เอดีบีเผยศก.เอเชียส่อดีขึ้นแนะไทยใช้นโยบายผ่อนคลาย มาร์คแย้มลงทุนไทยเข้มแข็งอีก8หมื่นล้าน

เอดีบีเผยศก.เอเชียส่อดีขึ้นแนะไทยใช้นโยบายผ่อนคลาย มาร์คแย้มลงทุนไทยเข้มแข็งอีก8หมื่นล้าน

เอดีบีเผยศก.เอเชียเริ่มฟื้นตัวอ่อนๆรูปตัววี แนะไทยใช้นโยบายผ่อนคลายแก้ขัดก่อนฟื้นตัวปีหน้า เผยคนจนในเอเชียพุ่ง60ล้านคน มาร์คแย้มส่อลงทุนไทยเข้มแข็งเพิ่มอีก8หมื่นล้าน นายจอง หวา ลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประจำธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) แถลงผลการติดตามภาวะเศรษฐกิจเอเชีย ประจำเดือนกรกฎาคม 2552 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมว่า เศรษฐกิจเอเชียจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าประเทศอุตสาหกรรมหลัก ขณะนี้เริ่มเห็นการฟื้นตัวอ่อนๆ ในรูปตัววี แม้จะมีสัญญาณฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น แต่รัฐบาลไทยและประเทศในภูมิภาคยังจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยมองว่ายังมีช่องให้ธนาคารกลางลดดอกเบี้ยนโยบายลงได้อีก แต่รัฐบาลต้องดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

หากจะหยุดใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ต้องให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้วจริง โดยคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยปีนี้ จะติดลบ 2% ขณะที่ปี 2553 คาดว่าจะขยายตัว 3% โดยเป็นการหดตัวมากกว่าประเทศฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ที่จีดีพีปีนี้ขยายตัว 2.5% และติดลบ 0.2% ตามลำดับ เนื่องจากไทยยังเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกมากกว่า ดังนั้น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทย ต้องมาจากอุปสงค์ภายในประเทศ คาดว่าจะทำให้ปีหน้าฟื้นตัวได้ นายลีกล่าว

นายลีกล่าวว่า วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ส่งผลให้มีคนจนในเอเชียพุ่งสูงถึง 60 ล้านคนในปีนี้ และหากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านคน ในปี 2553 แต่ในระยะ 2-3 เดือนที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจที่ดีขึ้น พิจารณาจากผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการค้าปลีกที่ปรับตัวดีขึ้น เช่นเดียวกับตลาดการเงินและตลาดหุ้น แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจประเทศอุตสาหกรรม และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางการที่อาจจะใช้ไม่ได้ผล รวมถึงผลกระทบจากไข้หวัดใหญ่ 2009 และเสถียรภาพการเมือง

นายลียังกล่าวถึงการติดลบของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของไทย โดยเชื่อว่าไม่น่าจะเกิดภาวะเงินฝืดได้ เนื่องจากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเข้ามาช่วยเร่งการบริโภคการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มมากขึ้น และเห็นว่าการจะเกิดภาวะเงินฝืดได้ต้องใช้ระยะเวลานาน โดยภาคเอกชนชะลอการลงทุนและกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงพร้อมกัน

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีายกรัฐมนตรี เดินสายกล่าวปาฐกถา 2 งาน ในช่วงครึ่งวัน ของวันที่ 23 กรกฎาคม เนื้อหาหลักๆ คือโน้มน้าวให้เชื่อมั่นนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยในการกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดการสัมมนา Thailandฒs Investment Environment : Looking Forward ที่ศูนย์การประชุมสหประชาขาติ ถนนราชดำเนินนอก เมื่อเวลา 08.00 น. นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างชาติ โดยริเริ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่สอง หรือโครงการไทยเข้มแข็ง เพื่อส่งเสริมประชาชนและกลไกทางเศรษฐกิจและสังคมและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ผ่านโครงการที่สามารถดำเนินการได้จริง ทั้งนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 จะเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการลงทุนของไทยในอนาคต โดยจะมีการสร้างงานกว่า 1.5-2 ล้านอัตรา ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการบริการ

ต่อมาเวลา 09.45 น. นายอภิสิทธิ์กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ วิกฤตเศรษฐกิจทางเลือก ทางรอด อนาคต ประเทศไทย ในงานสัมมนาราชนาวิกสภาประจำปี 2552 ให้แก่กำลังพลของกองทัพเรือว่า ตัวเลขล่าสุดหลังจากทำเรื่องการกู้เงินเพื่อมาปิดหีบ (ชดเชยเงินคงคลัง) 2 แสนล้านบาท ปรากฏว่าการจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้วันนี้เหลือที่ต้องปิดหีบไม่น่าเกิน 1.2 แสนล้าน เป็นสัญญาณที่ดี ที่สามารถจัดเก็บได้มากขึ้นแล้ว สภาพอย่างนี้สิ่งที่รัฐบาลทำได้มากที่สุด คือเป็นผู้ลงทุนเสียเอง และยกเครื่องประเทศไทยในเรื่องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพราะ 2-3 ปีที่ผ่านมา การลงทุนโครงสร้างพื้นฐามีเพียงสนามบินขนาดใหญ่เท่านั้น

และเมื่อเรามีแผนแล้ว สิ่งสำคัญ คือ เราจะไม่กู้เงินต่างประเทศ เพราะเงินในประเทศยังมีในระบบ ถึง 2 ล้านล้านบาท เห็นได้จากการออกพันธบัตรไทยเข้มแข็งที่ผ่านมา 8 หมื่นล้านบาท ขายหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เป็นการยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยในระบบมีเงินอยู่ แต่ผู้ถือเงินไม่พอใจในค่าตอบแทน อย่างเรื่องดอกเบี้ยธนาคาร เราก็เอาตรงนี้มาลงทุนในไทยเข้มแข็ง นอกจากนี้รัฐบาลได้วางแผนเพิ่มเติม แม้แต่โครงการที่เดิมจะกู้เงินจากต่างประเทศ จะปรับมาเป็นการกู้เงินภายในประเทศ ซึ่งแม้จะต้องมีส่วนเกี่ยวกับกับสกุลเงินต่างประเทศ เพราะต้องนำเข้าวัสดุต่างๆ แต่เราจะปรับ เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งเกินไป ทั้งหมดนี้คิดว่าทำให้ปลายปี 2552 การขยายตัวจะกลับมาแดนบวก และปี 2553 เราวางเป้าหมายเศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 2 หลังจากนั้นจะเพิ่มตามลำดับ นายกฯกล่าว

นายอภิสิทธิ์ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณีการปรับลดเงินปิดหีบเหลือ 1.2 แสนล้านบาท จากเดิมวางไว้ 2 แสนล้านบาท ที่เหลือ 8 หมื่นล้านบาท จะนำไปดำเนินการในส่วนใดว่า 8 หมื่นล้านบาท สามารถนำไปเติมในส่วนของการลงทุนไทยเข้มแข็งได้ถ้าดำเนินการทันตามกรอบเวลา

นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวในงานสัมมนา ทางรอดเศรษฐกิจไทยท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก จัดโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ว่า วิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งนี้ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวค่อนข้างยาวนาน โดยเฉพาะสหรัฐเองไม่สามารถฟื้นตัวได้เร็วอย่างที่ตั้งใจไว้ และธนาคารกลางสหรัฐไม่สามารถลดดอกเบี้ยลงได้อีก เพราะกำลังเข้าสู่กับดักสภาพคล่อง หลังจากมีการทุ่มเงินเข้าไปแก้ปัญหาภาคเอกชนจำนวนมาก ส่วนไทยเองก็ไม่สามารถพึ่งพาการฟื้นตัวของสหรัฐได้

นายวีรพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่จะช่วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้ คือหวังพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาการเมืองและไข้หวัดใหญ่ 2009 ดังนั้น รัฐบาลควรมีมาตรการชัดเจน มีกรอบเวลา เพื่อแสดงถึงความจริงจังในการแก้ปัญหา รวมถึงปัญหาค่าเงินบาท เพราะในทางปฏิบัติมองว่ายังมีปัญหา โดยเฉพาะการดูแลค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และการลงทุนที่ยังไม่ฟื้น มีการใช้กำลังการผลิตเพียง 50% เท่านั้น รัฐบาลจึงต้องวางเป้าหมายในอีก 4-5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอีก 6 ปีข้างหน้า

Advertisement Replay Ad
'Beyoncé' ขึ้นแท่นศิลปินหญิงรายได้สูงสุดในปี 2017 กวาดรายได้เข้ากระเป๋ากว่า 3 พันล้านบาท

'Beyoncé' ขึ้นแท่นศิลปินหญิงรายได้สูงสุดในปี 2017 กวาดรายได้เข้ากระเป๋ากว่า 3 พันล้านบาท

กระทรวงท่องเที่ยวคาดมาตรการลดหย่อนภาษีเริ่มใช้ปี 61

กระทรวงท่องเที่ยวคาดมาตรการลดหย่อนภาษีเริ่มใช้ปี 61

กรมบัญชีกลาง เผยมีผู้รับบัตรสวัสดิการ 11.4 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 5 พันล้าน

กรมบัญชีกลาง เผยมีผู้รับบัตรสวัสดิการ 11.4 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 5 พันล้าน

ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 1,680 - 1,730 จุด

ดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์นี้อยู่ในกรอบ 1,680 - 1,730 จุด

นิด้าโพล เผยคนไทยเกินครึ่งยอมซื้อลอตเตอรี่แพง เพราะเลขเด็ด!

นิด้าโพล เผยคนไทยเกินครึ่งยอมซื้อลอตเตอรี่แพง เพราะเลขเด็ด!

ลดหย่อนภาษีด้วยประกัน วิธีที่ขาดไม่ได้ ก่อนขอคืนภาษีครั้งต่อไป

ลดหย่อนภาษีด้วยประกัน วิธีที่ขาดไม่ได้ ก่อนขอคืนภาษีครั้งต่อไป

Comcast พร้อมยื่นข้อเสนอแข่งกับ Disney ซื้อกิจการ 21st Century Fox

Comcast พร้อมยื่นข้อเสนอแข่งกับ Disney ซื้อกิจการ 21st Century Fox

แนวคิดการลงทุน - 5 ข้อควรรู้ 'ก่อนคิด ออมในหุ้น'

แนวคิดการลงทุน - 5 ข้อควรรู้ 'ก่อนคิด ออมในหุ้น'

ธอส.ลดกระหน่ำ 'บ้านมือสอง-ที่ดิน' ลดสูงสุด 50% ราคาต่ำสุด 4 หมื่นบาท

ธอส.ลดกระหน่ำ 'บ้านมือสอง-ที่ดิน' ลดสูงสุด 50% ราคาต่ำสุด 4 หมื่นบาท

ก.เกษตรฯ สั่งคุมพื้นที่ทำนาปรังห้ามเกิน 11 ล้านไร่

ก.เกษตรฯ สั่งคุมพื้นที่ทำนาปรังห้ามเกิน 11 ล้านไร่

สารพัดวิธีดัดหลังผู้ค้าหวยชุด! กองสลากฯ ขู่ถ้ายังดื้อจะขายเอง

สารพัดวิธีดัดหลังผู้ค้าหวยชุด! กองสลากฯ ขู่ถ้ายังดื้อจะขายเอง

Adidas ได้รับรางวัล 'ยับยั้งแรงงานทาส' ร่วมกับอีก 3 บริษัท

Adidas ได้รับรางวัล 'ยับยั้งแรงงานทาส' ร่วมกับอีก 3 บริษัท

ภาพเขียนสุดท้าย 'เลโอนาร์โด ดา วินชี' ใช้เวลาเพียง 20 นาที ปิดประมูลได้เงินเกือบ 1.5 หมื่นลบ.

ภาพเขียนสุดท้าย 'เลโอนาร์โด ดา วินชี' ใช้เวลาเพียง 20 นาที ปิดประมูลได้เงินเกือบ 1.5 หมื่นลบ.

เปิดตัว Dragoncard บัตรเครดิตที่จับจ่ายเงินด้วย 'บิตคอยน์'

เปิดตัว Dragoncard บัตรเครดิตที่จับจ่ายเงินด้วย 'บิตคอยน์'

นักเศรษฐศาสตร์ชี้แนวคิดตั้ง 'กระทรวงข้าว' ไม่ตอบโจทย์

นักเศรษฐศาสตร์ชี้แนวคิดตั้ง 'กระทรวงข้าว' ไม่ตอบโจทย์

กระทรวงคมนาคม ยกระดับสู่ยุคดิจิทัล-บัตรแมงมุมใช้กลางปี 61

กระทรวงคมนาคม ยกระดับสู่ยุคดิจิทัล-บัตรแมงมุมใช้กลางปี 61

Airbus ขายเครื่องบิน 430 ลำให้สายการบินชั้นประหยัด วงเงินเกือบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์

Airbus ขายเครื่องบิน 430 ลำให้สายการบินชั้นประหยัด วงเงินเกือบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์

แบงก์ชาติ ประกาศปี 2561 มีวันหยุดรวม 16 วัน -เพิ่มวันที่ 28 ก.ค.- 13 ต.ค. เป็นวันหยุดราชการ

แบงก์ชาติ ประกาศปี 2561 มีวันหยุดรวม 16 วัน -เพิ่มวันที่ 28 ก.ค.- 13 ต.ค. เป็นวันหยุดราชการ

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย 33.27 บาทต่อดอลลาร์

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ขาย 33.27 บาทต่อดอลลาร์

หุ้นปิดลบ 12.37 จุด ลดลง 995 หลักทรัพย์

หุ้นปิดลบ 12.37 จุด ลดลง 995 หลักทรัพย์

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์