ปลดล็อก บสย. ค้ำเงินกู้แบงก์ ก็ยังไม่ใช่ทางออก..?

ปลดล็อก บสย. ค้ำเงินกู้แบงก์ ก็ยังไม่ใช่ทางออก..?

หลังจากที่รัฐบาลไฟเขียวเพิ่มทุน 3,000 ล้านบาทให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือบสย. โดยคาดหวังเป็นกลไกหลักทำหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อสนองนโยบายในโครงการของรัฐบาล

ยกตัวอย่าง โครงการค้ำประกันสินเชื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอีลดวิกฤติการเลิกจ้างงาน วงเงิน 30,000 ล้านบาท(Portfolio Guarantee Scheme)

ซึ่งบสย.เซ็นสัญญาร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ทั้ง 16 แห่งไปก่อนหน้านี้

หรือแม้แต่กรณีที่มติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา อนุมัติให้ บสย. ค้ำประกันลูกหนี้ เอสเอ็มอีในโครงการสินเชื่อเพื่อชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ประจำปี 2551 วงเงินค้ำประกัน 10,000 ล้านบาท

ที่ผ่านมา แม้จะเปิดตัวโครงการเหล่านี้ไปแล้ว แต่กลับเดินหน้าไม่ได้อย่างเต็มที่

ด้วยเหตุที่ยังไม่มีการตั้งบอร์ดบสย.อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ ทวีศักดิ์ ฟุ้งเกียรติเจริญกรรมการและผู้จัดการทั่วไปของบสย. หมดวาระ และบอร์ดชุดเก่าของบสย.ลาออก

จนล่าสุด เมื่อ 18 พ.ค. บสย.ได้ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 17

เพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการ บสย. ชุดใหม่ ประกอบด้วยดร.พิชิต อัคราทิตย์ เป็นประธานคณะกรรมการ และมีกรรมการ ได้แก่ นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล รักษาการกรรมการและผู้จัดการทั่วไป นางมัณฑิรา วารีดี นายมานะ หลักทอง นายสุวรรณ อัษฎานุกูล นายนะเพ็งพาแสง กฤษณามระ นายพงษ์ศักดิ์ ชิวชรัตน์ และนายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์

โดยในส่วนของตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการทั่วไปนั้น มีความเป็นไปได้ใน

2 กรณี คือ เปิดสรรหาใหม่ หรือ ต่ออายุคนเดิม คือ ทวีศักดิ์ ฟุ้งเกียรติเจริญ อีกวาระ

แม้ขณะนี้จะได้บอร์ดบสย.เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังดูเหมือนว่าโครงการที่รัฐบาลสั่งให้ดำเนินการก่อนหน้านี้ ไม่เป็นตามคาด

เห็นได้จากความคืบหน้าของโครงการค้ำประกันสินเชื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอีลดวิกฤติการเลิกจ้างงาน วงเงินรวม 30,000 ล้านบาท(Portfolio Guarantee Scheme) เพื่อค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ขอสินเชื่อผ่านธนาคารพาณิชย์ ขณะนี้มีวงเงินที่แจ้งความต้องการขอกู้จากธนาคารพาณิชย์เหลือเพียง 12,000 ล้านบาทเท่านั้น หรือไม่ถึง 50% ของวงเงินที่ตั้งไว้

เช่นเดียวกับ โครงการสินเชื่อเพื่อชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ประจำปี 2551

ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องยื่นชำระภาษี ในวันที่ 1 มิถุนายน 2552 เป็นวันสุดท้ายนั้น ที่เหลือเวลาอีกเพียง 10 วันเท่านั้น ที่จะครบกำหนดการยื่นชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล

แม้ว่าประธานคณะกรรมการ บสย. ดร. พิชิต อัคราทิตย์ ยืนยันมีเวลาเพียงพอ และพร้อมอนุมัติเงินกู้ทันที เพราะก่อนหน้านี้บสย.เตรียมความพร้อมและเจรจาแบงก์พาณิชย์ไว้แล้ว

แต่ขณะนี้มีลูกค้าเอสเอ็มอีเพียง 2 ราย ที่ยื่นเรื่องขอกู้ผ่านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(ธสน.)

ซึ่งโครงการดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในแผนที่รัฐบาลคาดหวังว่าช่วยบรรเทาผลกระทบจากความล่าช้าในการออกพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 หลังจากที่พรรคฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตีความว่าขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งศาลได้รับคำร้องดังกล่าวไว้เมื่อ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่รัฐบาลเชื่อว่าจะกู้เงินตามพ.ร.ก.ดังกล่าวได้ภายในเดือนกรกฎาคมนี้

ขณะที่ข้อมูลปัจจุบันมีจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีกำไรต่ำกว่า 500,000 บาทต่อปี สัดส่วนมากถึง 99% ของนิติบุคคลทั้งหมด หรือมีจำนวน 270,000 ราย คิดเป็นเม็ดเงินภาษีที่ชำระต่อปีประมาณ 30,000 ล้านบาท เทียบกับนิติบุคคลรายใหญ่ที่มีเพียง 500 ราย ที่เม็ดเงินภาษีที่ชำระต่อปีสูงมากถึงประมาณ13,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในส่วนของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวมาแล้ว โดยไม่จำกัดวงเงิน คิดอัตราดอกเบี้ยที่ 4% ซึ่งลูกค้าเอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคลและต้องการขอสินเชื่อ สามารถนำสำเนา ภ.ง.ด.50 และต้นฉบับใบแจ้งการค้างชำระภาษี (บ.ช.35) และต้นฉบับหนังสือตรวจสอบหนี้ภาษีอากร จากกรมสรรพากรยื่นขอสินเชื่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทยกว่า 840 แห่ง และสำนักงานธุรกิจ 63 แห่งทั่วประเทศ โดยที่ธนาคารจะจ่ายแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายกรมสรรพากร

ข้อจำกัดของเงื่อนเวลาของโครงการสินเชื่อเพื่อชำระภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่เหลือเวลาเพียง 10 วันและข้อจำกัดของโครงการค้ำประกันสินเชื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอีลดวิกฤติการเลิกจ้างงานวงเงิน 30,000 ล้านบาท ซึ่งมีคำขอเข้ามาเพียง 12,000 ล้านบาท ที่มาจากปัญหาแบงก์พาณิชย์ยังกังวลต่อปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทำให้เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ

ทั้ง 2 โครงการเป็นเพียงกรณีตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า บทบาทบสย. ซึ่งถูกวางเป็นกลไกค้ำประกันสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังทำได้ไม่เต็มที่ ถึงรัฐบาลจะเชื่อว่าการค้ำประกันสินเชื่อช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แบงก์กล้าปล่อยกู้ก็จริง

แต่โจทย์ใหญ่ แบงก์ไม่ปล่อยกู้ กลับยังถูกทิ้งให้เป็นคำถาม

ดึง! ‘จีน’ พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จ่อ MOU สนามบินเจิ้งโจว ประเดิมเที่ยวบินนำร่อง

ดึง! ‘จีน’ พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จ่อ MOU สนามบินเจิ้งโจว ประเดิมเที่ยวบินนำร่อง

ชาวสวนยางไม่สนราคายางตกต่ำ หันมาปลูกแตงกวาขาย สร้างรายได้หลักแสน

ชาวสวนยางไม่สนราคายางตกต่ำ หันมาปลูกแตงกวาขาย สร้างรายได้หลักแสน

ผู้ค้าฝั่งธนเผยผักใบเขียวราคาลงทุกรายการ

ผู้ค้าฝั่งธนเผยผักใบเขียวราคาลงทุกรายการ

จิตติชี้ราคาทองพุ่งหลังเฟดชะลอขึ้น ดบ.

จิตติชี้ราคาทองพุ่งหลังเฟดชะลอขึ้น ดบ.

ตีรณชี้GDPปีนี้ยังมีโอกาสโต3.6%

ตีรณชี้GDPปีนี้ยังมีโอกาสโต3.6%

บขส.มั่นใจปีนี้มีรายได้ตามเป้า2,700ล.

บขส.มั่นใจปีนี้มีรายได้ตามเป้า2,700ล.

ผวา 11 ล้านลูกหนี้ หันซบนอกระบบ

ผวา 11 ล้านลูกหนี้ หันซบนอกระบบ

สอท.แนะเอกชนนำดิจิทัลปรับโครงสร้างองค์กร

สอท.แนะเอกชนนำดิจิทัลปรับโครงสร้างองค์กร

ตลท.ชี้ศาลนัดพิพากษาคดีจำนำข้าวไม่กระทบหุ้น

ตลท.ชี้ศาลนัดพิพากษาคดีจำนำข้าวไม่กระทบหุ้น

ก.แรงงานย้ำพาต่างด้าวขึ้นจดทะเบียนได้ทันที

ก.แรงงานย้ำพาต่างด้าวขึ้นจดทะเบียนได้ทันที

ก.คลังยันลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย14.1ล.คนแล้ว

ก.คลังยันลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย14.1ล.คนแล้ว

ก.แรงงานเสริมทักษะช่างปูกระเบื้องป้อนตลาด

ก.แรงงานเสริมทักษะช่างปูกระเบื้องป้อนตลาด

ตลท.มองศก.ไทยแกร่งปลายปีลงทุนคึกคัก

ตลท.มองศก.ไทยแกร่งปลายปีลงทุนคึกคัก

กสิกรคาดค่าบาท24-28กค.ที่33.30-33.70/$

กสิกรคาดค่าบาท24-28กค.ที่33.30-33.70/$

หุ้นไทยสัปดาห์หน้าจับตาผลประชุมเฟด

หุ้นไทยสัปดาห์หน้าจับตาผลประชุมเฟด

ทองขึ้น50บาทรูปพรรณขาย20,350บาท

ทองขึ้น50บาทรูปพรรณขาย20,350บาท

ธอส. ขนNPAกว่า 5พันรายการจัดโปรฯ ผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย 0%

ธอส. ขนNPAกว่า 5พันรายการจัดโปรฯ ผ่อนดาวน์ดอกเบี้ย 0%

กสิกรคงเป้าส่งออก3.8%,บาทแข็ง6%ไม่กระทบ

กสิกรคงเป้าส่งออก3.8%,บาทแข็ง6%ไม่กระทบ

หุ้นUSปิดลบจากราคาน้ำมัน-ทองบวกแรง

หุ้นUSปิดลบจากราคาน้ำมัน-ทองบวกแรง

ปตท.ลงนามข้อตกลงคุณธรรมเป็นปีที่ 2

ปตท.ลงนามข้อตกลงคุณธรรมเป็นปีที่ 2

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์