พันธบัตรไทยเข้มแข็ง8หมื่นล.เกลี้ยงสายฟ้าแลบ ยกเลิกรอบ3เล็งเปิดให้ผู้ผิดหวัง-นักลงทุนรายใหญ่เดือนหน้า

พันธบัตรไทยเข้มแข็ง8หมื่นล.เกลี้ยงสายฟ้าแลบ ยกเลิกรอบ3เล็งเปิดให้ผู้ผิดหวัง-นักลงทุนรายใหญ่เดือนหน้า

พันธบัตรไทยเข้มแข็งรอบสอง 5 หมื่นล้านถูกซื้อหมดเร็วดุจสายฟ้าแลบรวม2รอบ 8หมื่นล้าน นำเงินเข้าคลังชดเชยภาษีที่เก็บได้น้อยลง ยกเลิกรอบ3เดือนหน้า เตรียมเปิดขายอีกครั้งเดือนหน้าให้คนผิดหวัง-นักลงทุนรายใหญ่ นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน) แถลงสรุปผลการจำหน่ายพันธบัตรไทยเข้มแข็งรอบ 2 สำหรับบุคคลทั่วไปและผู้สูงอายุ โดยกำหนดซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาท และไม่เกินคนละ 1 ล้านบาท ในวันที่ 15 กรกฎาคม ว่า สามารถขายได้หมดทั้งจำนวน 5 หมื่นล้านตั้งแต่เวลา 11.00 น. มีผู้จองซื้อรวมทั้งสิ้น 7.3 หมื่นราย เฉลี่ยซื้อรายละ 7 แสนบาท เมื่อรวมการจำหน่ายพันธบัตรไทยเข้มแข็งทั้ง 2 รอบ วงเงินรวม 8 หมื่นล้านบาท มีผู้สนใจลงทุนกว่า 1.14 แสนราย เชื่อว่ายังมีประชาชนสนใจที่จะซื้อพันธบัตรอีก อย่างไรก็ตาม เมื่อการจำหน่ายพันธบัตรในวงเงินที่กำหนดไว้หมดอย่างรวดเร็ว ทำให้การเปิดจำหน่ายรอบที่ 3 วันที่ 17-21 กรกฎาคม ต้องยกเลิกไปโดยปริยาย

นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า หลังจากนี้ สบน.จะประเมินการออกพันธบัตรในงวดที่สองในเดือนต่อไป เพื่อรองรับคนที่ผิดหวังจากการซื้อในครั้งแรก โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ เช่น วัด โรงเรียน องค์กรการกุศล มูลนิธิต่างๆ และคนพิการ ส่วนวงเงินจะเป็นเท่าใดต้องประเมินอีกครั้ง โดยอายุพันธบัตรเกิน 5 ปี สำหรับอัตราดอกเบี้ยไม่น่าเกินร้อยละ 4 เพราะขณะนี้แนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุเกิน 5 ปี เริ่มลดลงแล้ว

ทั้งนี้ สำหรับการระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรออมทรัพย์ในครั้งนี้ วงเงิน 80,000 ล้านบาท มีภาระดอกเบี้ยประมาณ 3,200 ล้านบาทต่อปี และเงินจากการออกพันธบัตรจะส่งเข้าคลังทั้งหมดเพื่อชดเชยรายได้ภาษีที่ลดลง

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า การจำหน่ายพันธบัตรไทยเข้มแข็งรอบที่ 2 ได้รับความสนใจจากประชาชนมากกว่ารอบแรก เดิมกำหนดวงเงินที่ 1.5 หมื่นล้านบาทไม่พอ จึงโอนเงินที่เหลือ 5,000 ล้านบาท ที่เตรียมไว้ขายให้กับประชาชนทั่วไป แบบไม่จำกัดจำนวนในรอบที่ 3 มาขายพร้อมกัน รวมเป็น 2 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังมีวงเงินที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม อนุมัติอีก 30,000 ล้านบาท มาขายพร้อมกันด้วย รวมแล้วมีวงเงินพันธบัตรเปิดขายครั้งนี้รวม 50,000 ล้านบาท

การขายพันธบัตรออมทรัพย์ที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ชี้ว่ามีปริมาณสภาพคล่องในระบบ ประชาชนมีความพร้อม ความสนใจและเชื่อมั่นมาตรการของรัฐบาล นายกรณ์กล่าว

นายกรณ์กล่าวว่า การขยายวงเงินพันธบัตรไทยเข้มแข็งเพิ่มขึ้นอีก 30,000 ล้านบาท ตามมติ ครม. เป็นการคำนวณตามความเหมาะสมในการบริหารต้นทุนดอกเบี้ยที่ไม่ให้สูงเกินไป โดยวงเงินรวม 80,000 ล้านบาท เป็นระดับกู้ยืมในกรอบที่เหมาะสม เนื่องจากดอกเบี้ย 4% เป็นระดับที่สามารถบริหารจัดการได้และยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับดอกเบี้ยที่เหมาะสม รวมถึงเป็นจำนวนเหมาะกับความต้องการของประชาชน

สำหรับผลกระทบต่อการกู้ยืมเงินของเอกชนจากการออกหุ้นกู้ นายกรณ์กล่าวว่า ไม่ได้กังวลเรื่องการออกหุ้นกู้ภาคเอกชน เนื่องจากภาคเอกชนที่เห็นจากความต้องการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งครั้งนี้ น่าจะประเมินความต้องการดอกเบี้ยที่สูงขึ้นของประชาชนได้ การพัฒนาตลาดตราสารหนี้ชะลอลงไปช่วงหนึ่ง ซึ่งกระทรวงการคลังหวังว่า การออกพันธบัตรในครั้งนี้น่าจะฟื้นคืนชีพตลาดตราสารหนี้ขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง

นายชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ผู้อำนวยการฝ่าย ผู้บริหารฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การขายพันธบัตรไทยเข้มแข็งถือว่าประสบความสำเร็จด้วยดี และมีความโปร่งใส การออกพันธบัตรของรัฐบาลไม่กระทบต่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดแน่นอน เพราะตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่ารัฐบาลต้องการกู้เงินต่อ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยระยะยาวกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาภาวะเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อ แต่คาดว่าจะมีการปรับขึ้น

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายพันธบัตรทั้ง 7 แห่ง ได้รับการจัดสรรรอบที่ 2 คือ ธนาคารกรุงเทพ 11,900 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทย 10,200 ล้านบาท ธนาคารไทยพาณิชย์ 8,700 ล้านบาท ธนาคารกสิกรไทย 7,800 ล้านบาท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 4,500 ล้านบาท ธนาคารทหารไทย 3,800 ล้านบาท และธนาคารนครหลวงไทย 3,100 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของการเปิดขายพันธบัตรรอบ 2 ที่ธนาคารกรุงไทยสำนักงานใหญ่ มีประชาชนมาเข้าแถวรอซื้อกันหนาตามากกว่าการขายรอบแรก โดยเจ้าหน้าแจกบัตรคิวให้ลูกค้าประมาณ 92 คิว แต่มีผู้สามารถซื้อพันธบัตรได้แค่คิวที่ 74 เท่านั้น โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาทีเท่านั้น และพบว่ามีผู้สูงอายุมาซื้อพันธบัตรรอบนี้ด้วย

ส.ต.ท.ธวัช อ่อนพูล ข้าราชการเกษียณ อายุ 68 ปี กล่าวว่า มารอตั้งแต่ตี 4 เพื่อต่อแถวซื้อพันธบัตรโดยรับบัตรคิวเป็นคนแรก ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 แล้วสำหรับการซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็ง โดยรอบแรกซื้อไปแล้ว 1 ล้านบาท

สำหรับที่ จ.ตราด ทั้งที่ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารกรุงไทย สาขาตราด มีประชาชนไปรอรับบัตรคิวก่อนเวลา เมื่อธนาคารเปิดทำการการจำหน่ายพันธบัตร ปรากฏว่าใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น ก็จำหน่ายหมดโควต้าที่ได้มา

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาสิโรรส อ.เมือง จ.ยะลา มีประชาชนมารอรับบัตรคิว เพื่อซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็งจำนวนมาก เมื่อถึงเวลาเปิดการทำการเวลา ปรากฏว่าใช้เวลาแค่ 9 นาที พันธบัตรก็ถูกจำหน่ายหมด โดยมีประชาชนซื้อพันธบัตรได้ 30 ราย ยอดรวมเกือบ 30 ล้านบาท

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาพิษณุโลก มีประชาชนจำนวนมาก มารอเข้าคิวตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยเฉพาะนายสำเภา กรองทวีผล อายุ 60 ปี ซึ่งพลาดโอกาสซื้อครั้งแรก จึงรีบเดินทางมารอก่อนใคร และเมื่อธนาคารเปิดทำการก็ใช้เวลาแค่ 9 นาที เท่านั้น ขายหมดโควต้าแล้ว โดยมีประชาชนซื้อได้ 62 ราย วงเงิน 37 ล้านบาท

รายงานข่าวจากธนาคารไทยพาณิชย์ แจ้งว่า การจำหน่ายพันธบัตรไทยเข้มแข็งของธนาคารรอบ 2 ยังคงเหลืออยู่ประมาณ 841 ล้านบาท คาดว่าจะขายหมดภายในวันที่ 16 กรกฎาคม สาเหตุที่ยังเหลือเนื่องจากธนาคารใช้ระบบจัดสรรโควต้าให้กับสาขาต่างๆ ทำให้บางสาขาที่ไม่มีความต้องการซื้อเข้ามาจะเหลือ ดังนั้น หลังจากนี้ธนาคารจะนำโควต้าดังกล่าวมาจัดสรรให้กับสาขาของธนาคารสาขาที่ยังมีความต้องการอยู่

Advertisement Replay Ad
ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

ค้นหาคำตอบทำไม 'Facebook' จึงเป็นสรวงสวรรค์ของคนทำงาน

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

สภาพัฒน์ฯ เผยไทยหลุดพ้นประเทศยากจนแล้ว

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

ห้างค้าปลีกทั่วไทยลดราคาสินค้ารับปีใหม่ตามนโยบายรัฐ 14 ธ.ค.นี้

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

นักลงทุนกังวลฟองสบู่หลังเปิดซื้อขาย 'Bitcoin Futures'

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ การจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่พบปัญหาขาดแรงงานมีทักษะ

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

แรงงานไทย ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเทรนด์หุ่นยนต์ - AI แทนที่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ไฟแนนเชียล ไทมส์ ไม่เชื่อ 'สมาร์ทซิตี้' เป็นเมืองสำหรับประชากรในอนาคต

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

ร้านเบอร์เกอร์ In-N-Out แซงหน้า Google บริษัทน่าทำงานปี 2018

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

การบินไทย ติดอันดับ 8 สายการบินข้ามทวีปยอดเยี่ยม

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

เปิดเผยแล้ว 'เจ้าชายซาอุฯ' คือผู้ชนะการประมูลภาพเขียนชิ้นสุดท้ายของดา วินชี

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

SCB ปิด 59 สาขาปีหน้า สะท้อนเทรนด์ Digital Banking มาแน่

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

จากดอยสู่แก้ว การเดินทางของเมล็ดกาแฟที่เป็นมากกว่าเครื่องดื่มของคนเมือง

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

เผยโฉมเพชร 709 กะรัต ที่มีมูลค่าสูงถึง 212 ล้านบาท

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

ปตท.ลดน้ำมันทุกชนิด 40 สต. E85 ลง 20 สต. มีผลพรุ่งนี้

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

กรมธุรกิจพลังงานเสนอ ‘ยกเลิก’ แก๊สโซฮอล์ 91

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

รู้หรือไม่? 5 อาชีพนี้ขอกู้ยาก

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แนะตั้งองค์กรดูแล 'เงินออม' สำหรับวัยเกษียณ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กังวลไทยการเกิดต่ำ แนะรัฐควรส่งเสริมการมีบุตร

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

สหภาพยุโรป เผยรายชื่อ 17 ประเทศบัญชีดำ ฐานสนับสนุนการหลบเลี่ยงภาษี

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ผักกวางตุ้งสดๆ เสิร์ฟผ่านเฟสบุ๊ค สร้างรายได้อย่างงามแก่เกษตรกร

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์