จีนห้ามจัดทัวร์พาคนจีนเที่ยวไทยชั่วคราว

จีนห้ามจัดทัวร์พาคนจีนเที่ยวไทยชั่วคราว

คมชัดลึก : จีนใบเหลืองไทย ห้ามจัดทัวร์พาคนจีนเที่ยวไทยชั่วคราว เผยมาตรการเตือนรุนแรงกว่าตอนปิดสนามบิน คาดรายได้ไม่เข้าเป้า สูญเงินจากตลาดจีนไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน เอกชนเสนอนายกฯ 17 แนวทางฟื้นการท่องเที่ยว เร่งรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยเร็ว ด้านครม.ออกมาตรการช่วยเหลือ 3 ด้าน การเงิน ภาษี และส่งเสริมการท่องเที่ยว นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจ ท่องเที่ยว สัมพันธ์ไทย- จีน (ที.ซี.ที.เอ.) กล่าวถึงผลกระทบจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในประเทศต่อการ ท่องเที่ยว ไทย ว่า ล่าสุดประเทศ จีน ตัดสินใจเพิ่มระดับการเตือนนัก ท่องเที่ยว ให้อยู่ในระดับใบเหลือง โดยเตือนห้ามบริษัทนำเที่ยวจัด ทัวร์ พาคน จีน เข้ามาประเทศไทยในระยะนี้ ซึ่งเป็นผลจากการลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ จีน มองว่าเป็นหนึ่งในผู้นำมวลชน ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ จีน มีการประกาศเตือนนัก ท่องเที่ยว ที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ร่วมกับกว่า 24 ประเทศ การเตือนในระดับใบเหลืองครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเตือนที่รุนแรงมากกว่าช่วงการปิดสนามบินที่ผ่านมา ส่งผลให้ขณะนี้การจอง ทัวร์ ของนัก ท่องเที่ยว จีน ที่จะเข้ามาในช่วงวันแรงงาน เดือนพฤษภาคมไม่มีการจองเข้ามาเลย ต่อเนื่องตั้งแต่เหตุการณ์ความรุนแรงช่วงวันสงกรานต์ นายศิษฎิวัชร กล่าวและว่า แม้นายกรัฐมนตรีให้นับวันรอการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเร็วๆ นี้ เชื่อว่าไม่ทันการณ์แล้วสำหรับฤดูกาล ท่องเที่ยว วันแรงงาน ซึ่งเป็นหนึ่งไฮซีซั่นที่สำคัญของตลาดนัก ท่องเที่ยว จีน เพราะเวลานี้เป็นช่วงการจอง ทัวร์ ทำให้นัก ท่องเที่ยว อาจเปลี่ยนเส้นทาง ท่องเที่ยว ไปยังประเทศอื่น สะท้อนว่าไทยเสียไปแล้ว 2 ไฮซีซั่น นายศิษฎิวัชรกล่าวว่า ที่ผ่านมาช่วงวันหยุดแรงงาน จะมีนัก ท่องเที่ยว จีน เข้ามาราว 3-5 หมื่นคน ถึงขณะนี้เชื่อว่าจะเหลือนัก ท่องเที่ยว ที่จะเข้ามาแค่ประปรายเท่านั้น สร้างความเสียหายแก่ผู้ประกอบการ ท่องเที่ยว ที่ส่วนใหญ่ต้องว่างงาน ขณะที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของตลาด จีน ก็มีการยกเลิกชาร์เตอร์ไฟลท์ถึง 90% ของการจองทั้งหมด ทำให้มีชาร์เตอร์ไฟลท์เข้ามาเพียง 50 ไฟลท์ จากปกติจะเข้ามา 100-200 ไฟลท์ ส่งผลให้เป้าหมายการ ท่องเที่ยว จากตลาด จีน ในปีนี้ที่คาดว่าจะเข้ามาราว 9 แสน-1 ล้านคน จะไม่เป็นไปตามเป้า โดยลดลงไม่น้อยกว่า 3 แสนคน คิดเป็นการสูญเสียรายได้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากรัฐบาลประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว เชื่อว่าประเทศไทยต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือนในการเข้าไปสร้างความเข้าใจกับประเทศ จีน อีกครั้ง ซึ่งรัฐบาลควรสร้างความน่าเชื่อถือ โดยการมอบหมายให้รัฐมนตรีไปสร้างความเข้าใจในเบื้องต้น ก่อนที่จะให้นายกรัฐมนตรีไทยไปเยือนประเทศ จีน เพื่อกระชับความมั่นใจอีกครั้งหนึ่ง รายงานข่าวแจ้งว่า นัก ท่องเที่ยว จากชาติต่างๆ ในเอเชีย ที่เข้ามาไทยในปีที่แล้ว จีน มีจำนวน 8 แสนคน ขณะนี้ได้รับผลกระทบลดไป 80% ญี่ปุ่นปีที่แล้วมี 1.1 ล้านคน ขณะนี้หายไป 20-30% ไต้หวันมีจำนวน 5 แสนคน หายไป 30% ฮ่องกงจำนวน 5 แสนคน หายไป 30% เกาหลี 9 แสนคน หายไป 30-50% ด้านนายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในขณะนี้มีบางประเทศที่ยังคงประกาศเตือนให้หลีกเลี่ยงเดินทางมาประเทศไทย จากเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงการ ท่องเที่ยว และกีฬาได้มีหนังสือแจ้งไปยังประเทศเหล่านี้โดยตรงแล้ว เพื่อให้ทบทวนปรับคำประกาศให้เข้ากับสถานการณ์ที่เป็นจริง ทั้งนี้มีรายงานว่ามีบางประเทศคงประกาศเตือนให้หลีกเลี่ยงเดินทางมาประเทศไทย ได้แก่ จีน สเปน และฟิลิปปินส์ โดยทางการ จีน ได้มีการแจ้งให้สำนักงานการ ท่องเที่ยว ประจำมณฑลต่างๆ ระงับการนำ ทัวร์ มายังประเทศไทยเด็ดขาด ส่วนการประกาศเตือนของสเปนนั้น ทำให้บริษัท ทัวร์ ทักท่วงไปยังทางการสเปนให้รีบถอนคำประกาศดังกล่าวโดยเร็ว เนื่องจากสเปนมีเส้นทางบินตรงระหว่างไทย ซึ่งเป็นประเทศในอาเซียนเพียงแห่งเดียว การประกาศระงับการเดินทางดังกล่าวจึงเป็นผลให้เกิดความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากนัก ท่องเที่ยว สเปนไม่สามารถเดินทางมาไทยเพื่อต่อเครื่องไป ท่องเที่ยว ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนได้ นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย พร้อมสมาชิกผู้ประกอบการด้านการ ท่องเที่ยว ร่วมหารือถึงแนวทางแก้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรม เพื่อยื่นข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี โดยมี 17 แนวทางที่จะให้รัฐบาลช่วยเหลือ เนื่องจากขณะนี้อุตสาหกรรมกำลังอยู่ในขั้นภาวะวิกฤติรุนแรง คาดว่าจำนวนนัก ท่องเที่ยว จะลดลงจาก 14.1 ล้านคน ในปี 2551 เหลือ 10.9 ล้านคน ในปี 2552 หรือลดลง 22.8% ทำให้รายได้การ ท่องเที่ยว ลดลงจาก 5.4 แสนล้านบาท ในปี 2551 เหลือ 3.5 แสนล้านบาท ในปี 2552 หรือลดลง 1.9 แสนล้านบาท หรือลดลง 35% ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย และปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในช่วงต้นปี โดยเฉพาะเหตุรุนแรงในเดือนเมษายนนี้ น่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนัก ท่องเที่ยว ต่างชาตินานเป็นเวลา 4-6 เดือน จึงส่งผลต่อรายได้และความจำเป็นต้องลดการจ้างงานประมาณ 10% ของการจ้างงานทั้งหมด 2.57 ล้านคน หรือเกิดการว่างงานประมาณ 257,000 คน นายกงกฤช กล่าว ส่วนข้อเสนอของภาคเอกชน 17 ข้อ เช่น 1.เร่งประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ด้านบวกให้แก่ประเทศไทย 2.เร่งจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนบวก 3 บวก 6 เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศผ่านผู้นำ 15 ประเทศที่เข้าร่วมประชุม 3.เร่งเจรจากับสายการบินที่มายังประเทศไทยให้บริการผู้โดยสารตามปกติ 4.เสนอจัดโครงการอะเมซิ่งไทยแลนด์แกรนด์เซลส์ โดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดึงเอกชนทุกส่วนด้านการ ท่องเที่ยว มาร่วมจัดงาน 5.ขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณกรณีพิเศษ 5,000 ล้านบาท เพื่อจัดสรรให้ทุกจังหวัดนำไปใช้พัฒนาสถานที่ ท่องเที่ยว 6.ขอความร่วมมือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยกันพัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยว ในพื้นที่ 7.ขอให้รัฐบาลลดการนำส่งเงินประกันสังคมทั้งนายจ้างและลูกจ้างจาก 5% เหลือ 3% เป็นเวลา 2 ปี 8.ให้รัฐบาลผ่อนปรนการเก็บภาษีทุกประเภทให้ผู้ประกอบการด้านการ ท่องเที่ยว โดยไม่เสียค่าปรับเป็นระยะเวลา 2 ปี 9.เพื่อเพิ่มศักยภาพการการ ท่องเที่ยว ระยะยาวโดยขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ 10% ของงบกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 จำนวน 1.9 ล้านบาท เป็นต้น นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้นำข้อเสนอของภาคเอกชน 17 แนวทางมาพิจารณาให้ความช่วยเหลือ หลังจากกำหนดให้การฟื้นฟูการ ท่องเที่ยว เป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐบาลจะพยายามออกมาตรการให้ครอบคลุมทุกส่วน โดยแนวทางช่วยเหลือมี 3 ด้าน ได้แก่ มาตรการด้านการเงิน มาตรการด้านภาษี และมาตรการส่งเสริมด้านการ ท่องเที่ยว ในส่วนของมาตรการด้านการเงิน ได้ให้ส่วนราชการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2552 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการนำไปพัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยว ขณะที่วงเงินกู้ 5,000 ล้านบาทของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เพื่อปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการ ท่องเที่ยว ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ยื่นขอกู้น้อย เพราะตั้งเงื่อนไขไว้สูง เนื่องจากเกรงว่าจะมีความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ รัฐบาลจึงพร้อมรับความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ดังกล่าวแทน โดยจะมีการพิจารณาอีกครั้ง ส่วนมาตรการด้านภาษี ได้ยืดระยะเวลาการใช้มาตรการเดิม ที่เคยช่วยเหลือจากผลกระทบการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกไปจนถึงสิ้นปี 2552 โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับนัก ท่องเที่ยว ต่างชาติ การลดหย่อนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมหลุมจอดเครื่องบิน และการลดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานทั่วประเทศ ขณะที่มาตรการส่งเสริมด้านการ ท่องเที่ยว จะเป็นการใช้งบประมาณของรัฐไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับแหล่ง ท่องเที่ยว ที่ต้องเร่งใช้งบประมาณปี 2552 และ 2553 เข้าไปช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังหารือเกี่ยวกับการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เข้าไปเป็นผู้รับประกันความเสียหายให้นัก ท่องเที่ยว ต่างชาติ หรือการดึงให้บริษัทประกันภัยในประเทศเป็นผู้ดูแลรับประกัน เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาบริษัทประกันกัยในต่างประเทศไม่รับประกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นให้นัก ท่องเที่ยว ต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นัก ท่องเที่ยว ต่างชาติ แต่หลักเกณฑ์จะเป็นอย่างไรจะต้องพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง ด้านนายสันติชัย เอื้อจงประสิทธิ์ รองผู้ว่าการฝ่ายตลาดต่างประเทศ การ ท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากผลกระทบที่นัก ท่องเที่ยว หดหายไปอย่างมาก หลังเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองนั้น ททท.ได้เตรียมแผนใช้งบประมาณราว 200 ล้านบาท ในการออกโฆษณาเพื่อสร้างภาพลักษณ์การ ท่องเที่ยว ไทยในสื่อระดับโลก โดยใช้โฆษณาความยาว 90 วินาทีดึงดูดนัก ท่องเที่ยว ให้กลับมา ท่องเที่ยว ไทย ทั้งนี้ สปอตโฆษณาที่นำเสนอจะมีการเผยแพร่ในลักษณะต่างๆ เช่นการสัมภาษณ์นัก ท่องเที่ยว ต่างชาติที่เข้ามาไทยแล้ว และได้ไป ท่องเที่ยว ตามแหล่ง ท่องเที่ยว ต่างๆ หรือนำเสนองานกิจกรรมประเพณีที่น่าสนใจของไทย วิถีชีวิตความเป็นไทย เพื่อเชิญชวนชาวต่างประเทศให้มาเยี่ยมเยือนเมืองไทย ส่วนแผนเฉพาะหน้าในขณะนี้ ได้ให้สำนักงาน ททท.ในต่างประเทศให้ข้อมูลและแจ้งสถานการณ์ให้เอเย่นต์ หรือคู่ค้าในต่างประเทศได้รับทราบ เนื่องจากมีคู่ค้าในหลายประเทศที่เดือดร้อนมาก ไทยแล้วและได้ไป ท่องเที่ยว ตามแหซึ่ง ททท.ยังเดินหน้าโครงการพาร์ทเนอร์ ออน ดีมานด์ โดยให้งบสนับสนุนกับบริษัทนำเที่ยวที่จัดกรุ๊ป ทัวร์ จำนวนมากมาไทยอีกด้วย รวมถึงให้การแนะนำหากต้องการไปเที่ยวยังจุดหมายอื่น เช่นเชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น นายสันติชัยกล่าวว่า สำหรับตัวเลขนัก ท่องเที่ยว โดยรวมที่หายไปขณะนี้ ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนแต่คาดว่าไม่น้อยกว่า 30% เนื่องจากบางตลาดหดตัวไปมาก บางตลาดก็ไม่มากนัก ซึ่งคาดว่าปีนี้อาจจะได้นัก ท่องเที่ยว เข้าไทย 13 ล้านคน ลดลงจากเดิมที่กำหนดไว้ 16 ล้านคน ส่วนรายได้ก็จะหดจาก 505,000 แสนล้านบาทไปอีกราว 3-4 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะเห็นผลกระทบชัดเจนอย่างมาก ขณะนี้หลายบริษัทต้องการให้ไทยยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรงโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน ททท.ได้เตรียมโครงการ บริง แบ็ก สไมล์ ทู ไทยแลนด์ หรือโครงการนำรอยยิ้มกลับคืนสู่ไทย โดยจะใช้งบประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นตลาดให้ทันท่วงที ตัวอย่างของกิจกรรมในโครงการนี้เช่น การใช้เซเลเบรตี้ มาร์เก็ตติ้ง การจัดประกวดพ่อครัวทั่วโลกในไทย เป็นต้น นอกจากนี้ยังจะผนึกความร่วมมือกับต่างประเทศ เช่น การที่ประเทศญี่ปุ่นจัดโครงการวิสิท เวิลด์ แคมเปญ ส่งเสริมให้นัก ท่องเที่ยว ญี่ปุ่นเดินทางไป ท่องเที่ยว ทั่วโลก ไทยก็จะหาทางผนึกความร่วมมือเพื่อเชิญชวนให้ชาวญี่ปุ่นมาเที่ยวไทยด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง จี้รัฐสร้างเชื่อมั่น-สมานฉันท์ไม่ดีขึ้นส่อลอยแพแรงงาน2แสน ตำนานแผ่นดิน - หมู่บ้านปิยะมิตร อุโมงค์มหัศจรรย์ ผวาเสื้อแดงท่องเที่ยววูบยกเลิกทัวร์อื้อ ม็อบป่วนท่องเที่ยว-ลงทุนกระเทือน ทัวร์ต่างชาติเริ่มผวา-เตือนขัดขวางประชุมอาเซียนได้ไม่คุ้มเสีย เปิดเส้นทางบก R3a แทนแม่น้ำโขง

Advertisement Replay Ad
ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

สรุปยอดใช้จ่ายช็อปช่วยชาติวันสุดท้าย

สรุปยอดใช้จ่ายช็อปช่วยชาติวันสุดท้าย

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Alibaba'

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Alibaba'

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์