คลังปัดบลจ.พักส่งเงินสมทบเลี้ยงชีพ

คลังปัดบลจ.พักส่งเงินสมทบเลี้ยงชีพ

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ประธานกลุ่มธุรกิจสำรองเลี้ยงชีพ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) ร้องขอมายังกระทรวงการคลังเพื่อขอหยุดส่งเงินสมทบชั่วคราว หลังจากนายจ้างได้รับผลกระทบจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจว่ากระทรวงการคลังได้รับข้อเสนอแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณา แต่ในเบื้องต้นมองว่า นายจ้างสามารถขอแก้ไขระเบียบการนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ โดยอาจขอลดสัดส่วนการนำส่งจากปัจจุบัน 2-15% ให้เหลืออัตราต่ำสุดที่ 2% เป็นการชั่วคราว น่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่าการหยุดนำส่งเงินทั้งหมด ที่จะทำให้ลูกจ้างเสียประโยชน์

สำหรับการสมทบเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปัจจุบัน ส่วนใหญ่นายจ้างและลูกจ้างจะหักเงินสมทบฝ่ายละ 5% มากที่สุด ส่วนที่หักสูงถึง 15% มีค่อนข้างน้อย โดยก่อนหน้านี้ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี40 มีการแก้ไขระเบียบการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนไปแล้วครั้งหนึ่งจาก 3-15% เป็น 2-15% แต่ช่วงที่ผ่านมานายจ้างและลูกจ้างมีการหักเงินเข้ากองทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีเงินกองทุนสูงถึงกว่า 4 แสนล้านบาท

ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องงดเงินนำส่งเข้ากองทุน แต่อาจขอลดเงินสมทบได้เพื่อพยุงฐานะบริษัทกรณีที่มีปัญหากระแสเงินสด โดยมองว่าการสมทบเงินเข้ากองทุนเป็นการออมระยะยาวที่ควรดำเนินการต่อเนื่องเพื่อความมั่นคงของลูกจ้างในอนาคต และบริษัทสามารถไปปรับลดรายจ่ายส่วนอื่นได้ เช่น ปรับลดเงินเดือน โบนัส หรือค่าบริหารจัดการต่างๆ รายงานข่าวระบุและว่า ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นแล้ว หลังจากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งรัดการใช้เงินจึงน่าจะส่งผลดีกับภาคธุรกิจด้วย

ส่วนเงินออมของประเทศในระบบมีสูงขึ้นต่อเนื่องจาก ล่าสุดปี50 มีประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท และปี51 ที่ผ่านมาภาคเอกชนชะลอการลงทุนทำให้เงินออมส่วนใหญ่อยู่ในรูปเงินฝากธนาคารมากกว่านำไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และตราสาร ขณะที่การลงทุนของประเทศที่มาจากภาครัฐและเอกชนอยู่ที่ 2.25 ล้านล้านบาท ซึ่งยังต่ำกว่าเงินออมในประเทศ จึงน่าจะเป็นช่องทางที่ภาครัฐสามารถระดมเงินออมเหล่านี้มาใช้เพื่อการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การออกพันธบัตรขายให้ประชาชน แต่ทั้งนี้คงขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยที่จูงใจด้วย

(กรอบบ่าย)
สมอ.เร่งช่วยSMEsให้ได้มอก.เพิ่มยอดขาย

สมอ.เร่งช่วยSMEsให้ได้มอก.เพิ่มยอดขาย

ททท.มองนโยบายทรัมป์ไม่กระทบท่องเที่ยว

ททท.มองนโยบายทรัมป์ไม่กระทบท่องเที่ยว

ขนส่งฯพบมิจฉาชีพแอบอ้างออกใบขับขี่ปลอม

ขนส่งฯพบมิจฉาชีพแอบอ้างออกใบขับขี่ปลอม

สนธิรัตน์เล็งลงพื้นที่ตรวจตรุษจีน

สนธิรัตน์เล็งลงพื้นที่ตรวจตรุษจีน

ห้างค้าปลีกจัดพื้นที่ขายของไหว้ตรุษจีนแล้ว

ห้างค้าปลีกจัดพื้นที่ขายของไหว้ตรุษจีนแล้ว

เกษตรกรเฮ ! ธ.ก.ส. คืนดอกเบี้ยแล้ว 698 ล้านบาท

เกษตรกรเฮ ! ธ.ก.ส. คืนดอกเบี้ยแล้ว 698 ล้านบาท

อุตฯทูน่าไทยมองส่งออกปี60โตดี3-5%

อุตฯทูน่าไทยมองส่งออกปี60โตดี3-5%

ทนงชี้รับสินบนโรลส์รอยซ์ฉุดภาพลักษณ์ปท.

ทนงชี้รับสินบนโรลส์รอยซ์ฉุดภาพลักษณ์ปท.

สศค.ปรับGDPปี60เพิ่มจาก3.4%

สศค.ปรับGDPปี60เพิ่มจาก3.4%

สภาผู้ส่งออกมองบาทมีโอกาสแตะ37/$

สภาผู้ส่งออกมองบาทมีโอกาสแตะ37/$

เอกชน ชี้ราคายางพาราขาขึ้นแตะ100บ./กก.

เอกชน ชี้ราคายางพาราขาขึ้นแตะ100บ./กก.

ราคาทองปีนี้ผันผวน จับตานโยบาย ทรัมป์

ราคาทองปีนี้ผันผวน จับตานโยบาย ทรัมป์

กสิกรฯคาดหุ้นสัปดาห์หน้าแนวรับ1,540-1,525จุด

กสิกรฯคาดหุ้นสัปดาห์หน้าแนวรับ1,540-1,525จุด

ปตท.ชงบอร์ดสอบโรลส์-รอยซ์สัปดาห์หน้า

ปตท.ชงบอร์ดสอบโรลส์-รอยซ์สัปดาห์หน้า

สมาคมนักบินจี้กพท.กำหนดบทลงโทษ

สมาคมนักบินจี้กพท.กำหนดบทลงโทษ

กสิกรคาดบาท23-27ม.ค.35.20-35.50/$

กสิกรคาดบาท23-27ม.ค.35.20-35.50/$

ขนส่งทางบก ตรวจเข้มรถโดยสารช่วงตรุษจีน

ขนส่งทางบก ตรวจเข้มรถโดยสารช่วงตรุษจีน

กรมชลแจงกรณีอ่างฯห้วยน้ำใส

กรมชลแจงกรณีอ่างฯห้วยน้ำใส

ธงแดงฉุดอุตสาหกรรมการบินชะลอ

ธงแดงฉุดอุตสาหกรรมการบินชะลอ

กปภ.บางสะพานผลิตจ่ายน้ำเต็มกำลัง

กปภ.บางสะพานผลิตจ่ายน้ำเต็มกำลัง

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์