จีเอ็มใหม่ ''คาเธ่ย์แปซิฟิค'' เน้นตลาดเชิงรุก ฝ่าวิกฤติธุรกิจการบิน

จีเอ็มใหม่ ''คาเธ่ย์แปซิฟิค'' เน้นตลาดเชิงรุก ฝ่าวิกฤติธุรกิจการบิน

ยุคผู้หญิงเป็นแม่ทัพธุรกิจ คราวนี้จีเอ็มคนใหม่ของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค เมื่อ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นดอกไม้เหล็กอีกคน จะเกิดความเปลี่ยนแปลงในองค์กรอย่างไร มีการปรับแผนหรือกลยุทธ์การตลาด และทิศทางธุรกิจอย่างไร อ่านได้จากสัมภาษณ์ นางสาวแม็กกี้ เยือง ผู้จัดการประจำประเทศไทย (จีเอ็ม) สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค และดราก้อนแอร์

++ ปีหินของธุรกิจการบิน

การเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยขณะนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก เพราะเป็นปีแห่งวิกฤติ ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจโลก การระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นับเป็นปีหินของวงการท่องเที่ยว รวมถึงวงการธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจการบิน แต่ด้วยสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 3 และ 4 น่าจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวและทำธุรกิจมีมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ธุรกิจการบินดีขึ้นด้วย

สำหรับประเทศไทย มีจุดแข็งความเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองน่าอยู่ เมืองแห่งรอยยิ้ม และเป็นประตูสู่ภูมิภาคเอเชียทั้งในด้านการค้าและการท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางการบินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งคาเธ่ย์แปซิฟิคเปิดบินเข้าไทยมายาวนานกว่า 63 ปี มีทีมงานที่ดี จึงไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรเมื่อเข้ามารับตำแหน่ง และเชื่อว่าคาเธ่ย์แปซิฟิครวมถึงดราก้อนแอร์ในประเทศไทยจะยังมีโอกาสสร้างการเติบโตทั้งการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า

++ยันเดินหน้าขยายเครือข่าย

แม้จะเป็นปีวิกฤติ แต่ด้วยคาเธ่ย์แปซิฟิค มีความเชื่อว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ในไม่ช้า จึงไม่ได้มีการหยุดที่ขยายเครือข่ายหรือเน็ตเวิร์กการบินเพื่อรองรับความเติบโตของตลาดการบินในอนาคต โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้เปิดเส้นทางบินใหม่จากกรุงเทพฯสู่เดลี ประเทศอินเดีย พร้อมด้วยการเพิ่มเที่ยวบินกรุงเทพฯสู่กวางเจาเป็น 2 เที่ยวบินต่อวัน และในเดือนตุลาคมนี้ เตรียมจะเปิดเส้นทางบินใหม่จากฮ่องกงสู่เมืองเจสดา ประเทศซาอุดีอาระเบีย 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ทั้งนี้ การขยายเน็ตเวิร์ก จะช่วยให้คาเธ่ย์มีการบริการที่ทั่วถึงมากขึ้น จากที่ปัจจุบันให้บริการรับส่งผู้โดยสารไปยัง 144 จุดหมาย ใน 36 ประเทศทั่วโลก มีจำนวนเครื่องบินทั้งสิ้น 122 ลำ อายุเฉลี่ยของเครื่องบินโดยสารที่ให้บริการอยู่ที่ 10.2 ปี นอกจากนี้ ยังมีเครื่องบินที่ได้ทำการยืนยันคำสั่งซื้ออีก 35 ลำ (ตารางประกอบ) ซึ่งจะเริ่มการส่งมอบตั้งแต่ปี 2553-2556

++เน้นทำการตลาดเชิงรุก

ไม่เพียงการขยายเน็ตเวิร์กเท่านั้น ที่จะช่วยให้ธุรกิจเติบโต ทางคาเธ่ย์และดราก้อนแอร์ยังคงเน้นกลยุทธ์ทางธุรกิจเชิงรุก โดยเฉพาะด้านการตลาด เน้นให้บริการระดับพรีเมียม เพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าหรือผู้โดยสารที่ใช้บริการ รวมถึงการเพิ่มความใกล้ชิดกับลูกค้าเพื่อให้ทราบความต้องการที่แท้จริง และจะต้องมีการเฝ้าระวังและการประเมินภาวะตลาด เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้จะเน้นสร้างความคุ้มค่า ด้วยการนำเสนอโปรโมชันตั๋วโดยสารราคาพิเศษและแพ็กเกจท่องเที่ยวที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง อย่างโปรโมชัน สมาร์ท เซฟเวอร์ ซึ่งโดยปกติแล้วสายการบินต่างๆ หรือคาเธ่ย์เองจะลดอย่างมากอยู่ที่ 15-20% แต่ในครั้งนี้ให้สิทธิพิเศษกับลูกค้าคาเธ่ย์ ลดราคาจากปกติ 40-50% รวมถึงการสร้างแพ็กเกจสุดคุ้ม ฮ่องกง ดิสนีย์แลนด์ กับซื้อ 3 แถม 1 หรือซื้อ 2 แถม 1 (ตารางประกอบ)

++หวังคงเที่ยวบินเท่าเดิม

ส่วนจำนวนเที่ยวบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-ฮ่องกงของคาเธ่ย์แปซิฟิค ที่ลดลงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จากวิกฤติเศรษฐกิจโลก การระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ส่งผลให้นักเดินทางมีการระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย อีกทั้งประเทศไทยตั้งแต่ปลายปี 2551 ต่อมาถึงช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ก็มีปัญหาการเมืองภายในประเทศ ทำให้นักเดินทางกังวลต่อความปลอดภัยในการเดินทางมาประเทศไทย จึงทำให้จำนวนผู้โดยสารในเส้นทาง ทำให้สายการบินจึงได้ปรับลดเที่ยวบินจากเดิม 35 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ หรือ วันละ 5 เที่ยวบิน เหลือเพียง 31 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

จากสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงการสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวของภาครัฐบาลและเอกชนร่วมกัน ในการชี้แจงเรื่องการป้องกันอันตรายของการแพร่เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ความปลอดภัยในประเทศ ทำให้นักเดินทางเกิดความมั่นใจและตัดสินใจเดินทางมากขึ้น เห็นได้จากอัตราบรรทุกเฉลี่ย เดือนกรกฎาคมและสิงหาคมอยู่ที่ 75-80% เป็นโหลดเฟกเตอร์ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาเล็กน้อย ซึ่งอยู่ที่ราว 90%

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสัญญาณที่ดีทางเศรษฐกิจ กอปรกับปลายปีเป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยวหรือไฮซีซัน ตัวเลขการเดินทางเข้าไทยผ่านคาเธ่ย์แปซิฟิคจะเพิ่มขึ้น ซึ่งหากเป็นตามแผนสายการบินจะมีการพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินอีก 4 เที่ยวให้เท่ากับจำนวนเดิม 35 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่วนดราก้อนแอร์ซึ่งตั้งแต่เปิดบริการบินตรงฮ่องกง-ภูเก็ต ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมีโหลดเฟกเตอร์อยู่ที่ 85% และตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ก็ได้เพิ่มเที่ยวบินเป็น 9 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ จากเดิมที่มี 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

++แอร์ไชน่าซื้อหุ้นเพิ่มไม่กระทบ

สำหรับกรณีที่แอร์ไชน่า ซื้อหุ้นคาเธ่ย์แปซิฟิคเพิ่มเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจในการปฏิบัติการ แต่น่าจะมีผลระยะยาวในความสัมพันธ์ทางธุรกิจซึ่งกัน ซึ่งจะมีการทำการบินรหัสร่วม(โค้ดแชร์) อย่างไรก็ตามสัดส่วนการถือหุ้นคาเธ่ย์แปซิฟิค หลังจากมีการซื้อขาย ทางบริษัทแม่ อย่าง Swire Pacific Limited ยังคงถือหุ้นข้างมาก 49% ส่วนแอร์ไชน่าถือหุ้นเพิ่มเป็น 29% จากเดิมที่ถือหุ้น 17.46% และที่เหลือเป็นการถือหุ้นของ CITIC Pacific Limited 17.46% และที่เหลือเป็นการถือหุ้นของรายย่อย

ทั้งนี้ ในปี 2551 ที่ผ่านมา คาเธ่ย์แปซิฟิคมีผลประกอบการรวม 86,578 ล้านเหรียญฮ่องกง ขาดทุน 8,558 ล้านเหรียญฮ่องกง ขนส่งผู้โดยสารรวม 24.9 ล้านคน บรรทุกสินค้ารวม 1.6 แสนตัน ส่วนในปีนี้คาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะลดลงเล็กน้อย เนื่องจากมีปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ การระบาดของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งนั่นอาจจะส่งผลให้รายได้ลดลงเช่นกัน

เครื่องบินที่มีการยืนยันคำสั่งซื้อแล้ว

เครื่องบิน/รุ่น จำนวน

เครื่องบินแอร์บัส รุ่น เอ330-300 6 ลำ

เครื่องบินโบอิ้ง รุ่น 777-300ER 19 ลำ

เครื่องบินบรรทุกสินค้า โบอิ้ง รุ่น 747-8F 10 ลำ

ที่มา : คาเธ่ย์แปซิฟิค

Advertisement Replay Ad
แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

สรุปยอดใช้จ่ายช็อปช่วยชาติวันสุดท้าย

สรุปยอดใช้จ่ายช็อปช่วยชาติวันสุดท้าย

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์