มั่นคงฯ เปิดแผนเชิงรุก เดินหน้าเต็มสูบ พร้อมลุยอสังหาฯ ปีกระต่ายทอง

มั่นคงฯ เปิดแผนเชิงรุก เดินหน้าเต็มสูบ พร้อมลุยอสังหาฯ ปีกระต่ายทอง

ชูกลยุทธ์เชิงรุกเน้นกิจกรรมการตลาด เสริมทัพด้วย Social Network Marketing เน้นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ คงจุดแข็งด้านการเงิน พร้อมลุย 5 โครงการใหม่ทั้งแนวสูงและแนวราบบนทำเลศักยภาพ มูลค่าโครงการรวมกว่า 4,000 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้โต 15 %

นายชวน ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)

นายชวน ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK ผู้พัฒนาโครงการ "ชวนชื่น" และ "สิรีนเฮ้าส์" เปิดเผยถึงแนวโน้มและปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2554 ว่า โดยภาพรวมแล้วสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในหลายด้านได้ส่งสัญญาณในเชิงบวก ไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้าของการก่อสร้างโครงการขนส่งมวลชนระบบราง การขยายตัวของการบริโภคและการลงทุนในประเทศ รวมไปถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีปัจจัยที่สร้างความผันผวนทางเศรษฐกิจ อันได้แก่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในขาขึ้น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รวมไปถึงปัจจัยทางการเมืองที่ต้องรอดูผลการเลือกตั้ง

สำหรับในปีนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเชิงรุกมากขึ้น โดยตั้งเป้าเปิดการขายโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 1 กำหนดเปิดโครงการไพรเวทพาร์ค ชวนชื่นซิตี้ บนทำเลรามอินทรา และ โครงการคอนโดมิเนียม เด็น วิภาวดี บนถนนวิภาวดี-รังสิต มูลค่า 2 โครงการรวม 1,340 ล้านบาท และไตรมาส 2 กำหนดเปิดโครงการเบลล์พาร์ค ชวนชื่นซิตี้ ทำเลวัชรพล มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท และปิดท้ายในไตรมาส 4 เปิดอีก 2 โครงการ รวมมูลค่า 2,200 ล้านบาท

ในปี 2554 นี้ บริษัทฯ ได้เตรียมความพร้อมบุกตลาดในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มที่ ด้านการตลาด เราได้เน้นการเพิ่มช่องทางการสื่อสารไปยังผู้บริโภคมากขึ้น โดยการใช้ New Media เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ด้วยช่องทาง Social Network Marketing รวมไปถึงการพัฒนาและปรับปรุง Website ของบริษัทให้มีความโดดเด่นทันสมัยมากขึ้นอีกด้วย

สำหรับ กลยุทธ์ด้านการดำเนินงาน ในปีนี้บริษัทฯ ได้มีการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการได้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เดิมที่เป็นบ้านเดี่ยวและบ้านแฝดแล้ว ในปีนี้เรายังมีผลิตภัณฑ์กลุ่มที่เป็นทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ ซึ่งเพิ่มสัดส่วนการขายมาอยู่ที่ 16% และคอนโดมิเนียมอีก 29% ในส่วนของบ้านเดี่ยว-แฝด ปีนี้จะเพิ่มสัดส่วนของบ้านพร้อมขายให้มากขึ้น จากเดิมที่จำนวนบ้านพร้อมขายจะใกล้เคียงหรือน้อยกว่าบ้านสั่งสร้าง นอกจากนี้บริษัทฯ ยังคงเน้นคุณภาพงานก่อสร้างทุกๆ ขั้นตอน ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่ผู้บริโภคได้ให้ความไว้วางใจในสินค้าของบริษัทฯ มาโดยตลอด

ทาง ด้านการเงิน บริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน โดยคงสถานะอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนในระดับต่ำด้วยภาระหนี้สินรวมที่อยู่ในระดับลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ มีความแข็งแกร่งด้านการเงินที่อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นปัจจุบันเพียง 0.3 เท่า ซึ่งสวนทางกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่สัดส่วนภาระหนี้สูงขึ้น D/E ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 1.19 เท่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เป็นบวกมาโดยตลอด ดังนั้นด้วยศักยภาพในด้านการเงินที่กล่าวมา บริษัทฯ จึงมีความพร้อมในการขยายตัวรองรับภาวะตลาดที่ส่งสัญญาณการฟื้นตัว ด้วยเป้าหมายรายได้ที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก 15% จากปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแกร่ง พร้อมรับความผันผวนของเศรษฐกิจในกรณีที่อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก

"นอกจากกลยุทธ์ในเชิงรุกสำหรับปีนี้แล้ว บริษัทฯ ยังคงสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยคงแนวคิดส่งเสริมการสร้างสรรค์ในด้านต่างๆ ของคนรุ่นใหม่ เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์ คือสิ่งที่สร้างความแตกต่างและเป็นพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยในปีนี้บริษัทฯ จัดการประกวดในเรื่องของการออกแบบตกแต่งภายในคอนโดฯ ภายใต้คอนเซ็ปต์ MY DEN ในโครงการ MK Young Creative Contest 2011 และยังคงมุ่งเน้นไปที่กลุ่มนิสิต นักศึกษา และคนรุ่นใหม่เช่นที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ก็ยังคงให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีแก่เยาวชนผ่านโครงการ MK Sunday Together ซึ่งในปีนี้เราได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แล้ว" ประธานกรรมการบริหาร กล่าวในตอนท้าย

อนึ่ง บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนของ ปี 2553 โดย บริษัทฯ มีกำไรเบื้องต้น 700.47 ล้านบาท อัตราส่วนกำไรเบื้องต้นที่ 39.43% ซึ่งเป็นระดับอัตรากำไรเบื้องต้นมาตรฐานของบริษัทฯ ที่รักษาในระดับ 40% มาโดยตลอด กำไรสุทธิงวด 9 เดือนอยู่ที่ 318.64 ล้านบาท (0.37 บาทต่อหุ้น) และมีอัตราส่วนกำไรสุทธิ (Net Profit Margin) 17.60% ซึ่งเป็นอัตราส่วนกำไรสุทธิในระดับปกติหลังจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีสิ้นสุดลง

 

ธปท. สั่ง 4 แบงก์รัฐเข้มงวด ห้ามขายประกันฯผิดกฎหมายฯ

ธปท. สั่ง 4 แบงก์รัฐเข้มงวด ห้ามขายประกันฯผิดกฎหมายฯ

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าเพิ่มขึ้น4.34จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าเพิ่มขึ้น4.34จุด

หอการค้าไทยประเมินผลกระทบจากนโยบายทรัมป์

หอการค้าไทยประเมินผลกระทบจากนโยบายทรัมป์

ดัชนีผลผลิตอุตฯม.ค.60ขยายตัว1.3%

ดัชนีผลผลิตอุตฯม.ค.60ขยายตัว1.3%

เงินบาทเปิดตลาดที่34.85แกว่งกรอบแคบ

เงินบาทเปิดตลาดที่34.85แกว่งกรอบแคบ

บล.โนมูระพัฒนสินคาดดัชนีหุ้นเช้าแกว่งแคบ

บล.โนมูระพัฒนสินคาดดัชนีหุ้นเช้าแกว่งแคบ

ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ผันผวนจับตาทรัมป์

ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ผันผวนจับตาทรัมป์

ก.อุตฯ ผนึก 31 หน่วยงาน จัด"สัปดาห์แห่งการออกแบบอุตสาหกรรม2017"

ก.อุตฯ ผนึก 31 หน่วยงาน จัด"สัปดาห์แห่งการออกแบบอุตสาหกรรม2017"

บล.ไอร่ามองตลาดหุ้นไทยยังผันผวน

บล.ไอร่ามองตลาดหุ้นไทยยังผันผวน

หุ้นเปิดบวก3.02จุดผันผวนรอฟังทรัมป์

หุ้นเปิดบวก3.02จุดผันผวนรอฟังทรัมป์

ราคาทองปรับลงเล็กน้อย 50 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,200 บาท

ราคาทองปรับลงเล็กน้อย 50 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,200 บาท

ราคาทองเปิดตลาดวันนี้ปรับลง50บาท

ราคาทองเปิดตลาดวันนี้ปรับลง50บาท

ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวกรอบแคบ

ตลาดหุ้นไทยเช้านี้แกว่งตัวกรอบแคบ

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย35.11บ./ดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย35.11บ./ดอลลาร์

ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นหลังโอเปกลดกำลังผลิต

ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นหลังโอเปกลดกำลังผลิต

พาณิชย์เผยวันนี้ราคาสินค้ปรับตัวลดลง

พาณิชย์เผยวันนี้ราคาสินค้ปรับตัวลดลง

ดาวโจนส์ปิดบวกจับตาทรัมป์แถลงคองเกรส

ดาวโจนส์ปิดบวกจับตาทรัมป์แถลงคองเกรส

ไทยแอร์เอเชียเปิดเที่ยวบินอุบลราชธานี-อู่ตะเภา

ไทยแอร์เอเชียเปิดเที่ยวบินอุบลราชธานี-อู่ตะเภา

พาณิชย์จัดตลาดนัดข้าวเปลือก136ครั้ง

พาณิชย์จัดตลาดนัดข้าวเปลือก136ครั้ง

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ ปรับตัวลดลง6.56จุด

ปิดตลาดหุ้นวันนี้ ปรับตัวลดลง6.56จุด

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์