มาร์คแจงแนวทางแก้วิกฤต ตั้งเป้า3ปีทุ่ม1.4ล้านล้าน บิ๊กโปรเจ็ค รถไฟฟ้า-ถนนไร้ฝุ่น ชดเชยศก.โลกวูบ นาย

มาร์คแจงแนวทางแก้วิกฤต ตั้งเป้า3ปีทุ่ม1.4ล้านล้าน บิ๊กโปรเจ็ค รถไฟฟ้า-ถนนไร้ฝุ่น ชดเชยศก.โลกวูบ นาย

.... 3ปีข้างหน้าตั้งใจว่ารัฐบาลต้องเป็นผู้ลงทุนประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท กำลังเตรียมทำรายละเอียดโครงการทั้งโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง โครงการถนนไร้ฝุ่น โครงการลงทุนขนาดใหญ่ด้านแหล่งน้ำ โครงการชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้จะมีการปรับปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและสาธารณสุขด้วย ....

หมายเหตุ - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงและให้สัมภาษณ์แนวทางแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจของรัฐบาล ผ่านรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 มีนาคม

--------------------------

--------------------------

ขณะนี้เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง รัฐบาลได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรก ซึ่งผลของการกระตุ้นคงจะเห็นชัดในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า เม็ดเงินจากโครงการต่างๆ อาทิ โครงการเช็คช่วยชาติ การเพิ่มเบี้ยเลี้ยงให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) การจ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุ ฯลฯ จะออกตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม -พฤษภาคม ก็หวังว่าจะสร้างความคึกคักและทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน

แต่ในระยะกลางและระยะยาวจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเติม เพื่อเสริมสร้างความสามารถของเศรษฐกิจไทย ทำให้ประเทศมีความพร้อมและมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น โดยในสัปดาห์หน้ารัฐบาลเสนอกรอบการเจรจาเงินกู้จากต่างประเทศประมาณ 7 หมื่นล้านบาทเข้าสู่การพิจารณาของสภา เพื่อมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

ส่วนที่หลายคนห่วงเรื่องการกู้เงินนั้น ผมย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยมีการกู้เงินเพื่อมาลงทุนทั้งสิ้น สิ่งสำคัญคืออย่ากู้เงินจนเกินเลยขอบเขตของมาตรฐานสากล หรือทำให้เกิดผลกระทบการเงินการคลังของประเทศในวันข้างหน้า และการกู้เงินมาต้องใช้ให้คุ้มค่า

ผมได้เอาตัวเลขต่างๆ มาดูเห็นว่าการที่เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว ทำให้การค้าหดหายไปร้อยละ 20-30 จึงจำเป็นต้องหาเงินมาชดเชยในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นในช่วง 3 ปีข้างหน้าตั้งใจว่ารัฐบาลต้องเป็นผู้ลงทุนประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท ขณะนี้กำลังเตรียมทำรายละเอียดโครงการทั้งโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง โครงการถนนไร้ฝุ่น โครงการลงทุนขนาดใหญ่ด้านแหล่งน้ำ โครงการชลประทานเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร นอกจากนี้จะมีการปรับปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและสาธารณสุขด้วย โดยรายละเอียดทั้งหมดจะนำเข้าสู่การพิจารณาของครม. เศรษฐกิจในวันที่ 25 มีนาคมนี้

อย่างไรก็ตามไม่อยากให้ประชาชนตกอกตกใจกับเรื่องเศรษฐกิจ จริงอยู่ที่ปัญหาหนัก แต่ผมคิดว่าถ้าเราร่วมมือกันทุกอย่างจะผ่านไปได้ ไม่ต้องไปกลัวนะครับที่มีคนบอกว่าเราไม่มีทางอื่นเลยต้องไปกู้เงินมา ขณะนี้ทั่วโลกต้องทำอย่างนี้ ในเมื่อการค้าขายและกำลังซื้อหดหายไป ถ้าเราอยู่เฉยๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนตกงาน พอคนตกงานก็ยิ่งซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงต้องเข้าไปลงทุนไปใช้จ่ายเอง

ถามว่าเอาเงินจะมาจากไหน มันมี 3 ทางคือ 1. ขึ้นภาษี 2. กู้เงิน หรือ 3. ขายทรัพย์สมบัติของชาติ ใน 3 ทางเลือกนี้ผมเลือกการกู้เงิน แต่เปที่ไม่กระทบต่อเสถียรภาพในภาพรวมของเศรษฐกิจ

@ แสดงว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกด้วยการลด แลก แจก แถมไม่สำเร็จใช่หรือไม่ ถึงต้องกู้เงิน

ไม่ใช่ครับ เราต้องทำงานเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก คือ หยุดยั้งภาวะเศรษฐกิจที่กำลังหดตัวอย่างรุนแรง ด้วยการใช้มาตรการเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน และตั้งงบประมาณขาดดุลเพิ่มเติม ไม่เช่นนั้นในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมจะหนักหนาสาหัสมาก จากนั้นในระยะต่อไปเราต้องลงทุน เพราะถ้าไม่ลงทุน พอเศรษฐกิจโลกฟื้นขึ้นมา เราจะขาดความพร้อม จะแข่งขันไม่ได้ วันนี้เราต้องตัดสินใจมองไปในระยะกลาง-ระยะยาว และผมมั่นใจว่าถ้าเราลงทุนตามแนวทางนี้ พอเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นมา เศรษฐกิจเราฟื้นตัวขึ้นมา เราจะมีความพร้อมในการแข่งขัน และมีรายได้เพียงพอที่จะย้อนกลับไปชำระหนี้ได้สบายๆ

@ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนักว่ารัฐบาลกำลังเพิ่มหนี้สินให้ประเทศ

ผมเรียนตรงๆ ว่าอันนี้คงเป็นเรื่องการเมือง ขณะนี้ทั่วโลกมองตรงกันว่าต้องทำอย่างนี้ ถ้าไม่ทำอย่างนี้เศรษฐกิจหดตัวหนัก แต่บางทีก็มีความพยายามจะใช้เรื่องนี้เป็นเรื่องทางการเมืองว่าสงสัยผม หรือรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะต้องกู้เงิน ซึ่งมันไม่ใช่ ครั้งที่แล้วที่ผมเป็นรัฐบาล เข้ามาก็มีการกู้เงินไปแล้ว เราเข้ามาบริหารเศรษฐกิจจากติดลบให้กลับมาเป็นบวกได้ และสามารถหยุดการกู้เงินได้ด้วย

พูดง่ายๆ คือรัฐบาลก่อนหน้านั้นไปเซ็นสัญญากู้ไว้ จึงไม่ต้องกู้เต็มจำนวน ความจริงตอนนั้นจะใช้หนี้เร็วก็ใช้ได้ แต่บังเอิญคำนวณแล้วว่าถ้าใช้หนี้เร็ว เราจะขาดทุนเรื่องดอกเบี้ย เลยคิดว่าไม่ต้องไปทำ แม้จะได้หน้าได้ตาก็ไม่ต้องไปทำ รักษาผลประโยชน์ของประเทศก่อน หลังจากนั้นมาก็มีทั้งการใช้หนี้คืนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และมีการกู้หนี้ใหม่มาทำโครงการรถไฟฟ้า มีการขาดดุลงบประมาณตั้งแต่ปี 2545-2547 แม้แต่ 2 ปีที่ผ่านมาก็ยังขาดดุล และรัฐบาลที่แล้ว (รัฐบาลนายสชาย วงศ์สวัสดิ์) ก่อนจะพ้นไปก็มีความคิดจะไปกู้เงินเหมือนกัน ผมถึงบอกว่าไม่ใช่เรื่องแปลก แต่อาจจะถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมืองก็ไม่เป็นไร เราก็ชี้แจงไป

@ ขณะนี้หนี้สินของคนไทยต่อหัว ต่อปี อยู่ที่เท่าไหร่

ต้องดูที่ภาพรวมของประเทศ โดยดูจากหนี้สาธารณะคือหนี้ของรัฐบาล บวกกับหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไปค้ำประกันอะไรต่างๆ เทียบกับรายได้แต่ละปี ปัจจุบันตัวเลขเมื่อสิ้นปี 2551 อยู่ที่ร้อยละ 38 จากการที่เศรษฐกิจหดตัว ทำให้รายได้หดตัว ซ้ำการจัดเก็บภาษียังลดลง ดังนั้นจึงคาดกันว่าตัวเลขหนี้อาจจะขึ้นไปถึงใกล้ร้อยละ 50 และในช่วง 2-3 ปีข้างหน้ามีความเป็นไปได้ที่อาจจะถึงร้อยละ 60 ถามว่าน่ากลัวไหม ก็ต้องตอบว่าในช่วงวิกฤตที่ผ่านๆ มา หนี้จะจะขึ้นถึงร้อยละ 60-65 ขณะนี้หลายประเทศอยู่ที่ร้อยละ 70-80 ขณะที่บางประเทศเกินร้อยละ 100 ไปแล้ว

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการกู้เงินมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นหลังเศรษฐกิจฟื้น และจะมีเงินกลับมาชำระหนี้เอง ส่วนทางเลือกอื่นก็ยอมรับตรงๆ ว่ากำลังดูเรื่องภาษีเพื่อช่วยแบ่าระ โดยตัวแรกคือพวกเหล้าเบียร์ ส่วนการขายทรัพย์สินของชาติ ขณะนี้ไม่คิดจะทำ

@ เรื่องการเก็บภาษีที่ดิน หรือภาษีมรดก จะเดินหน้าต่อไปหรือไม่

ยังเดินหน้าอยู่ แต่ต้องทำเป็นกฎหมาย ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ดังนั้นไม่ต้องห่วงเลย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทุกประเทศต้องทำ ไม่เช่นนั้นหากเศรษฐกิจหดตัว ก็จะมีคนตกงาน มันจะเข้าไปเป็นวงจร รัฐก็เก็บภาษีไม่ได้ หนี้ก็เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจเพราะรัฐบาลต้องไปกู้เงินมาปิดหีบงบประมาณ การจัดเก็บภาษีได้น้อย

ดังนั้นขอให้สบายใจได้ และขอยืนยันว่าผมเข้ามาเป็นรัฐบาลในช่วงวิกฤตครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เราไม่เคยทำให้ประเทศชาติเสียหายในระยะยาว ตรงกันข้ามนะจะดูแลในเสถียรภาพความมั่นคงเป็นอย่างดี โดยผมได้ปรึกษาอย่างใกล้ชิดกับทางกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทยตลอดเวลา

@ นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าบอกไม่ได้ว่าจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจอยู่ตรงไหน นายกฯ มองอย่างไร

เรียนตรง ๆ ว่าขณะนี้เกือบทุกประเทศจับตามองไปที่สหรัฐฯ ถ้าสหรัฐฯ แก้ปัญหาระบบสถาบันการเงินธนาคารของเขาให้นิ่งได้ ทุกคนค่อนข้างมั่นใจว่าจะผ่านจุดต่ำสุดไป

ในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีนักธุรกิจใหญ่มีชื่อเสียงจากสหรัฐฯ มาพบผม ผมก็ลองถามแบบนี้ไป เขาตอบว่าถ้าเรื่องสถาบันการเงินเรียบร้อยฟื้นได้แทบจะเรียกว่าเร็วมาก ไม่กี่เดือนก็ฟื้น แต่ถ้าสถาบันการเงินยังไม่นิ่ง ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะไปผ่านจุดต่ำสุดที่ไหน ดังนั้นการประชุมจี 20 ข้อสำคัญคือการดูแลและแก้ไขปัญหาระบบสถาบันการเงินได้เบ็ดเสร็จ ร่วมกันกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งโลกให้เป็นไปในทิศทางสอดคล้องกัน พร้อมกันนี้จะดูแลเรื่องเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่จะไหลเวียนเข้ามาจะเป็นสินเชื่อทางการค้า เพื่อนำไปช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้มีเงินกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่กระทบกับเสถียรภาพ

การเดินทางไปร่วมประชุมจี 20 เป็นประโยชน์มาก หากว่าเราไม่ไปเป็นเสียงให้กับประเทศอย่างเรา ประเทศใหญ่ ๆ อย่างสหรัฐฯ ยุโรป อาจจะหมกมุ่นอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะระบบการเงินของเขา อาจจะแอบกีดกันเรา ใส่เงินเข้าไปเท่าไหร่ เหมือนใส่เข้าไปในหลุมดำ เศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นสักที สุดท้ายก็หมายความว่าคนของเราตกงาน อาหารขายไม่ได้ พืชผลราคาตกต่ำ

ดึง! ‘จีน’ พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จ่อ MOU สนามบินเจิ้งโจว ประเดิมเที่ยวบินนำร่อง

ดึง! ‘จีน’ พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จ่อ MOU สนามบินเจิ้งโจว ประเดิมเที่ยวบินนำร่อง

ชาวสวนยางไม่สนราคายางตกต่ำ หันมาปลูกแตงกวาขาย สร้างรายได้หลักแสน

ชาวสวนยางไม่สนราคายางตกต่ำ หันมาปลูกแตงกวาขาย สร้างรายได้หลักแสน

ผู้ค้าฝั่งธนเผยผักใบเขียวราคาลงทุกรายการ

ผู้ค้าฝั่งธนเผยผักใบเขียวราคาลงทุกรายการ

จิตติชี้ราคาทองพุ่งหลังเฟดชะลอขึ้น ดบ.

จิตติชี้ราคาทองพุ่งหลังเฟดชะลอขึ้น ดบ.

ตีรณชี้GDPปีนี้ยังมีโอกาสโต3.6%

ตีรณชี้GDPปีนี้ยังมีโอกาสโต3.6%

บขส.มั่นใจปีนี้มีรายได้ตามเป้า2,700ล.

บขส.มั่นใจปีนี้มีรายได้ตามเป้า2,700ล.

ผวา 11 ล้านลูกหนี้ หันซบนอกระบบ

ผวา 11 ล้านลูกหนี้ หันซบนอกระบบ

สอท.แนะเอกชนนำดิจิทัลปรับโครงสร้างองค์กร

สอท.แนะเอกชนนำดิจิทัลปรับโครงสร้างองค์กร

ตลท.ชี้ศาลนัดพิพากษาคดีจำนำข้าวไม่กระทบหุ้น

ตลท.ชี้ศาลนัดพิพากษาคดีจำนำข้าวไม่กระทบหุ้น

ก.แรงงานย้ำพาต่างด้าวขึ้นจดทะเบียนได้ทันที

ก.แรงงานย้ำพาต่างด้าวขึ้นจดทะเบียนได้ทันที

ก.คลังยันลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย14.1ล.คนแล้ว

ก.คลังยันลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย14.1ล.คนแล้ว

ก.แรงงานเสริมทักษะช่างปูกระเบื้องป้อนตลาด

ก.แรงงานเสริมทักษะช่างปูกระเบื้องป้อนตลาด

ตลท.มองศก.ไทยแกร่งปลายปีลงทุนคึกคัก

ตลท.มองศก.ไทยแกร่งปลายปีลงทุนคึกคัก

กสิกรคาดค่าบาท24-28กค.ที่33.30-33.70/$

กสิกรคาดค่าบาท24-28กค.ที่33.30-33.70/$

หุ้นไทยสัปดาห์หน้าจับตาผลประชุมเฟด

หุ้นไทยสัปดาห์หน้าจับตาผลประชุมเฟด

ทองขึ้น50บาทรูปพรรณขาย20,350บาท

ทองขึ้น50บาทรูปพรรณขาย20,350บาท

ธอส. ขนNPAกว่า 5พันรายการจัดโปรฯ ผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย 0%

ธอส. ขนNPAกว่า 5พันรายการจัดโปรฯ ผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย 0%

กสิกรคงเป้าส่งออก3.8%,บาทแข็ง6%ไม่กระทบ

กสิกรคงเป้าส่งออก3.8%,บาทแข็ง6%ไม่กระทบ

หุ้นUSปิดลบจากราคาน้ำมัน-ทองบวกแรง

หุ้นUSปิดลบจากราคาน้ำมัน-ทองบวกแรง

ปตท.ลงนามข้อตกลงคุณธรรมเป็นปีที่ 2

ปตท.ลงนามข้อตกลงคุณธรรมเป็นปีที่ 2

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์