สายเมาอ่วม ! คปภ.รุก พบแอลกอฮอล์เกิน 50 มก.ชวดเคลมประกัน

สายเมาอ่วม ! คปภ.รุก พบแอลกอฮอล์เกิน 50 มก.ชวดเคลมประกัน

สายเมาอ่วม ! คปภ.รุก พบแอลกอฮอล์เกิน 50 มก.ชวดเคลมประกัน

S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

เตรียมคลอดคำสั่งกำหนดเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้ปริมาณแอลกอฮอล์ ในเลือดไม่เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายจราจรทางบก

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีคำสั่งนายทะเบียนที่ 8/2560 ลงวันที่ 3 มีนาคม 2560 ลดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจร้อยละ 5-10 สำหรับรถยนต์ที่ติดกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งกับรถยนต์ เพื่อเสริมสร้างวินัยจราจรแก่ประชาชนและช่วยลดอุบัติเหตุทางถนน นั้น

ขณะนี้ สำนักงาน คปภ. อยู่ระหว่างการบูรณาการการทำงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว โดยเร่งทำความเข้าใจกับบริษัทประกันภัยเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและไม่ให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ

อย่างไรก็ตามการจะลดอุบัติเหตุบนถนนในประเทศไทย ซึ่งมีสถิติผู้สูญเสียชีวิตสูง เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มภูมิภาคอาเซียน จำเป็นต้องใช้หลายมาตรการในการขับเคลื่อนและมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนโดยจากการสำรวจพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่พบอันดับต้นๆ คือ การเมาแล้วขับ เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง

ที่ผ่านมา สำนักงาน คปภ. ทำงานร่วมมือกับหลายฝ่ายและหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิเมาไม่ขับ และคณะกรรมการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ฯลฯ รณรงค์ ตลอดจนร่วมกันหาแนวทางและมาตรการต่างๆ เพื่อลดอุบัติเหตุบนถนน

ซึ่งหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า ลำพังมาตรการเดิมๆ ที่เคยใช้โดยการรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในช่วงเทศกาลวันหยุดเพียงอย่างเดียวนั้น มิอาจลดอุบัติเหตุบนถนนได้อย่างได้ผล จำเป็นต้องมีมาตรการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเดียวจริงจัง และหนึ่งในกลไกสำคัญคือการใช้มาตรการทางด้านประกันภัยอย่าง เต็มศักยภาพเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนถนน

โดยหลังจากที่ได้ออกคำสั่งนายทะเบียนเรื่องให้ใช้อัตราเบี้ยประกันรถยนต์ สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ที่ติดตั้งกับรถยนต์ เป็นมาตรการแรกด้านประกันภัยเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุ บนถนนแล้ว ขณะนี้สำนักงาน คปภ.อยู่ระหว่างเตรียมคลอดมาตรการที่สองตามมา โดยจะมีการออกคำสั่งนายทะเบียนเพื่อปรับแก้ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ กรณีการขับขี่โดยบุคคลซึ่งขณะขับขี่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกกำหนด

ทั้งนี้ ประเด็นการปรับแก้ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์เรื่องลดปริมาณแอลกอฮอล์ ในเลือดให้ต่ำกว่าเดิมนั้น มีการศึกษาและวิเคราะห์กันมาตั้งแต่ก่อนที่ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ คปภ. โดยหลายฝ่ายเห็นว่า ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันซึ่งกำหนดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดไม่น้อยกว่า 150 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์นั้นไม่สอดคล้องกับกฎกระทรวงฉบับที่ 16 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2537

ซึ่งบัญญัติว่าถ้ามีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดตรวจวัดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ให้ถือว่าเมาสุรา ส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยรถยนต์ที่ดื่มสุรา ซึ่งตามกฎหมายถือว่าเมาสุรา เมื่อไปขับขี่รถยนต์แล้วเกิดอุบัติเหตุบริษัทประกันภัยก็ยังจ่าย ค่าสินไหมทดแทนให้ หากไม่มีการแก้ไขจะส่งผลกระทบให้เสมือนเป็นการจูงใจให้คนที่ดื่มสุรานิ่งนอนใจว่าถึงแม้เมาแล้วขับรถยนต์ชนเกิดความสูญเสีย ก็ยังมีประกันภัยจ่ายแทน อย่างไรก็ตามที่ผ่านมายังไม่ได้มีการดำเนินการแก้ไขกติกาในเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม จนมาถึงยุคของเลขาธิการ คปภ. คนปัจจุบัน

“จากการศึกษาข้อมูลต่างๆ ทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย รวมทั้งรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ ประกอบการชั่งน้ำหนักผลดี ผลเสีย อย่างรอบคอบแล้ว สำนักงาน คปภ. เห็นว่า การปรับแก้ข้อยกเว้นในกรมธรรมประกันภัยรถยนต์เรื่องลดปริมาณแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกกำหนด จะเกิดผลดีต่อประชาชนมากกว่า โดยจะเป็นมาตรการที่ช่วยส่งเสริมการณรงค์ “เมาไม่ขับ” และช่วยสนับสนุนความปลอดภัยทางถนนตามแผนการปฏิรูประบบความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน อันจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้จะมีการออกคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2560 โดยจะมีการกำหนดช่วงเวลาพอสมควรก่อนที่จะให้มีคำสั่งใช้บังคับเพื่อให้ทุกภาคส่วนมีการปรับตัวรองรับกติกาใหม่นี้ต่อไป” ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ กล่าวทิ้งท้าย

"ครม." ไฟเขียว บรรจุ "พยาบาล" ใน 3 ปี 10,992 อัตรา

"ครม." ไฟเขียว บรรจุ "พยาบาล" ใน 3 ปี 10,992 อัตรา

นายกฯใช้ม.44ลดขั้นตอนลงทุนEEC

นายกฯใช้ม.44ลดขั้นตอนลงทุนEEC

ครม.เห็นชอบกษ.ขับเคลื่อนแผนแม่บทเกษตรกรรม

ครม.เห็นชอบกษ.ขับเคลื่อนแผนแม่บทเกษตรกรรม

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผยภาพรวมปีนี้โต3-5%

ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผยภาพรวมปีนี้โต3-5%

อสังหาเชื่อที่อยู่อาศัยภาคใต้ระบายหมดใน10-20ด.

อสังหาเชื่อที่อยู่อาศัยภาคใต้ระบายหมดใน10-20ด.

กสทช.ไม่ปิดfacebookเชือดเว็บเพจไม่เหมาะสม

กสทช.ไม่ปิดfacebookเชือดเว็บเพจไม่เหมาะสม

ทีเอ็มบีคาดกนง.คงดอกเบี้ยตลอดปี 60

ทีเอ็มบีคาดกนง.คงดอกเบี้ยตลอดปี 60

ก.คมนาคมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ก.คมนาคมเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายบวก3.08จุด

เปิดตลาดหุ้นภาคบ่ายบวก3.08จุด

ก.เกษตรฯพร้อมยกระดับสินค้าสู่เป้าหมาย4.0

ก.เกษตรฯพร้อมยกระดับสินค้าสู่เป้าหมาย4.0

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าบวก 5.25 จุด

ปิดตลาดหุ้นภาคเช้าบวก 5.25 จุด

คลัง เสนอแนวทางเพิ่มเบี้ยคนชราเป็น 1,200 -1,500 บาท/เดือน

คลัง เสนอแนวทางเพิ่มเบี้ยคนชราเป็น 1,200 -1,500 บาท/เดือน

บล.ไอร่ามองหุ้นปรับขึ้นตามตปท.,น้ำมัน

บล.ไอร่ามองหุ้นปรับขึ้นตามตปท.,น้ำมัน

กรมบัญชีกลางพร้อมพัฒนาระบบให้โปร่งใส

กรมบัญชีกลางพร้อมพัฒนาระบบให้โปร่งใส

สอท.ร่วมคลังเชื่อมโยงข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง

สอท.ร่วมคลังเชื่อมโยงข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง

ก.แรงงานเปลี่ยนลุควินมอไซค์เข้มปลอดภัย

ก.แรงงานเปลี่ยนลุควินมอไซค์เข้มปลอดภัย

บล.เคจีไอ คาด หุ้นไทยขึ้นต่อวันที่3

บล.เคจีไอ คาด หุ้นไทยขึ้นต่อวันที่3

ราคาทองปรับขึ้้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,050 บาท

ราคาทองปรับขึ้้น 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 21,050 บาท

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก3.64จุด

หุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้บวก3.64จุด

ทองขึ้น100บ.!รูปพรรณขายออก21,050บาท

ทองขึ้น100บ.!รูปพรรณขายออก21,050บาท

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์