ผบ.ทบ.รับได้งบถูกหั่น รัฐบาลรีดภาษีขี้เมา

ผบ.ทบ.รับได้งบถูกหั่น รัฐบาลรีดภาษีขี้เมา

ให้ได้เพิ่มปีละ7หมื่นล. รัฐบาลหมดปัญญาหารายได้รีดภาษีขี้เมาอีกขวดละ 1.75-19 บาท อุบไต๋อุบไต๋ขึ้นภาษีน้ำมัน-บุหรี่ หวังรีดรายได้เพิ่มอีกปีละ 7 หมื่นล้าน โปะรายได้ พร้อมไฟเขียวแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง 2555 ให้อำนาจคลังออก พ.ร.ก.-พ.ร.บ. กู้เงินในประเทศ 8 แสนล้านบาท นำมาใช้ลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้อีกปีละ 2% ชี้มีรายได้ต่อหัวเกิน 4 พันเหรียญสหรัฐ ปลายปี 54 หลุดพ้นประเทศที่มีรายได้ยากจน เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง และนายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง ได้เปิดแถลงข่าวชี้แจงแผนปฏิบัติการ ไทยเข้มแข็ง 2555 ซึ่งถือว่าเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชม. โดยนายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า เนื่องจากงบลงทุนใหม่ในปีงบประมาณ 53 นั้นไม่สามารถจัดสรรได้ เพราะรัฐบาลไม่มีเงินมากพอ ประกอบกับรัฐบาลมีแผนลงทุนในระยะ 3 ปีอีก 1.56 ล้านล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มการจ้างงาน ทำให้ ครม.ได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการฯ โดยให้กู้เงินในประเทศจำนวน 8 แสนล้านบาท ด้วยการออกกฎหมาย 2 ฉบับคือ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท และพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท

นายกรณ์ กล่าวว่า แผนปฏิบัติการฯ เป็นโครงการลงทุนภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 ซึ่งได้รับอนุมัติก่อนเป็นมูลค่า 1.43 ล้านล้านบาท เป็นการลงทุนระหว่างปี 52-55 คาดว่าจะช่วยสร้างงานได้ 1.6-2 ล้านคน และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว ส่วนวงเงินที่เหลืออีกกว่า 1 แสนล้านบาทที่ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จนั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังเปิดโอกาสให้หน่วยงานเสนอโครงการเข้ามาให้ครบภายในสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนวงเงินที่ครม.เห็นชอบในครั้งนี้จากการสำรวจพบว่าสามารถเริ่มโครงการได้ทันทีตั้งแต่ปลายปี 52 นี้ คิดเป็นมูลค่ารวม 1.06 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 17% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปี 53 และเชื่อว่าภายในปี 54 นี้จะทำให้จีดีพีสูงขึ้นกว่า 10 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้จีดีพีต่อหัวเกิน 4 พันดอลลาร์สหรัฐต่อปี และเป็นการหลุดพ้นและก้าวเข้าสู่ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง

ส่วนที่มาของแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาลงทุนจะมาจากการออกกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ วงเงินรวม 8 แสนล้านบาท โดย พ.ร.ก.ดำเนินการได้ทันที และต้องกู้เงินภายใน 31 ธ.ค. 53 ส่วน พ.ร.บ.ต้องเสนอเข้าสภา และต้องกู้เงินภายใน 31 ธ.ค. 2554 ซึ่งเป็นการกู้ยืมเงินในประเทศเป็นหลัก โดยเงินกู้จำนวน 2 แสนล้านบาท จะเป็นการกู้เพื่อนำมาปิดหีบงบประมาณปี 52 ด้วย หลังจากพบว่ารัฐบาลต้องขาดดุลงบประมาณกว่า 6.5 แสนล้านบาท แต่สามารถกู้ยืมได้เพียง 4.4 แสนล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าส่งผลให้หนี้สาธารณะปรับสูงขึ้นจาก 40% ของจีดีพีในปัจจุบัน ไปอยู่ที่สูงสุด 61% ของจีดีพี ในปี 2556 แต่ผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากโครงการลงทุนที่สร้างโอกาสการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาจะส่งผลให้หนี้สาธารณะเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่ปี 57 จนคาดว่าลดลงมาอยู่ที่ 47% ของจีดีพีในปี 2561

นอกจากนี้รัฐบาลจะปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเพื่อให้มีรายได้เพิ่มอีกปีละ 7 หมื่นล้านบาทโดยที่ประกาศได้ทันทีคือการขึ้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือ เบียร์ จาก 55 บาทต่อลิตรเป็น 60 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้น ขวดละ 4-5 บาท สุราขาว จาก 110 บาทต่อลิตรเป็น 120 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้น 9.1% หรือขวดละ 1.75-2.50 บาท สุราผสม จาก 280 บาทต่อลิตรเป็น 300 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 7.1% หรือเพิ่มขึ้นขวดละ 4-5 บาท และบรั่นดี จาก 45% เป็น 48% เพิ่มขึ้น 6.7% หรือเพิ่มขึ้นขวดละ 19 บาท ซึ่งมีผลตั้งแต่ 24.00 น. ของวันที่ 7 พ.ค. นี้ ส่วนการปรับเพิ่มภาษีตัวอื่นยังเป็นเรื่องลับและต้องจัดทำรายละเอียดเพื่อออกเป็น พ.ร.ก.ต่อไป

ผมขอยืนยันว่ารัฐบาลเป็นเครื่องยนต์เดียวที่จะขับเคลื่อนได้ในขณะนี้และถ้ามองในแง่ของจังหวะเวลาของการลงทุนเป็นเรื่องสำคัญเพราะในเวลานี้เลือกที่จะไม่ลงทุนไม่ได้ และไม่มีเวลาใดเหมาะสมที่จะลงทุนเท่ากับเวลานี้ เนื่องจากดอกเบี้ยต่ำที่สุดในประวัติการณ์ หากรอให้เศรษฐกิจดีกว่านี้แล้วค่อยลงทุน ดอกเบี้ยจะสูงขึ้น รวมทั้งในช่วงนี้ราคาน้ำมันลดลง จึงเปิด โอกาสให้แก้ตัวได้อีกครั้ง อีกทั้งผลระยะสั้นจะช่วยสร้างงานให้กับคนที่กำลังตกงาน จึงไม่ต้องไปแย่งคนจากภาคเอกชนมา และสภาพ คล่องในประเทศล้นเหลือ เพราะเอกชนไม่กู้ ไม่ ลงทุน เพราะฉะนั้น จึงเป็นวิธีบริหารจัดการที่ครบถ้วนรอบด้าน และระยะยาวจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจด้วย

รมว.คลัง กล่าวต่อว่า ขอท้านักการเมืองคนใดที่อาจไม่เห็นด้วยกับแผนนี้ เพราะไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล จะกล้าบอกประชาชนหรือ ไม่ว่าท่านจะไม่ลงทุนในโครงการเหล่านี้ หากท่านคัดค้านที่รัฐบาลหาเงินทุนเพิ่มเติมจากการออก พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. ท่านพร้อมยืนยันหรือไม่ว่าจะไม่ลงทุนในโครงการเหล่านี้ เพราะฉะนั้น แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐมนตรีคลังทั้ง 3 คนนี้มองว่าได้วางรากฐานและให้โอกาสกับประเทศแล้ว ทั้งการดำเนินยุทธศาสตร์ ที่ส่งผลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในระยะยาว โดยคาดว่า ในปี 2554 จีดีพีจะขยายตัวได้ 4% เงินเฟ้อ 2.5% และกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ 5.5% ในปี 2557 ส่วนปี 52 คาดว่าเศรษฐกิจยังคงติดลบ ที่ 3.5%

รายงานข่าวจาก ครม.กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังเตรียมออก พ.ร.ก. เพื่อขยายเพดานอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพิ่มอีกลิตรละ 2 บาท จากปัจจุบันที่กำหนดเพดานไว้ที่ 5 บาทต่อลิตร โดยจะเป็นการปรับขึ้นภาษีน้ำมันทุกประเภท รวมทั้งพิจารณาปรับเพิ่มเพดานภาษีบุหรี่อีกด้วย ซึ่งทั้งหมดคาดว่าจะดำเนินการได้ภายใน 1-3 วันนี้

ส่วน นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง กล่าวว่า ผลการจัดเก็บรายได้ล่าสุดในช่วง 7 เดือน (ต.ค.-เม.ย.) ต่ำกว่าเป้าหมายถึง 102,993 ล้านบาท หรือต่ำกว่า 12.9% โดยจัดเก็บได้รวม 714,412 ล้านบาท แยกเป็นกรมสรรพากรจัดเก็บได้ 518,693 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 61,933 ล้านบาท หรือต่ำกว่า 10.67% กรมศุลกากร จัดเก็บได้ 47,426 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 18.13% หรือต่ำกว่า 10,504 ล้านบาท และกรมสรรพสามิต จัด ได้ 148,293 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 30,556 ล้านบาท หรือต่ำกว่า 17.08% ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวที่กระทรวงกลาโหมถูกตัดงบปี 53 เกือบ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งกระทบต่อการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ว่า เป็นเรื่องที่คิดกันอยู่และยังไม่ได้ข้อยุติ ทั้งนี้ความจริงรัฐบาลมีรายได้น้อยลงซึ่งก็คงต้องกระทบกระทรวง ทบวง กรม และโครง การต่าง ๆ แน่นอน กองทัพได้ประกาศจุดยืนชัดเจน ดังนั้นไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล หากสั่งการเขาในสิ่งที่ถูกเขายินดีปฏิบัติตาม ไม่ใช่มาหนุนรัฐบาลเพราะกองทัพไม่ได้เล่นการเมืองด้วย

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยกัน แต่เมื่องบประมาณของประเทศลดลงประมาณ 2 แสนล้านบาท ดังนั้นคงจะกระทบทุกกระทรวง คงต้องพูดจากัน การปรับงบตาม แผนกองทัพต้องดูเรื่องยุทโธปกรณ์หลักของกองทัพ ขณะนี้งบประมาณกองทัพคิดเป็น 1.5 ของ จีดีพี ซึ่งถือว่ายังน้อยน่าจะปรับขยับขึ้นอีกเล็ก น้อย ทั้งนี้ใน ครม.มีการพูดคุยงบกองทัพแต่ ยังไม่เป็นที่สิ้นสุด

ทางด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวว่า ไม่มีปัญหาเมื่อประเทศมีความยากลำบากเรื่องงบประมาณ ความจำเป็นด้านการทหารแม้จำเป็น แต่หากเทียบความจำเป็นด้านอื่นมีมากกว่า งบประมาณด้านการทหารก็ต้องปรับ และไม่ว่าจะปรับอย่างไรกองทัพรับได้หมด ส่วนจะกระทบต่อการจัดซื้อรถยานเกราะยูเครน หรือไม่นั้น หากมีความจำเป็นตัดก็ต้องตัด ทั้งนี้จำนวนที่จะถูกตัดน่าจะประมาณ 10% ซึ่งตัดเท่าไหร่กองทัพรับได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม. ที่ประชุมเห็นชอบการลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม จากเดิมนายจ้างและลูกจ้างจ่าย 5% ของเงินเดือน เหลือ 3% ทำให้กองทุนสปส.ต้องขาดรายได้ไป 1.5 หมื่นล้านบาท ส่งผลกระทบต่อผู้ประกันตนที่จะรับเงินชราภาพ 2.6 แสนคน คิดเป็นเงิน 118 ล้านบาท โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 52 เป็นเวลา 6 เดือน จากนั้นก็จะกลับไปเก็บเงินสมทบในอัตราเดิม 5% ทั้งนี้ สปส. จะเสนอให้กระทรวงแรงงานแก้ไขกฎกระทรวงเพื่อให้มีการนำเงินสมทบของรัฐบาลจำนวน 2.75% มาชดเชยเงินสมทบที่ถูกปรับลดต่อไป.
WP Energy ส่งคนไทยกลับบ้านช่วงสงกรานต์

WP Energy ส่งคนไทยกลับบ้านช่วงสงกรานต์

มติเลือกตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ2ราย

มติเลือกตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ2ราย

สภานายจ้างย้ำขึ้นค่าแรง410บาทกระทบลงทุน

สภานายจ้างย้ำขึ้นค่าแรง410บาทกระทบลงทุน

พาณิชย์เตรียมจัดตั้ง Startup Complex

พาณิชย์เตรียมจัดตั้ง Startup Complex

CIMBเตรียมปรับเป้าส่งออกหลังแนวโน้มฟื้นตัว

CIMBเตรียมปรับเป้าส่งออกหลังแนวโน้มฟื้นตัว

ไทย-บาห์เรนเร่งขยายการค้า-ลงทุนฉลองสัมพันธ์40 ปี

ไทย-บาห์เรนเร่งขยายการค้า-ลงทุนฉลองสัมพันธ์40 ปี

พาณิชย์เร่งแผนตัวชี้วัดความสำเร็จศก.ฐานราก

พาณิชย์เร่งแผนตัวชี้วัดความสำเร็จศก.ฐานราก

สมอ.เร่งดึงร้านทั่วไทยร่วมโครงการร้านมอก.

สมอ.เร่งดึงร้านทั่วไทยร่วมโครงการร้านมอก.

อิสระโต้ขึ้นค่าแรง410บาท/วันชี้กระทบภาคอุตฯ

อิสระโต้ขึ้นค่าแรง410บาท/วันชี้กระทบภาคอุตฯ

นักวิเคราะห์ ชี้ หุ้นผันผวนคาดเฟดคงดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์ ชี้ หุ้นผันผวนคาดเฟดคงดอกเบี้ย

นิด้าโพลแรงงาน50%ขอปรับค่าแรงให้เหมาะค่าครองชีพ

นิด้าโพลแรงงาน50%ขอปรับค่าแรงให้เหมาะค่าครองชีพ

ตีรณคาดตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมีนาคมยังบวก

ตีรณคาดตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมีนาคมยังบวก

ส.อ.ท.ห่วงส่งออกรถยนต์ปี60 หลุดเป้า

ส.อ.ท.ห่วงส่งออกรถยนต์ปี60 หลุดเป้า

ธกส.คาดยอดลงทะเบียนคนจน 13 ล้านคน

ธกส.คาดยอดลงทะเบียนคนจน 13 ล้านคน

โพลแรงงานขอขึ้นค่าจ้างไม่มีพอเก็บ-ต่างด้าวไม่ได้แย่งงาน

โพลแรงงานขอขึ้นค่าจ้างไม่มีพอเก็บ-ต่างด้าวไม่ได้แย่งงาน

นักวิชาการแนะร่วมสร้างความเข้มแข็งแรงงาน

นักวิชาการแนะร่วมสร้างความเข้มแข็งแรงงาน

ด่านพรมแดนสะเดาแน่นนทท.มาเลย์ทะลัก

ด่านพรมแดนสะเดาแน่นนทท.มาเลย์ทะลัก

ผู้ปกครองซื้ออุปกรณ์การเรียนก่อนเปิดเทอม

ผู้ปกครองซื้ออุปกรณ์การเรียนก่อนเปิดเทอม

พาณิชย์เปิดตลาดทุเรียน4จังหวัดพ.ค.นี้

พาณิชย์เปิดตลาดทุเรียน4จังหวัดพ.ค.นี้

สนธิรัตน์มอบพณ.จว.ทำแผนขับเคลื่อนศก.

สนธิรัตน์มอบพณ.จว.ทำแผนขับเคลื่อนศก.

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์