คลังแจงรายได้รัฐเม.ย.นี้รวม7 เดือนปีงบฯ52 ต่ำกว่าเป้า

คลังแจงรายได้รัฐเม.ย.นี้รวม7 เดือนปีงบฯ52 ต่ำกว่าเป้า

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมถึงผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลประจำเดือนเมษายน 2552 รัฐบาลจัดเก็บรายได้ 81,681 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รัฐบาลในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 (ตุลาคม 2551 เมษายน 2552) มีจำนวนทั้งสิ้น 644,651 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 128,933 ล้านบาท ซึ่งการจัดเก็บรายได้ที่ต่ำกว่าเป้าหมายในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ เป็น สถานการณ์ที่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เนื่องจากเป็นบทบาทหนึ่งของนโยบายการคลังในการช่วยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในช่วงที่เศรษฐกิจหดตัว (Automatic Stabilizer) โดยมีรายละเอียดสรุปดังนี้

1. เดือนเมษายน 2552 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 81,681 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ ตามเอกสารงบประมาณ 34,389 ล้านบาท หรือร้อยละ 29.6 (ต่ำกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 34.8) สาเหตุสำคัญเนื่องจาก

- การนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจต่ำกว่าประมาณการ 14,014 ล้านบาท หรือร้อยละ 54.2 ทั้งนี้ เป็นเพราะ บมจ.ปตท. จ่ายเงินปันผลต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากผลประกอบการในรอบครึ่งหลังของปี 2551 ของบริษัทในเครือกลุ่มธุรกิจการกลั่นที่มีค่าการกลั่นลดลง และมีขาดทุนจากสินค้าคงเหลือ (Stock Loss) ที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากราคาตลาดของน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปรับตัวลดลงอย่างมี นัยสำคัญ นอกจากนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้นำส่งรายได้ต่ำกว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วย เนื่องจากมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องจึงขอทยอยนำส่งรายได้

- การจัดเก็บภาษีของ 3 กรมต่ำกว่าประมาณการที่สำคัญ ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 11,120 ล้านบาท หรือร้อยละ 23.7 เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการนำเข้าสินค้าต่ำ กว่าประมาณการถึงร้อยละ 39.9 เป็นไปในทิศทางเดียวกับอากรขาเข้าที่จัดเก็บได้ต่ำกว่า ประมาณการ 1,785 ล้านบาท หรือร้อยละ 23.4 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 2,270 ล้านบาท หรือร้อยละ 11.9 และภาษีรถยนต์จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 1,809 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 36.3 อย่างไรก็ดี การจัดเก็บภาษียาสูบสูงกว่าประมาณการ 1,198 ล้านบาท หรือร้อยละ 31.4 เนื่องจากข่าวการปรับเพิ่มอัตราภาษียาสูบ

2. ในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 (ตุลาคม 2551 เมษายน 2552) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 644,651 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 128,933 ล้านบาท หรือร้อยละ 16.7 (ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 15.0) เป็นผลจากการจัดเก็บภาษีของ 3 กรมหลัก และการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ต่ำกว่าประมาณการ ประกอบกับการคืนภาษีของกรมสรรพากรที่สูงในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ

/> ผลการจัดเก็บรายได้ตามหน่วยงานจัดเก็บสรุป ดังนี้

2.1 กรมสรรพากร จัดเก็บได้รวม 518,693 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสาร งบประมาณ 61,934 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 10.7 (ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 8.5) ภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการที่สำคัญได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 57,042 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 18.6 สาเหตุสำคัญมาจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าและการบริโภคในประเทศที่ต่ำกว่า ประมาณการร้อยละ 31.1 และ 7.5 ตามลำดับ (ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 23.4 และ 3.4 ตามลำดับ) นอกจากนี้ การจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดายังต่ำกว่าประมาณการจำนวน 10,263 ล้านบาท หรือร้อยละ 7.6 เป็นผลจากภาษีที่จัดเก็บจากฐานเงินเดือน ค่าจ้าง ดอกเบี้ย และการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต่ำกว่าประมาณการ ซึ่งมีสาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัวและมาตรการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ อย่างไรก็ดี ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 4,608 ล้านบาท

2.2 กรมสรรพสามิต จัดเก็บได้รวม 153,037 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตาม เอกสารงบประมาณ 31,563 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.1 (ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 11.3) โดยสาเหตุสำคัญมาจากการจัดเก็บภาษีน้ำมันที่ต่ำกว่าประมาณการถึง 21,551 ล้านบาท หรือร้อยละ 40.3 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการลดอัตราภาษีน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ รวมทั้งปริมาณการใช้ น้ำมันที่ชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ และภาษีรถยนต์ที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 11,417 ล้านบาท หรือร้อยละ 30.4 เนื่องจากประชาชนชะลอการซื้อสินค้าคงทน ประกอบกับสถาบันการเงินระมัดระวังในการให้สินเชื่อมากขึ้น

2.3 กรมศุลกากร จัดเก็บได้รวม 47,426 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการตามเอกสาร งบประมาณ 10,504 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18.1 (ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 17.0) เนื่องจากอากรขาเข้าจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 10,536 ล้านบาท หรือร้อยละ 18.6 เป็นผลจากการหดตัวของมูลค่าการนำเข้าสินค้าเป็นสำคัญ โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 (ตุลาคม 2551 - มีนาคม 2552) มูลค่าการนำเข้าในรูปเงินดอลลาร์ สรอ. และเงินบาทต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 17.2 และ 14.6 ตามลำดับ

2.4 รัฐวิสาหกิจ นำส่งรายได้ 41,814 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 19,340 ล้านบาท หรือร้อยละ 31.6 (ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 36.6) โดยมีสาเหตุสำคัญมาจากการที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการนำส่งรายได้ จากเดิมที่จะนำส่ง 2 งวด คือในเดือนตุลาคม 2551 และเดือนเมษายน 2552 เป็นการนำส่ง 4 งวด โดยเริ่มนำส่งในเดือนเมษายนเป็นงวดแรก บมจ.ปตท. จ่ายเงินปันผลต่ำกว่าประมาณการเนื่องจากผลประกอบการในช่วงครึ่ังของปี 2551 ลดลง รวมทั้ง บมจ. ทีโอที ยังไม่สามารถนำส่งเงินปันผลได้ ทั้งนี้ บมจ.ทีโอทีจะจ่ายเงินปันผลได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ อย่างไรก็ดี บมจ.ท่าอากาศยานไทย และโรงงานยาสูบสามารถนำส่งรายได้ได้สูงกว่าประมาณการที่ตั้งไว้

2.5 หน่วยงานอื่น นำส่งรายได้รวม 48,018 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 4,332 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.9 (สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 20.4) เนื่องจากในช่วงต้นปีงบประมาณ การจัดเก็บค่าภาคหลวงปิโตรเลียมยังได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมทั้ง มีรายได้เบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ที่จัดเก็บได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

2.6 การคืนภาษีของกรมสรรพากร 136,857 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณ 11,918 ล้านบาท หรือร้อยละ 9.5 (สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วร้อยละ 23.8) ประกอบด้วยการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่สูงกว่าประมาณการ 4,702 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.6 และการคืนภาษีอื่น ๆ สูงกว่าประมาณการ 7,216 ล้านบาท หรือร้อยละ 30.5

จากผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 ซึ่งต่ำกว่า ประมาณการ 128,933 ล้านบาท แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 ให้ปรับเพิ่มอัตราภาษีเบียร์ สุราขาว สุราผสม และบรั่นดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ของรัฐบาลได้อีกทางหนึ่งก็ตาม แต่กระทรวงการคลังคาดว่า การจัดเก็บรายได้ตลอดทั้งปีงบประมาณ 2552 จะต่ำกว่าประมาณการตาม เอกสารงบประมาณ (1,604,640 ล้านบาท) ค่อนข้างสูง อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังยังสามารถบริหารจัดการเพื่อให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

Advertisement Replay Ad
ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

อังกฤษและอียู ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องเงื่อนไข 'Brexit'

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

คู่แฝด Winklevoss มหาเศรษฐีพันล้านจาก Bitcoin คือใคร?

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

แนะนำหนังสือ 5 เล่ม ที่ Richard Branson อยากให้คุณได้อ่าน

สรุปยอดใช้จ่ายช็อปช่วยชาติวันสุดท้าย

สรุปยอดใช้จ่ายช็อปช่วยชาติวันสุดท้าย

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

คลังพึงพอใจนโยบาย 'ช็อปช่วยชาติ' ได้ผลตอบรับดี

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Alibaba'

เปิดอาณาจักรธุรกิจ 'Alibaba'

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์