน วัสดุ ค่าแรง ซึ่งจะมีต้นทุนที่สูง

ส่วนการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ จะมองถึงเรื่องของการรี

เทิร์นระยะยาว ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีพร็อพเพอร์ตีที่ สร้างแล้วขายไป นั่นคือเหตุผลที่ต้องลงทุนอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก ดังนั้น จึงมีส่วนหนึ่งที่ลงทุนแล้วขายไปเพื่อทำกำไร แต่จริงๆแล้ว จะต้องมีการลงทุนแบบรองเทอม ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีศักยภาพและเชื่อว่าจะเป็นผู้ที่มีชัยชนะในเรื่องของการลงทุน

การทำอสังหาริมทรัพย์ 1. ซื้อมาทำแล้วขาย กำไรประมาณ 30-35% แต่ถ้าทำแล้วเก็บได้ ทำเป็นรองเทอม มูลค่าจะเพิ่มขึ้นในแต่ละปี อาทิ ราคาที่ดิน ราคาโครงการ นั่นหมายถึงกำไรที่ใหญ่สุดของการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่บริษัทไม่ใช่ว่าจะเก็บทุกชิ้นเป็นรองเทอม

ฉะนั้นเวลานี้ มี 3 ทำเลที่ทำโรงแรม แต่ สองทำเลคือ ที่ นานา และพญาไท นอกจากโรงแรมแล้วทั้งสองโครงการ ส่วนหนึ่ง จะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมเช่าระยะยาว 30 ปี และสามารถต่ออายุได้อีก ซึ่งเป็นแนวคิดของลูกชายคือ กวิน ซึ่งจะเป็นคอนโดมิเนียมที่ตกแต่งแบบแลงแฮมที่สวยงามมากมีจำนวน 90 ยูนิต ซึ่ง 3 โรงแรมนี้ จะเปิดให้บริการ อีก 3 ปีข้างหน้าหรือ ปี 2012

+++ ทุ่ม 5,000ล้านตุนที่ดิน

นอกจาก โรงแรม 3แห่ง ที่ทยอยพัฒนาในปี 2552 แล้วใน ปี 2553 คีรี เล่าว่า มีแผนพัฒนาที่ดินต่อเนื่อง ได้แก่ บริเวณ ข้างบริษัทบีทีเอสฯ ที่หมอชิต เนื้อที่ 15 ไร่ ซึ่งจะพัฒนาเป็นเหมือนเมืองเล็กๆ มีทั้งโรงแรม ที่อยู่อาศัย ออฟฟิศบิลดิ้ง แหล่งช็อปปิ้งต่างๆ ถัดไป จะเป็นทำเลพหลโยธิน ด้านหลังห้างโลตัส ซึ่งเป็นโครงการเนเชอรัลปาร์ค เก่าจำนวน 3,000 หน่วย ที่ซื้อต่อจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย(บสท.) เนื้อที่ 22-23 ไร่ บริเวณซอย สุขุมวิท 66 มีที่ดินอีก 2 ไร่ ซึ่งอาจจะพัฒนาคอนโดมิเนียมขาย

สำหรับภาระหนี้ คีรีสะท้อนให้ฟังว่า ความจริงบริษัทมีภาระหนี้ กว่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งพอสำหรับหุ้นกู้ 12,000 ล้านบาท และตามข้อเท็จจริง การชำระหนี้ จะต้องทยอยจ่ายในอีก 5-8 ปีข้างหน้าแต่บริษัทจ่ายทีเดียวให้จบ ซึ่งเวลานี้ บริษัทยัง แคสโฟฯ(กระแสเงินสด) อยู่ 3,000 กว่าล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาฝากแบงก์ไว้ สูงสุด 8,000 ล้านบาท ขณะนี้ เหลือ 3,000 ล้านบาท เนื่องจาก นำเงินไปซื้อที่ดิน 5,000 ล้านบาทและกรุงเทพมหานคร มีแผนต่อขยายเส้นทางออกไปอีก ซึ่งมีเป้าหมาย ว่าจะซื้อที่ดินที่เกาะตามแนวรถไฟฟ้ารัศมีไม่เกิน 200-300 เมตรเท่านั้น ซึ่งมองว่าคุ้มและหากใครมาเสนอขายจะพิจารณาทั้งหมด

+++สายสีเขียว(ข้า)ใครอย่าแตะ

ทั้งนี้การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ บริษัทซื้อที่ดิน 5,000 ล้านบาทไปแล้วนั้น ขณะเดียวกันได้ตั้งบริษัทลูกขึ้นมา เพื่อพัฒนาโครงการต่อเนื่อง เพราะ 1. มีผู้ขอร่วมทุนจำนวนมาก เนื่องจากเห็นว่าไม่สามารถซื้อที่ดินติดสถานีเองได้ 2. การกู้เงิน ไม่ได้กู้ให้กับบีทีเอส แต่กู้ให้กับบริษัทลูก โดยบริษัทลูกเวลานี้ถือหุ้น 100 % แต่สามารถแบ่งได้ถ้ามีคนเข้ามาซื้อ ซึ่งบริษัทลูกคือ บริษัทยูนิโฮลดิ้งฯ ที่พัฒนาโครงการที่สถานีสุรศักดิ์ มีทุนจดทะเบียน 800 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ร่วมทุนโดยโรงแรม 3 แห่ง จะไม่รีบร้อนที่จะให้มีผู้ถือหุ้น แต่จะเปิดให้กับคนที่มาลงทุนร่วม

ขณะเดียวกันได้ผลักดัน บีทีเอส ให้เป็นบริษัทเกี่ยวกับอินฟราสตรักเจอร์(โครงสร้างพื้นฐาน) ตอนนี้ มีแยกย่อยคือ บริษัทหนึ่ง ถือชิ้นหนึ่ง ยูนิฯ ถือ 2 ชิ้น แต่พอเข้าร่วมก็แตกแยกย่อยได้ เพราะเป็นการซื้อหุ้นเท่านั้น และบริษัทลูกอีกบริษัท คือ บริษัท NUVOLINE ซึ่งขณะนี้มีผู้ร่วมทุนเป็นต่างชาติ ถือหุ้น 20 % จะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่ สุขุมวิท 66

คีรีทิ้งท้ายว่า ต้องการให้กทม.เป็นผู้ดำเนินโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียว 2 สายเอง ซึ่งเหมาะสมกว่าที่รัฐบาลดำเนินการเอง และมั่นใจว่า อีก 3 ปีในสมัยที่ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯ กทม. มั่นใจว่ารถไฟฟ้า 2 สายนี้เกิดแน่ และได้ตอกย้ำว่า ใครจะยุ่งกับรถไฟฟ้าสีอะไรก็ได้แต่อย่างมายุ่งกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวของผม

+++ กวินพลิกฟื้นธนาซิตี้

ด้าน กวิน กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนายง จำกัด(มหาชน) ให้มุมสะท้อนถึงแผนพัฒนา ของบริษัทว่า วางแผนที่จะพัฒนาโครงการธนาซิตี้ ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมบริเวณถนนบางนา-ตราด ให้ต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ ยังเหลืออีก กว่า100 ยูนิต และ ที่ดินภายในโครงการอีกกว่า 1,000 ไร่

ธนาซิตี้ ถือเป็นโครงการยุคแรกเริ่มที่เกิดขึ้นมากว่า 12ปี ช่วงยุค ฟองสบู่แตก เมื่อเข้ามาบริหารงานจะไม่ผลีผลาม และจะศึกษาจากบทเรียนจากในอดีต และยืนยันว่าจะยังคงใช้ชื่อเดิม เพราะชื่อยังติดตลาดเป็นที่รู้จัก ที่สำคัญเป็นชื่อที่คุณพ่อ(คีรี)ตั้งขึ้นซึ่งถือว่าเป็นศิริมงคล

โดยเบื้องต้น จะพลิกฟื้นธนาซิตี้ให้ กลับมาอยู่ในสภาพที่ดี เช่นพัฒนาทางเดิน ถนนในโครงการ สโมสรคลับเฮาส์ สวนสาธารณะต่างๆ ขณะเดียวกันก็จะทยอยขายพื้นที่ที่เหลือ ให้หมดภายในปี 2552 โดยราคาที่เสนอขายไม่เกิน 19,000 บาทต่อตารางเมตร และนำเงินที่ขายโครงการได้หมุนเวียนพัฒนาโครงการต่อเนื่องต่อไป

ธนายง ยังมีที่ดินเก่าๆที่ซื้อเก็บมานานกว่า 20ปีก่อน ยังพัฒนาไม่หมดอีกหลายแห่ง ซึ่งมีแผนทั้งเฉือนขายและพัฒนาต่อเนื่อง อาทิ ที่ดินที่เชียงราย พังงา ฯลฯ โดยใช้เวลาพัฒนา 5 ปี

โดยที่ดินที่มีศักยภาพ จะเริ่มพัฒนาปี 2553 ได้แก่ สุขุมวิท 66 จะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม ที่มีจำนวนหน่วยไม่มาก ที่ภูเก็ตที่ดินกว่า 400 ไร่ ระยะแรกจะพัฒนาเป็นช็อปปิ้งสตรีต 40-50 ไร่ และค่อยๆพัฒนาเป็นโรงแรม ที่พักอาศัยต่อเนื่อง ขณะที่ที่เขาใหญ่ นอกจากโรงแรม ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบ

สำหรับที่ดินได้ซื้อมา 700 ไร่ จะเริ่มพัฒนา 28ไร่ เป็นจุดชมวิว สำนักงานขาย และที่ดินแบ่งขาย และที่ดินพร้อมบ้านเป็นเฟสๆ เพราะที่นี่จะเน้นพักผ่อนเนื่องจากอากาศดีและมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เชื่อว่ายังมีคนให้ความสนใจจำนวนมาก

กวินทิ้งท้ายว่า การลงทุนอสังหาฯครั้งนี้จะเน้นการลงทุนที่รอบครอบ ไม่ทำใหญ่ และจะค่อยเป็นค่อยไป และเชื่อว่า ธุรกิจอสังหาฯยังไปได้อีกไกล
ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าบวก3.28จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าบวก3.28จุด

ดีแทคมองสตาร์ตอัพดันดิจิทัล4.0

ดีแทคมองสตาร์ตอัพดันดิจิทัล4.0

เอกชนหวังรัฐลดค่าบาทผันผวน

เอกชนหวังรัฐลดค่าบาทผันผวน

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯม.ค.87.2ลดครั้งแรกรอบ5เดือน

ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯม.ค.87.2ลดครั้งแรกรอบ5เดือน

สมคิดเผย28ก.พ.ชงภาษีดันลงทุนEEC

สมคิดเผย28ก.พ.ชงภาษีดันลงทุนEEC

ตลาดสินค้าอาหารขยายตัวต่อเนื่อง

ตลาดสินค้าอาหารขยายตัวต่อเนื่อง

เปิด 10 เงื่อนไข เงินกู้รายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน 10,000 ล้าน

เปิด 10 เงื่อนไข เงินกู้รายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน 10,000 ล้าน

มติชนจัดเสวนาก้าวที่40ก้าวคู่ประเทศไทย4.0

มติชนจัดเสวนาก้าวที่40ก้าวคู่ประเทศไทย4.0

พณ.จัดงานประชุมWorld Economic

พณ.จัดงานประชุมWorld Economic

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น

ราคาทองปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,000 บาท

ราคาทองปรับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,000 บาท

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก5.21จุด

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก5.21จุด

เงินบาทเช้านี้เปิด35.01บาทต่อดอลลาร์

เงินบาทเช้านี้เปิด35.01บาทต่อดอลลาร์

ราคาทองเปิดตลาดปรับขึ้น50บาท

ราคาทองเปิดตลาดปรับขึ้น50บาท

ยิ่งรูดยิ่งคืน! รับเงินคืนทุกสัปดาห์กับบัตรเครดิต SCB #ดีต่อใจ

ยิ่งรูดยิ่งคืน! รับเงินคืนทุกสัปดาห์กับบัตรเครดิต SCB #ดีต่อใจ

น้ำมันดิบแตะระดับสูงสุดใน3สัปดาห์

น้ำมันดิบแตะระดับสูงสุดใน3สัปดาห์

กระทรวงแรงงานฝึกษะเสริมเด็กอาชีวะ

กระทรวงแรงงานฝึกษะเสริมเด็กอาชีวะ

อัตราแลกเปลี่ยนขาย35.27บ./ดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนขาย35.27บ./ดอลลาร์

ส.อ.ท.ชี้รัฐทำถูกต้องศึกษาEIA-EHIAใหม่

ส.อ.ท.ชี้รัฐทำถูกต้องศึกษาEIA-EHIAใหม่

พณ.เผยราคาเนื้อหมูวันนี้110-115บ./กก.

พณ.เผยราคาเนื้อหมูวันนี้110-115บ./กก.

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์