มาร์คเตรียมเสนอกู้ศก.โลกในนามอาเซียนบนเวทีจี-20 กอร์ปศักดิ์เมินทักษิณค้านขยายเพดานเงินกู้

มาร์คเตรียมเสนอกู้ศก.โลกในนามอาเซียนบนเวทีจี-20 กอร์ปศักดิ์เมินทักษิณค้านขยายเพดานเงินกู้

มาร์คฟุ้งบินร่วมประชุมกลุ่มประเทศ จี-20 อังคารนี้ มี 4 ข้อเสนอกู้เศรษฐกิจโลกในนามอาเซียน เผยนายกฯอังกฤษตอบรับแล้ว กอร์ปศักดิ์เมินแม้วค้านขยายเพดานเงินกู้ ขณะที่ รมช.คลังแบ่งรับแบ่งสู้ขอดูตัวเลขที่เกิดช่อง เฉพาะหน้าจะคงยอดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้า 1.3 แสนล้านไปก่อน

มาร์คบินร่วมจี-20 อังคารนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ว่าจะออกเดินทางไปร่วมประชุมจี 20 หรือกลุ่มประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด 20 ประเทศที่ประเทศอังกฤษในวันที่ 31 มีนาคมนี้เพื่อหารือกันว่า ผู้นำของเศรษฐกิจที่มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันแล้วประมาณ 80-90% ของโลกจะสามารถวางแนวทางฟื้นเศรษฐกิจโลกขึ้นมาได้อย่างไร โดยตนได้รับเชิญในฐานะประธานอาเซียนเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกับกลุ่มผู้นำเหล่านี้ ซึ่งการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้เป็นการหนีใคร เพราะกำหนดมาล่วงหน้าพอสมควรแล้ว

ปัญหาเศรษฐกิจของไทยวันนี้ ถ้าไม่นับภาคการค้าขายกับต่างประเทศ ตัวเลขของเราก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่ขณะนี้เพราะการส่งออกหายไป 20% ท่องเที่ยวล่าสุดก็หายไปประมาณ 10% ตัวเลขนี้ถ้าเทียบกับอีกหลายประเทศในภูมิภาคก็ยังเบา แต่มันหนักสำหรับประเทศที่มีการเชื่อมโยงกับต่างประเทศ ถ้าเราทำให้เศรษฐกิจของประเทศที่เป็นลูกค้าเราฟื้นตัวได้ หรือถ้าทำให้ ธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟ มีความตื่นตัวและมีกลไกเข้ามาช่วย จะเป็นภูมิภาคอาเซียนจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านเรา ก็จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นเร็วขึ้น ผมได้เตรียมจุดยืนของอาเซียนนี้และได้เวียนไปให้ประเทศในอาเซียนพิจารณาแล้ว คาดว่าต้นสัปดาห์นี้จะได้จุดยืนที่เป็นทางการไปนำเสนอได้ นายกฯกล่าว

เผยนายกฯผู้ดีร่อนหนังสือตอบรับ

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ประเด็นที่จะนำไปเสนอนั้นเห็นว่า 1.ทุกประเทศต้องกระตุ้นเศรษฐกิจให้เศรษฐกิจโลกฟื้นขึ้น หมายถึงนโยบายการเงิน การคลังที่ต้องไปในทิศทางเดียวกันและพยายามให้ทุกประเทศเข้าใจว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อช่วยกระตุ้นโลกทั้งโลก เพราะบางประเทศก็ใช้วิธีการกระตุ้นโดยเอาเงินไปอุดหนุนอุตสาหกรรมภายในบางประเภทของตัวเอง แม้อาจเป็นการช่วยอุตสาหกรรมนั้นๆ แต่ไม่มีผลในการกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจโลก 2.ต้องไม่กีดกันทางการค้า และอาเซียนทำเป็นตัวอย่างแล้ว คือเดินหน้าผลักดันประชาคมเศรษฐกิจเขตการค้าเสรี 3.องค์กรการเงินระหว่างประเทศ อาทิ ไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก เป็นต้น ต้องมีช่องทางช่วยประเทศกำลังพัฒนา เพราะประเทศเหล่านี้ต้องการเงินไปช่วยดูแลคนยากคนจน พอเจอภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ หลายประเทศเก็บรายได้ไม่เข้าเป้า เศรษฐกิจหดตัว เกิดการว่างงาน และ 4.สาเหตุของวิกฤตครั้งนี้ เป็นปัญหาเรื่องการไหลเวียนของเงินทุนระหว่างประเทศ บทเรียนคือวันข้างหน้าต้องหามาตรการป้องกัน

วันนี้ท่านนายกฯ อังกฤษทำหนังสือมาถึงผมภายหลังยืนยันการเข้าร่วมประชุมว่า จะพยายามให้ครอบคลุมประเด็นเหล่านี้ ซึ่งคิดว่าถ้าผู้นำในกลุ่มจี-20 สามารถบรรลุการตกลงและปฏิบัติจริงก็จะช่วยทำให้เศรษฐกิจโลกฟื้นได้ง่ายขึ้นและ เร็วขึ้น มากกว่าที่จะปล่อยต่างคนต่างทำกันไป นายกฯกล่าว และว่า ส่วนการขอความช่วยเหลือจากกลุ่มประเทศจี-20 นั้น เราคงไม่มีความจำเป็นโดยตรง เพราะระบบการเงินโดยรวมยังเข้มแข็ง ส่วนความสามารถในการกู้ยืนเงินนั้น เราก็อยู่ในฐานะที่แข็งแกร่งไม่มีปัญหา

ไม่เก็บภาษีชา-กาแฟหวั่นกระทบ

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวผ่านรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ โดยเป็นการบันทึกเทปตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (เอ็นบีที) และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถึงแนวทางการจัดหารายได้เพื่อรองรับวิกฤตเศรษฐกิจว่า คงไม่ขึ้นภาษีและคงพยายามไม่เก็บภาษีชา กาแฟ เพราะได้รับข้อร้องเรียนว่าหากจะจัดเก็บอาจทำให้กระทบเกษตรกรได้ รัฐบาลก็จะเก็บภาษีเหล้าเบียร์ก่อน โดยการจัดหารายได้ของรัฐ ก็จะใช้วิธีการขายสมบัติชาติ แต่จะพยายามดึงเอกชนเข้ามาลงทุนก่อน การกู้ยืมก็ถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เสริมเข้ามา ส่วนความเชื่อมั่นนั้น ที่ผ่านมารัฐบาลติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดมาก และมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจเพื่อเตรียมหารูปแบบรองรับวิกฤตจริงๆ เราตามตัวเลขที่เป็นปัจจุบันที่สุด ไม่หลอกตัวเองและก็บอกประชาชนว่หนักก็คือหนัก

ผมขอยืนยันว่าทำงานหนักบนความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ที่ผ่านมาก็สื่อสารกับทุกภาคส่วน ซึ่งเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องของจิตวิทยา ผมก็ย้ำกับพี่น้องประชาชนว่าไม่ให้ประมาท ผมรู้ว่าสถานการณ์ยังหนัก แล้วจะมาประมาทหรือว่าใช้ชีวิตกันแบบฟุ่มเฟือยคงไม่ได้แน่ ขณะเดียวกันถ้าทุกคนกลัว ถ้าตื่นตระหนกก็จะยิ่งซ้ำเติมวิกฤต สิ่งทำได้คือทางสายกลาง ตอนที่ผมไปมอบเช็คใบแรก ก็บอกว่าอย่าไปจับจ่ายใช้สอยฟุ่มเฟือย แต่ไม่ใช่กลัวจนเก็บและไม่ใช้จ่ายจนเศรษฐกิจไม่หมุนเวียน ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนรู้ว่าความพอดีอยู่ตรงไหน ถ้าอยากจะช่วยเศรษฐกิจไทยก็อย่างที่บอก กินของไทย ใช้ของไทย เที่ยวไทย เงินก็ไม่รั่วไหลไปไหน นายอภิสิทธิ์กล่าว

กอร์ปศักดิ์เมินข้อท้วงติงแม้ว

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยขยายเพดานกู้เงินเป็น 60% จะพาคนไทยลงนรกว่า ตนไม่ได้ฟังและไม่สนใจในสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดเลย และคิดว่าสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ควรทำมี 2 เรื่อง คือ 1.หยุดสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมือง แบบที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ก่อนที่จะไปแนะนำอะไร เพราะวิธีนี้จะแก้ไขปัญหาได้ดีที่สุด ช่วยประเทศชาติได้เยอะ 2.ควรทำหน้าที่ของตัวเอง โดยเฉพาะการกลับมาต่อสู้คดี เพื่อให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ระบบที่ควรจะเป็น

รมช.คลังแบ่งรับแบ่งสู้ขอดูตัวเลข

ขณะที่ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายเพดานเงินกู้ จาก 50% เป็น 60% และการแก้ไข พ.ร.บ.งบประมาณว่า การพิจารณากฎหมายเป็นหนึ่งในวิธีการที่รัฐบาลจะนำมาใช้ในการดูแลเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสำคัญมาก ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังวางกรอบการทำงานอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว

ที่ผ่านมารัฐบาลก็ทำกันอย่างเต็มที่และรอบคอบ มีมาตรการต่างๆ ออกมาเป็นระยะ แต่การที่อดีตนายกรัฐมนตรีระบุว่ารัฐบาลกำลังทำผิดวินัยการเงินการคลังนั้น ผมไม่แน่ใจว่าข้อมูลมาจากที่ใด คงต้องไปขอดูตัวเลขต่างๆ ตั้งแต่ความสามารถในการขยายเพดานเงินกู้ ความสามารถในการขาดดุลงบประมาณ รวมถึงการเสนอให้รัฐบาลนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ที่ระบุว่ามีอยู่ 1.1 แสนล้านบาท มาใช้แทนการกู้เงินจากต่างประเทศด้วย ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงจะสามารถตอบได้ชัดเจนกว่านี้ นายประดิษฐ์กล่าว

ขอคงเป้าเก็บภาษีต่ำ1.3แสนล.ไปก่อน

ส่วนการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2552 ที่คาดว่าจะต่ำกว่าประมาณการ 2.5 แสนล้านบาทนั้น นายประดิษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบเดือนต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ในการหารือร่วมกันเบื้องต้นที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้ตัดสินใจว่าจะขอคงประมาณการจัดเก็บรายได้ในปีนี้ว่าจะต่ำกว่าเป้าหมาย 1.3 แสนล้านบาทไปก่อน

ตอนนี้คงจะระบุลำบากว่ารายได้ที่หดหายไปมาจากกรมไหนเป็นหลัก เพราะทุกส่วนได้รับผลกระทบเหมือนๆ กัน เช่น กรมสรรพากร สาเหตุที่รายได้ลดลง ก็เพราะสินค้านำเข้าลดลงตามคำสั่งซื้อและกำลังซื้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกรมสรรพากรที่จะเข้าไปจัดการได้ นายประดิษฐ์กล่าว

เผยคลังรายงานครม.ยอดต่ำเป้าแล้ว

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบการจัดทำประมาณการรายได้รัฐบาลในปีงบประมาณ 2552 ใหม่ โดยระบุว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายกลางปีเพิ่มเติม จำนวน 116,700 ล้านบาท จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลอีก 19,139.48 ล้านบาท ทำให้คาดว่าทั้งปีงบประมาณมีรายได้รวม 1,658,870 ล้านบาท เมื่อหักการคืนภาษีของกรมสรรพากร หักการจัดสรรรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และเงินกันชดเชยการส่งออกแล้ว จะมีรายได้สุทธิ 1,364,170 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ได้ปรับปรุงแล้ว 240,470 ล้านบาท หรือต่ำกว่า 15% และต่ำกว่าปีก่อน 181,667 ล้านบาท หรือต่ำกว่า 11.8%

ทั้งี้ คาดว่ากรมสรรพากรจะสามารถจัดเก็บรายได้ประมาณ 1,146,130 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 176,170 ล้านบาท หรือ 13.3% กรมสรรพสามิต จัดเก็บได้ 272,540 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 50,100 ล้านบาท หรือ 15.5% ส่วนกรมศุลกากรจัดเก็บได้ 75,300 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 24,300 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24.4% ขณะที่รายได้จากรัฐวิสาหกิจ มีจำนวน 85,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายประมาณ 7,997 ล้านบาท 8.6% และหน่วยงานอื่นๆ มีรายได้ 79,900 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 1,713 ล้านบาท หรือ 2.1%

กรณ์สั่งตามประกบนักเลี่ยงภาษี

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับฐานะการคลังตามระบบกระแสเงินสด กระทรวงการคลังระบุว่า ขาดดุลเงินงบประมาณ 609,130 ล้านบาท มากกว่าปีก่อน 595.6% หรือมากกว่า 521,562 ล้านบาท เนื่องจากรัฐบาลมีรายจ่ายมากถึง 1,973,300 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้ 1,364,170 ล้านบาท ส่วนเงินนอกงบประมาณเกินดุล 46,680 ล้านบาท เมื่อรวมกันแล้วทำให้ขาดดุลเงินสด 562,450 ล้านบาท ขณะที่มีการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลจำนวน 347,061 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดขาดดุล 215,389 ล้านบาท ขณะที่ปีก่อนเกินดุลเงินสด 86,254 ล้านบาท

การประมาณการตัวเลขครั้งนี้ ทำให้นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกผู้บริหารกระทรวงการคลังหารือและกำชับให้กรมสรรพากรตรวจเข้มผู้ที่หลีกเลี่ยงภาษีโดยเฉพาะผู้ที่จดทะเบียนธุรกิจเป็นคณะบุคคล ซึ่งมีทั้งรูปแบบจัดตั้งหลายคณะเพื่อลดภาษีเงินได้และสร้างรายจ่ายเท็จ ให้เสียภาษีน้อยลง พร้อมวางแผนการบริหารเงินสด การคำนวณรายจ่ายของปีงบประมาณ 2553 ให้สอดคล้องกับรายได้ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ให้มากขึ้น

ธปท.ยันออกพันธบัตรตามกรอบเดิม

นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงแผนการออกพันธบัตรปีนี้ว่า คาดว่าจะไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมาที่มียอดคงค้างทั้งสิ้น 1.4 ล้านล้านบาท แต่พันธบัตรระยะสั้นอาจจะลดลงเล็กน้อยเหลือประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท จากปีก่อน 7 หมื่นล้านบาท เพื่อทดแทนพันธบัตรที่หมดอายุ และเพื่อดูดซับสภาพคล่องออกจากระบบ โดยเฉพาะช่วงที่รัฐบาลจะปล่อยเงินเข้าระบบมากๆ

ขณะนี้สภาพคล่องในระบบยังเพียงพอ แม้ว่ารัฐบาลจะมีการออกพันธบัตรมากขึ้น เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ เพื่อนำเงินมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากจัดช่วงอายุและระยะเวลาการออกขายที่เหมาะสม ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องแย่งสภาพคล่องกัน ขณะที่ความต้องการในตลาดโดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นยังไม่ดีขึ้น ก็จะเป็นทางเลือกในการลงทุนสำหรับกองทุนรวมและนักลงทุนสถาบัน นางสุชาดากล่าว

นางสุชาดากล่าวถึงกรณีที่อัตราผลตอบแทนในตลาดพันธบัตรระยะกลางและยาวปรับเพิ่มขึ้น จากที่ตลาดคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะออกพันธบัตรมากขึ้นว่า ขณะนี้ดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้ไม่สูงมาก ซึ่ง ธปท.จะเข้าไปดูแลในช่วงที่ผิดปกติ และการออกพันธบัตรของ ธปท.ก็ไม่ได้ไปแย่งเงินกับภาคเอกชน เพราะพบว่าหุ้นกู้ภาคเอกชนไตรมาสแรกออกใหม่ถึง 7.35 หมื่นล้านบาท ขยายตัวถึง 655% จากปีก่อน ส่วนหนึ่งมีปัญหาสภาพคล่องตึงตัวในตลาดโลก ทำให้กู้เงินได้ยากขึ้น จึงกลับมาระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ในประเทศแทน

Advertisement Replay Ad
สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์